ตอนที่ 220
บทที่ 220 บังคับ เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยกลั่นแกล้งชิงเฉิน
October 21, 2026
ทั่วห้องโถงของจวนเฟิ่งพลันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของรังสีฆ่าฟันในทันที ทุกคนพลันกลั้นหายใจไปในทันที ความเงียบที่น่าใจหายนี้ เสมือนกับว่า หากมีเข็มตกเล่มนึง ทุกคนก็ยังคงได้ยินอย่างชัดเจน องครักษ์ที่ถือด้านมีดอยู่ในมือ เพียงแค่รอคำสั่งขององค์หญิงเหยาหวาให้ลงมือเท่านั้น พวกเขาก็พร้อมที่จะก้าวเข้าไปด้านหน้าเพื่อกุดหัวเฟิ่งชิงเฉินในทันที
หากทำลายความสัมพันธ์ระหว่างการทูตทั้งสองแคว้นขึ้นมา หากถูกฆ่าตายไป ก็ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึง หากเฟิ่งชิงเฉินกล้าทำเช่นนั้นจริง ๆ
ทั้งซีหลิงเหยาหวาและซูหว่านเองต่างอยากจะให้เฟิ่งชิงเฉินยโสโอหังเข้าไปอีก เช่นนั้น วันนี้ เฟิ่งชิงเฉินจักต้องจ่ายค่าเสียหายของความยโสโอหังของนางในวันนี้ให้พวกนางอย่างแน่นอน
เฟิ่งชิงเฉินเองก็มิได้ทำให้สตรีผู้สูงศักดิ์ทั้งสองผิวหวังแต่อย่างใด นางนั่งลงด้วยท่าทีที่มั่นคง พร้อมทั้งไม่มีวี่แววที่จะลุกขึ้นยืนอีกด้วย
นางเข้าใจได้ถึงความภาคภูมิใจและความหยิ่งยโสในแต่ละแคว้นของตนเป็นอย่างดี ขอเพียงแค่นางยืนอยู่จุดสูงสุดของแคว้น ทุกอย่างก็จักดีเอง เฟิ่งชิงเฉินจึงเอ่ยถามออกไปว่า
"องค์หญิงเหยาหวา? หากหม่อมฉันจำไม่ผิดละก็ ท่านเป็นองค์หญิงของแคว้นซีหลิง หาใช่องค์หญิงของราชวงศ์ตงหลิงใช่หรือไม่ ท่านที่เป็นองค์หญิงซีหลิง แต่ต้องมาตงหลิง นับว่าเป็นตัวอันใดได้? ข้า ราษฏรแคว้นตงหลิง เหตุใดต้องมานั่งคุกเข่าให้องค์หญิงแคว้นซีหลิงกัน หรือว่าแคว้นตงหลิงตกเป็นเมืองขึ้นของซีหลิงไปแล้วงั้นหรือ?"
ประโยคสุดท้าย ทำให้ผู้คนชวนขวัญผวาในทันที
"เฟิ่งชิงเฉิน เจ้าอย่าได้พูดเรื่องอันใดที่ไร้สาระ ข้าวยังพอกินกับสำรับใดก็ได้ แต่คำพูด เมื่อเอ่ยออกไปแล้วไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้ ตงหลิงกับซีหลิงล้วนแต่เป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน เปิ่นกงเป็นตัวแทนของซีหลิงมาเคารพตงหลิงด้วยความนอบน้อม เจ้าก็ควรปฏิบัติตัวให้สุภาพเช่นกัน" สีหน้าของซีหลิงเหยาหวาเปลี่ยนไปในทันที พร้อมรีบร้อนกล่าวออกมา
"หลังจากนั้นเล่า?" เปลือกตาของเฟิ่งชิงเฉินค่อย ๆ ปรือขึ้นเล็กน้อย พลันแฝงไปด้วยท่าทีเยาะเย้ย
พวกท่านคิดว่านางโง่เง่านักหรือ คิดนางไม่รู้เรื่องอันใดเลยหรือ
เมื่อเห็นการมาของซูหว่านแล้วนั้น หวังชีก็บอกเล่าให้นางฟังว่า องค์หญิงและองค์รัชทายาทแคว้นซีหลิงเองก็ใกล้จักมาถึงแล้วเช่นกัน พร้อมกล่าวเตือนนางว่า ซีหลิงเหยาหวาผู้นี้ชมชอบตงหลิงจื่อลั่ว
ผู้ที่มาชมชอบตงหลิงจื่อลั่วเป็นถึงองค์หญิงของแคว้น เกรงว่าฝีมือของคนที่กลั่นแกล้งนาง ยามวันสมรสนั้น มีห้าส่วนที่ต้องเป็นฝีมือของสตรีนางนี้อย่างแน่นอน
นางและซีหลิงเหยาหวานับว่าเป็นคู่กัดคู่แค้นตั้งแต่ชาติปางก่อนเลยเชียว แม้ว่านางจักนั่งคุกเข่าขอร้องซีหลิงเหยาหวา อย่างไรซีหลิงเหยาหวาก็ไม่ปล่อยนางไปโดยง่ายอย่างแน่นอน นางจักต้องไปด้อยค่าตนเองทำไมกัน
"เฟิ่งชิงเฉิน โดยมารยาทพื้นฐานแล้ว เจ้าควรคุกเข่าให้ความเคารพองค์หญิงมิใช่หรือ" นางกำนัลที่อยู่ด้านหลังเหยาหวาพลันกล่าวเตือนเฟิ่งชิงเฉินอีกครั้ง หากแต่เฟิ่งชิงเฉินหาได้ลืมตาฟังพวกนางพูดไม่
โจวสิงมิได้อยู่ที่นี่ ดูจากนิสัยของเขาแล้วที่เป็นคนระมัดระวังตนเองแล้ว เขาย่อมไม่ออกไปเจอซูหว่านแน่ ไม่เช่นนั้น เขาคงไปนำขบวนกองทัพมาแล้ว แต่มิรู้ว่าจะกองทัพของผู้ใดกัน
"เฟิ่งชิงเฉินเจ้าช่างกล้านัก ถึงได้กระทำการดูหมิ่นองค์หญิงเช่นนี้ มานี่ เจ้าจักได้รู้ว่า บุคคลที่ต่อต้านคำสั่งต้องมีจุดจบเช่นไร" เป็นนางกำนัลรับใช้องค์หญิงเหยาหวาเองที่ออกคำสั่งแทนเจ้านายของตน
"ขอรับ" องครักษ์พลันหยิบมีดขึ้นมา พร้อมก้าวเดินไปด้านหน้า เฟิ่งชิงเฉินหาได้มีท่าทีหวาดกลัวไม่ บนใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับมองไปที่ซีหลิงเหยาหวาด้วยท่าทางเยาะเย้ย
นางหาได้มองเห็นรังสีอาฆาตในดวงตาของซีหลิงเหยาหวาไม่ สตรีนางนี้ เพียงมองดูนางด้วยสายตาที่ดูถูกพร้อมกับระคนสงสารนางในคราเดียวกัน
นอกจากนี้ นางไม่คิดว่าซีหลิงเหยาหวาจะโง่ได้ถึงเพียงนี้ ท่าทีเอิกเกริก เพื่อต้องการให้นางกระทำความผิด หลังจากนั้นก็กล่าวหาเหตุผลเพื่อที่จะฆ่านาง หากเป็นเช่นนี้จริง ๆ ก็ได้แต่ต้องบอกว่า องค์หญิงเหยาหวาไร้คุณสมบัติยิ่งนัก
ฆ่านาง อาจจะทำให้แคว้นตงหลิงมีเหตุผลที่บุกทัพไปซีหลิงเช่นกัน ซีหลิงเหยาหวาหาได้ขวัญกล้าเทียมฟ้าไม่ นางกล้าเดิมพันได้เลยว่า ซีหลิงเหยาหวาเพียงแค่ต้องการทำให้นางหวาดกลัวเท่านั้น
สุดท้ายแล้ว เหลือเพียงแค่ก้าวเดียวที่องค์รักษ์จะเข้ามาประชิดตัวนางได้ ซีหลิงเหยาหวาก็พลันเฟิดปากพูดขึ้นมาว่า "หยุดมือ เปิ่นกงชื่นชมทักษะการแพทย์ของแม่นางเฟิ่ง พวกเจ้าไม่ควรจะไปทำตัวไร้มารยาทต่อนางเช่นนี้"
ซีหลิงเหยาหวามองเฟิ่งชิงเฉินด้วยท่าทีชื่นชม พลางฉีกยิ้มออกมา เสมือนกับว่า นางยินดีที่จะละเว้นเฟิ่งชิงเฉิน และเฟิ่งชิงเฉินก็สมควรที่จะได้รับเกียรตินั้น
เฟิ่งชิงพลันก้มหน้ามองไปยังลวดลายรองเท้าปักของตนเอง
บัวแฝดหรือ นางมิค่อยเข้าใจนัก ว่าร่างเดิมของนางมีความคิดเช่นไร ถึงได้ปักรองเท้าเป็นรูปดอกบัวแฝดกัน