ตอนที่ 226
บทที่ 226 ตกใจจนเป็นลม, ความกล้าไม่มากแต่ความโกรธมาก
October 21, 2026
ตี๋ตงหมิงและตงหลิงจิ่วยื่นมือออกมาพร้อมๆกัน เฟิ่งชิงเฉินนั้นปฏิกิริยาว่องไว ในตอนที่เขาล้มลงไปทางตี๋ตงหมิง ซึ่งทำให้ตี๋ตงหมิงเป็นวีรบุรุษที่ช่วยนางเอาไว้ได้อย่างงดงาม แต่ก็จงใจให้สิ่งของในถาดลอยไปกระแทกหน้าของซูหว่านพอดี
"อ้า......" ซูหว่านเอามือทั้งสองข้างปิดหน้าและร้องออกมา
เฟิ่งชิงเฉินพิงอยู่ในอ้อมแขนของตี๋ตงหมิง และยิ้มออกมาอย่างเยาะเย้ยดูถูก แม้จะเหมือนการทำเกินกว่าเหตุ แต่ก็เป็นเหมือนกับการถูกคนรังแกทั่วไป ก็แค่ถุงน้ำดีอันหนึ่ง ใบหน้าของนางไม่ได้รับบาดเจ็บและไม่ได้เสียโฉม
"คุณหนูซูหว่านข้าขอโทษ ชิงเฉินเกิดพลั้งมือไป คุณหนูซูหว่านโปรดยกโทษให้ด้วย" ต่อหน้าของตงหลิงจิ่วก็ต้องแกล้งทำเป็นอ่อนโยน แกล้งทำเป็นเอาใจใส่ให้เต็มที่
เฟิ่งชิงเฉินกำลังพูดกับซูหว่านแต่สายตามองไปที่ซีหลิงเหยาหวา ทำให้ซีหลิงเหยาหวาตกใจกลัว คิดว่าวันนี้ตัวเองเจอกับความมืดมนแล้ว และก้าวไปข้างหลังหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
นางผู้หญิงขี้ขลาด!
"เฟิ่งชิงเฉิน นี่มันอะไรกัน" สาวใช้ของซูหว่านก้าวมาข้างหน้าและเช็ดสิ่งสกปรกออกจากใบหน้าของนาง แต่ก็ยังไม่สามารถปกปิดความเขินอายของนางได้
คนสวย ไม่ว่าจะสวยสักแค่ไหน ใบหน้าที่ตากแดดทั้งวันและถูกทำให้เลอะสกปรก ก็คงไม่สวย
"นี่ก็คือสิ่งที่คุณหนูซูหว่านอยากเห็นในวันนี้ น้ำดีที่ชิงเฉินเอาออกมาจากร่างกายของซุนฮูหยิน แต่น่าเสียดายที่ถูกชิงเฉินทำตกลงไปแล้ว ไม่เช่นนั้นทั้งสองคนก็คงได้เห็นอย่างละเอียด แต่ก็ไม่เป็นไร ชิงเฉินเชื่อว่าภายหลังยังคงมีโอกาสได้เห็นแน่"
เฟิ่งชิงเฉินอธิบายออกมาอย่างใจดี ในขณะเดียวกันก็อธิบายอาการป่วยของซุนฮูหยินให้ฟังอย่างง่าย จุดสำคัญอยู่ที่น้ำดีของซุนฮูหยินนี่มีปัญหา ถ้าหากถุงน้ำดีนี้แตก น้ำดีจะไหลออกมาและไปทำร้ายหัวใจและปอด ถ้าหากเป็นเช่นนั้นเทพองค์ไหนก็ไม่สามารถช่วยได้
ตุบ...... เมื่อซูหว่านได้ยินเช่นนั้นก็หมดสติไป
สีหน้าของซีหลิงเหยาหวาก็ดูไม่ได้เช่นกัน แต่ดูเหมือนเฟิ่งชิงเฉินจะไม่ได้สังเกตเห็น นางก้มลงไปกับพื้นแล้วเก็บถุงน้ำดีที่แตกขึ้นมา แน่นอนว่ามือนางใส่ถุงมืออยู่
"องค์หญิงเหยาหวา ท่านอย่างจะมองดูอย่างละเอียดไหม" เฟิ่งชิงเฉินส่งถุงน้ำดีที่แตกนั้นให้ต่อหน้าซีหลิงเหยาหวา แล้วยังพลิกไปพลิกมาอย่างน่าขยะแขยง
ซีหลิงเหยาหวาพยายามรักษาท่าทีของตนเอง และยิ้มอย่างไม่เต็มใจ "ขอบใจแม่นางเฟิ่งมาก วันนี้ข้าได้เห็นถึงทักษะทางการแพทย์ของหมอเฟิ่งแล้ว ท่านเสด็จอาเก้าข้าน้อยขอทูลลา"
เมื่อพูดเสร็จ ก็ไม่รอให้ตงหลิงจิ่วตอบรับ หันตัวเดินออกไปทันที
"ฮ่าฮ่าฮ่า...... " เมื่อได้เห็นซีหลิงเหยาหวาและซูหว่านที่ได้หนีไป เฟิ่งชิงเฉินก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ
ความกล้าแบบนี้ แม้แต่ซุนฮูหยินก็ยังไม่สามารถเทียบได้ แล้วยังจะอยากมาดูนางผ่าตัดอีก ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง
ตงหลิงจิ่วไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงกล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า "เฟิ่งชิงเฉิน เช่นนี้พอใจแล้วหรือยัง?"
เฟิ่งชิงเฉินรีบเก็บรอยยิ้มโดยเร็ว และคุกเข่าลงต่อหน้าตงหลิงจิ่ว "ผู้หญิงคนนี้ทำเกินไปแล้ว เสด็จอาเก้าโปรดลงโทษ"
ในวันนี้นางสามารถหยอกล้อซีหลิงเหยาหวาและซูหว่านได้ นั้นก็เป็นเพราะว่าเสด็จอาเก้าอยู่ที่นี้ให้การสนับสนุนนาง แต่ก็รู้ดีว่า จะให้นางวางตัวกับเสด็จอาเก้าแบบเมื่อก่อน นางคงทำไม่ได้แล้ว
ยากที่จะทำใจ!
เมื่อนางตัดสินใจขีดเส้นระหว่างคนทั้งสอง ผู้ชายคนนี้ก็มาเอื้อเฟื้อกับนางอีกครั้ง นี่มันคืออะไรกัน
"ฮึ่ม" ตงหลิงจิ่วมองไปที่เฟิ่งชิงเฉินแล้วเดินจากไป ไม่ต้องมองเฟิ่งชิงเฉินเองก็เข้าใจดีว่าเขาโกรธ แต่โกรธแล้วอย่างไร ล่ะนางก็ทำตามมารยาทแล้วไม่ใช่หรือ?
"เฟิ่งชิงเฉิน เจ้าช่างเก่งจริงๆ ข้ายอมรับเจ้า" ตี๋ตงหมิงทิ้งคำพูดเหล่านี้ไว้ แล้วรีบตามเสด็จอาเก้าไป
เฟิ่งชิงเฉินต้องการจะลุกขึ้น แต่เพราะลุกเร็วไปนางจึงล้มลงไป หัวเราะขึ้นมาแล้วจึงลุกขึ้นมาใหม่ เฟิ่งชิงเฉินจัดเก็บสิ่งของการผ่าตัดไปอย่างไม่เห็นฝุ่น แล้วเดินไปที่ห้องครัว.....
จวนเฟิ่งไม่มีใครอยู่ นางจึงต้องลงมือเอง
เฟิ่งชิงเฉินที่ผมเปียกชุ่มมองเห็นแป้งหมี่ในห้องครัว จากนั้นก็นำแป้งหมี่มาฝานให้เป็นเส้นบางๆทีละเส้น แล้วจึงนำไปลวกให้สุก
แน่นอนว่านางเป็นคนดี ตักต้มในหม้อมาไว้ข้างๆ เมื่อโจวสิงกลับมาถึงก็สามารถกินได้ทันที
เฟิ่งชิงเฉินไม่ต้องการที่จะนั่งอยู่ในห้องอาหารเพียงลำพัง จึงนำกลับมากินที่ห้องของนาง แต่ไม่คาดคิดว่าเมื่อนางกลับมาที่ห้อง พบว่าคนคนหนึ่งที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ นั่งอยู่ในห้องของนาง
"เสด็จอาเก้า?"