ตอนที่ 236
บทที่ 236 พิสูจน์ นี่มิใช่มนต์ดำแต่เป็นเทคนิคทางการแพทย์
October 21, 2026
เฟิ่งชิงเฉินถอนหายใจ ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาห้าพันปี และเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เป็นสิ่งที่รับมือได้ยากที่สุด " หมอหลวงซุน ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย แต่ไม่มีกระไรที่ข้าสามารถช่วยได้เลย"
"ใช่แล้ว เฟิ่งชิงเฉินเป็นแค่ผู้หญิง จะช่วยกระไรได้บ้าง หมอหลวงซุนเจ้ากำลังป่วยเสียจนหาหมอรักษามั่วนะ" ตี๋ตงหมิงก้าวไปข้างหน้า เขาเกลียดเฟิ่งชิงเฉิน แต่เขาไม่อนุญาตให้คนอื่นรังแกนาง
เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้าหลายครั้ง " หมอหลวงซุนกล่าวถูกต้องแล้ว ชิงเฉินเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา จะมีความสามารถเช่นนี้ได้อย่างไร และอีกอย่างข้าไม่รู้เรื่องสมุนไพรมากเท่าไหร่นัก"
นี่คือความจริง แต่เมื่อนางกล่าวออกมาเอง กลับดูเหมือนถ่อมตนเสียมากกว่า
หยุนไห่ครุ่นคิด ตระกูลหยุนไม่ได้สนิทกับเฟิ่งชิงเฉินมากเท่าไหร่นัก เป็นเรื่องปกติที่เฟิ่งชิงเฉินจะไม่ช่วยพวกเขา ซุนเจิ้งเต้าเองก็รู้ว่าเรื่องนี้ค่อนข้างลำบากเล็กน้อย แต่ว่า..........
"ชิงเฉิน กายวิภาคศาสตร์ไม่อาจมีใครเทียบได้ในโลกนี้ หยุนไห่มาพบข้าก็เพื่อหวังว่าข้าจะช่วยชันสูตรศพเหล่านี้ เพื่อหาจุดสงสัยจากศพ แต่เจ้าก็รู้ว่ากายวิภาคที่ข้าใช้เป็นนั้น มันไม่สามารถวิเคราะห์สิ่งผิดปกติกระไรได้เลย ข้าจึงคิดอยากให้เจ้าช่วย"
"นี่เป็นงานของเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพ เจ้ามาชอบให้ข้าช่วยก็ไม่มีประโยชน์อันใด" เฟิ่งชิงเฉินปวดหัว นางเป็นหมอ ไม่ใช่แพทย์นิติเวช ครั้งที่แล้วนางทำหน้าที่เป็นแพทย์นิติเวชชั่วคราวในจวนเซี่ย นั่นเป็นเพราะว่าถูกบีบบังคับ
"เจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพได้ผ่าชันสูตรไปทั้งทั้งสามศพ แต่ไม่พบกระไร" หยุนไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ "หมอเฟิ่ง สิ่งที่หมอมีต่อผู้ป่วยนั้นเหมือนดั่งความเป็นห่วงที่พ่อแม่มีต่อลูก แม้ว่าตระกูลหยุนจะมิใช่หมอ แต่ทำธุรกิจเรื่องยารักษา และคุณภาพของวัสดุยานั้นมีผลต่อชีวิตคน ตระกูลหยุนไม่ถือสาหากต้องชดใช้เงินทองหรือเสียชื่อเสียง แต่ตระกูลหยุนหวังว่าความผิดพลาดแบบเดียวกันจะไม่เกิดขึ้นอีกและจะไม่มีใครต้องตายเพราะยาของตระกูลหยุน"
ซุนเจิ้งเต้ากล่าวว่าแม้เฟิ่งชิงเฉินอายุยังน้อย แต่นางมีจิตใจที่เมตตาและห่วงใยผู้ป่วยเสมอ เขาเชื่อว่าสิ่งนี้จะสร้างความประทับใจให้เฟิ่งชิงเฉิน
พ่อค้ายารักษาและหมอนั้นต่างกันอย่างมาก พ่อค้ายานั้นเป็นนักธุรกิจ และสำหรับนักธุรกิจแล้วผลประโยชน์จะต้องมาก่อนทุกสิ่ง คำพูดของหยุนไห่เชื่อไม่ได้ทั้งหมด แต่เขาพูดถูก หากหาเหตุผลไม่ได้ก็ยังต้องมีคนอีกมากมายที่เสียชีวิตเพราะยาของตระกูลหยุน ร้านขายยาตระกูลหยุนก็จะเสียชื่อเสียงไปด้วยเช่นกัน
แต่……
เรื่องบางเรื่องอาจไม่ง่ายอย่างที่เราคิด หากว่านางเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วถอนตัวออกมามิได้เช่นนั้นจะทำอย่างไร ยารักษาไม่มีปัญหา แต่คนพวกนี้กลับตายเพราะยาของตระกูลหยุน เห็นชัดว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ
คราวนี้เฟิ่งชิงเฉินต้องไตร่ตรองครุ่นคิด ซูเหวินชิงและซูเหวินหาง หวังชี เซี่ยซานมาถึงพร้อมกัน
"เกิดอะไรขึ้น" ซูเหวินชิงถาม
"พี่เฟิ่ง พี่ไม่เป็นกระไรใช่หรือไม่?" ซูเหวินหางกล่าว
"เฟิ่งชิงเฉิน เจ้าทำให้ใครขุ่นเคืองอีกแล้ว?" หวังชีกล่าว
เซี่ยซานมิได้กล่าวกระไร เพียงรอให้เฟิ่งชิงเฉินตอบ
เมื่อใต้เท้าเว่ยเห็นว่าเป็นคนของตระกูลเซี่ยและตระกูลหวัง เขาจึงเร่งคำนับและกล่าวเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเขาฟัง จากนั้นก็เน้นย้ำว่าตระกูลหยุนทำเช่นนี้ก็เพื่อชาวบ้าน
ดูเหมือนว่าตระกูลหยุนให้เงินแก่ใต้เท้าเว่ยไปไม่น้อย
"ชิงเฉิน เจ้าคิดอย่างไร หากไม่สามารถช่วยได้ ก็ไปกันเถอะ ข้าจะคอยรู้ว่าใครกล้าทำให้เจ้าลำบากใจ" หวังชีออกตัวและมองดูหยุนไห่
ร้านขายยาตระกูลหยุนนั้นตั้งอยู่ทั่วแผ่นดิน และที่สำคัญที่สุดคือมีหยุนเฉิงอยู่เบื้องหลังตระกูลหยุน แต่แล้วอย่างไร ตระกูลหวังไม่เกรงกลัวหรอก
เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้า นางไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวจริงๆ เพียงแต่นางให้เกียรติซุนเจิ้งเต้า อีกอย่างหากว่าสืบออกมามิได้ เช่นนี้ผู้เสียหายจะเพิ่มมากขึ้น
ขณะลังเล ซูเหวินหางก็แทรกขึ้นทันที "พี่เฟิ่ง ข้าเชื่อในตัวพี่ พี่ทำได้แน่นอน"
ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความมั่นใจและความภาคภูมิใจ "พี่เฟิ่ง พี่เก่งกาจเช่นนี้ ไม่มีกระไรที่พี่ทำมิได้อย่างแน่นอน เหวินหางเชื่อว่าพี่เฟิ่งพลังมากสามารถช่วยได้อย่างแน่นอน อีกเรื่องหนึ่งพี่เฟิ่ง ยาที่พี่ให้ข้า ข้ากินแล้วหายเจ็บท้องทันที"
ซูเหวินหางยืนข้างซูเหวินชิง โบกมือเล็กๆ ของเขาเพื่อให้กำลังใจเฟิ่งชิงเฉิน: "พี่เฟิ่ง สู้ๆ!"
เจ้าเด็กคนนี้...