ตอนที่ 1405
บทที่ 1406 หึง, เป็นศัตรูกับข้า
October 21, 2026
การติดต่อครั้งแรกระหว่างเสด็จอาเก้า หวังจิ่นหลิง และชุยห้าวถิงถือว่าประสบความสำเร็จ อย่างน้อยทั้งคนก็ได้บรรลุข้อตกลงโดยปริยาย แม้ว่าจะไม่ได้เปิดใจคุยกันอย่างซื่อตรงมากนัก แต่ก็ไม่มีใครรั้งใครเอาไว้
หวังจิ่นหลิงและชุยห้าวถิงเป็นตัวแทนของตระกูลหวังและตระกูลชุย เหมือนกับเฟิ่งชิงเฉินที่เป็นตัวเชื่อมสัมพันธไมตรีของตระกูลเฟิ่งหลี ตระกูลหวังและตระกูลชุยเฝ้ารอวันที่ตระกูลเฟิ่งหลีจะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง และก็หวังใจว่าเฟิ่งชิงเฉินจะได้กลายเป็นทายาทที่ครอบครองอำนาจโดยชอบธรรมของตระกูลเฟิ่งหลีคนต่อไป
อำนาจของเฟิ่งชิงเฉินนั้นสอดคล้องกับผลประโยชน์ของตระกูลชุยและตระกูลหวังมากกว่าคนที่พวกเขาไม่เข้าใจการมีอยู่ของอำนาจ
และจนกระทั่งถึงตอนนี้ เฟิ่งชิงเฉินถึงเพิ่งจะเข้าใจ สาเหตุที่ตระกูลขุนนางมีอำนาจก็เพราะการสนับสนุนจากกำลังทางทหารของตระกูลเฟิ่งหลี เฟิ่งหลีอ๋องเป็นผู้ภักดีต่อตระกูลหลาน แต่อย่าลืมว่าตระกูลเฟิ่งหลีเองก็เป็นอดีตตระกูลขุนนางที่ร่ำรวย ตระกูลชุยและตระกูลหวังจึงรู้สึกดีใจมากที่ตระกูลเฟิ่งหลีจะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ผู้ที่ครอบครองอำนาจถึงจะเป็นราชาที่แท้จริง นี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมตระกูลหลานถึงคิดที่จะทำลายตระกูลเฟิ่งหลี และแย่งชิงอำนาจจากตระกูลเฟิ่งหลีไป เพราะหากมีตระกูลเฟิ่งหลีอยู่ ผู้ที่เป็นจักรพรรดิก็ไม่มีทางรวบรวมอำนาจทั้งหมดมาอยู่ในมือได้
เฟิ่งชิงเฉินเองก็คิดว่าการกระจายอำนาจทางการทหารนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดอะไร หากจักรพรรดิเป็นผู้ควบคุมอำนาจทางการทหาร แต่เป็นผู้ขาดศีลธรรม เขาก็สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่เขาต้องการ
ไม่ใช่เรื่องดีที่จักรพรรดิจะสามารถกำหนดชะตากรรมทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก หากจักรพรรดิฉลาดก็ถือเป็นเรื่องดี แต่หากจักรพรรดิผู้โง่เขลามีอำนาจอยู่ในมือ เช่นนั้นประชาชนคงต้องมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน
หลังจากพูดคุยกับหวังจิ่นหลิงและชุยห้าวถิงเรียบร้อย เฟิ่งชิงเฉินก็ได้ปรับเปลี่ยนแผนการของตัวเอง จากนั้นก็ตรวจสอบรายงานที่ได้จากเป่ยหลิง
แม้ว่าจะได้รับความร่วมมือจากตระกูลหวังและตระกูลชุย แต่ก็ยังไม่ได้รู้อะไรมากมาย นี่แสดงให้เห็นว่าการปกปิดของเป่ยหลิงนั้นหนาแน่นเพียงใด จนถึงขั้นทำให้หวังจิ่นหลิงและชุยห้าวถิงสงสัยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของราชวงศ์เป่ยหลิงก็คือคนของตระกูลเฟิ่งหลี
การต่อสู้ระหว่างหนานหลิงและเป่ยหลิงสิ้นสุดลงแล้ว และเป่ยหลิงได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์ แต่กลับไม่มีตราราชลัญจกรของเป่ยหลิงปรากฏออกมา
“ตราราชลัญจกร หากได้ครอบครองมันจะสามารถขึ้นไปนั่งบนตำแหน่งนั้นได้จริงงั้นหรือ?” เฟิ่งชิงเฉินสงสัย เสด็จอาเก้าจึงให้คำตอบที่แน่ชัดกับเฟิ่งชิงเฉิน “ขอแค่เป็นองค์ชายแห่งเป่ยหลิง ก็สามารถขึ้นไปนั่งบนตำแหน่งจักรพรรดิได้”
เสียงเปิดประตูดังขึ้น เสด็จอาเก้าเปิดประตูนำทางแสงจันทร์ให้ส่องทอดตามช่องทางเดิน
“เจ้ามาได้อย่างไร?” เฟิ่งชิงเฉินวางรายงานที่อยู่ในมือลง ลุกขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า “ไม่ใช่ ข้าควรจะพูดว่า เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?” ทหารม้าสิบแปดเอาแต่กินไม่รู้จักทำงานเลยหรืออย่างไร?
“มันครบกำหนดเวลาสิบห้าวันแล้ว”
“อ่า?” ตอนแรกเฟิ่งชิงเฉินก็รู้สึกสับสน ทำให้ใบหน้าของเสด็จอาเก้ากลายเป็นสีดำในทันใด “เจ้าลืมไปแล้วงั้นหรือ?”
“อะไร?” เฟิ่งชิงเฉินมองไปที่เสด็จอาเก้าด้วยความสับสน ในตอนที่นางได้สติกลับคืนมา เสด็จอาเก้าก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางที่ไร้อารมณ์ จ้องมองมาที่นาง
เฟิ่งชิงเฉินรีบเดินไปด้านหน้าของเสด็จอาเก้า จากนั้นก็ยิ้มออดอ้อนออกมา “คือว่า ช่วงนี้ข้ายุ่งมากเลย”
เสด็จอาเก้ายังคงไม่พูดอะไรออกมา เขาเพียงแค่จ้องมองมาที่เฟิ่งชิงเฉิน เฟิ่งชิงเฉินยิ้มออกมาพร้อมกับดึงแขนเสื้อของเสด็จอาเก้า “เจ้าโกรธอย่างนั้นหรือ?”
“อย่าโกรธข้าเลย ข้าเองก็ไม่ได้ตั้งใจ เจ้าเองก็รู้ ระยะเวลาสิบห้าวันมันไม่ได้อะไรเลย ข้าก็แค่ล้อเล่น และอยากให้เจ้าได้พักผ่อนอยู่ที่จวนอย่างสบายใจ”
เฟิ่งชิงเฉินสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นรอบกายของนาง นางจึงกล่าวออกมาอย่างเชื่อฟัง “ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ เจ้าอย่าโกรธข้าเลย”
“ฮึ......” ส่งเสียงออกมาเล็กน้อย ถือว่าเป็นการให้เกียรติ แต่ก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่เคลื่อนไหว เฟิ่งชิงเฉินทำตัวออดอ้อนอยู่นาน แต่เสด็จอาเก้าก็ยังคงไม่เคลื่อนไหว เฟิ่งชิงเฉินกลอกตาขาว จู่ ๆ ก็กอดแขนซ้ายของตัวเองและร้องออกมาว่า “โอ๊ยเจ็บ”
“เป็นอะไรงั้นหรือ?” เสด็จอาเก้าทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ ถามออกมาด้วยความเป็นห่วง นี่ทำให้หัวใจของเฟิ่งชิงเฉินเต้นแรง หากเสด็จอาเก้ารู้ว่าถูกตนเองหลอก เขาจะฆ่านางหรือไม่?
ในเมื่อลงมือทำไปแล้ว เช่นนั้นก็มีแต่ต้องทำให้ถึงที่สุด
“ข้าเจ็บ” เฟิ่งชิงเฉินแสร้งทำเป็นเจ็บปวด ท่าทางของเสด็จอาเก้าเปลี่ยนไปทันใด พยุงเฟิ่งชิงเฉินด้วยความระมัดระวัง “เจ้านั่งลงก่อน ไหนลองให้ข้าดูหน่อย”
นี่คือความกังวลอย่างชัดเจน เหงื่อของเฟิ่งชิงเฉินไหลออกมาเต็มหน้าผาก เสด็จอาเก้าคิดว่านางกำลังรู้สึกเจ็บปวด แต่ในความจริงแล้วนางแค่กังวลเท่านั้น
กลยุทธ์ทุกข์กายนั้นใช้ได้ดี แต่ก่อนอื่นจะต้องเกิดความทุกข์จริง ๆ เสียก่อน!