ตอนที่ 321
บทที่ 321 เชื่อใจ เฟิ่งชิงเฉินที่น่าสงสาร
October 21, 2026
"เชื่อใจงั้นหรือ?" เฟิ่งชิงเฉินพลันกล่าวพึมพำออกมา คำพูดของบุรุษเชื่อถือได้งั้นหรือ? คำพูดของเสด็จอาเก้าเชื่อถือได้หรือไม่?
ทว่า ไม่ว่านางจะเชื่อหรือไม่เชื่อ นางย่อมมีเพียงทางเลือกเดียวคือการเชื่อใจเท่านั้น ถึงแม้ว่านางจะไม่เชื่อ นางย่อมไม่อาจทำอะไรเสด็จอาเก้าได้อยู่ดี? เฟิ่งชิงเฉินพลางมองไปที่เสด็จอาเก้า ใบหน้าของนางในยามนี้ แลดูสิ้นหวังและหมดหนทางยิ่งนัก พร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยความเศร้าใจว่า "เสด็จอาเก้า ชิงเฉินเชื่อใจท่าน"
เฟิ่งชิงเฉินเพียงทิ้งคำพูดเอาไว้เท่านี้ พร้อมทั้งเปิดประตูรถม้าและกระโดดลงไปในทันที หาได้สนใจอาภรณ์ของตนเองที่ยับยู่ยี่และรูปลักษณ์ที่ดูน่าอับอายของตนเองไม่ แล้วจึงก้าวเท้ายาว ๆ เดินเข้าจวนไปในทันที
เชื่อใจท่านหรือ นางย่อมไม่อาจรับความรู้สึกผิดหวังหรือโดนรังแกได้อีก เพราะนั่นคือการทรยศ ทั้ง ๆ ที่ตนเองรู้ว่าไม่ควรที่จะเชื่อใจท่าน
เสด็จอาเก้ายังคงนั่งอยู่ที่เดิม มิได้ขัดขวางนางแต่อย่างใด ทั้งยังมิได้เอ่ยอันใดออกมาอีก เพียงแค่มองดูแผ่นหลังที่ดูอ้างว้างของเฟิ่งชิงเฉินเท่านั้น นับว่าเป็นครั้งแรกที่เสด็จอาเก้ากลับมาคิดทบทวนกับตนเองว่า ตนทำเกินไปหรือไม่ เขาพยายามเป็นอย่างมากที่จะคิดหาวิธีที่ทำร้ายนางให้น้อยที่สุด ถึงอย่างไร มันก็เป็นการทำร้ายนางอยู่ดี
"ไปกันเถอะ" เสด็จอาเก้าพลันถอนหายใจออกมา พร้อมทั้งสั่งให้ปิดประตูรถม้าในทันที
เมื่อเกิดเรื่องขึ้นที่ตำหนักแยกของเขาเช่นนี้ เขาย่อมต้องเสียสละบางอย่าง เพื่อดับอารมณ์โกรธของค์จักรพรรดิและราชวงศ์ซีหลิง ยามที่ตกเป็นเป้าเช่นนี้ เขาย่อมทำสิ่งใดไม่ค่อยสะดวกมากนัก
"เฟิ่งชิงเฉิน ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ แต่เปิ่นหวางเชื่อเจ้า เชื่อว่าเจ้าจะผ่านเหตุการณ์ที่น่าลำบากนี้ไปได้"
เสด็จอาเก้าพลันหลับตาลง พร้อมทั้งเอนตัวพิงอยู่บนรถม้า เพื่อทำการพักผ่อนในทันที
เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เป็นถึงเรื่องขององค์หญิงต่างแคว้น ทั้งยังมีเหตุการณ์ที่ต้องคอยจัดการในภายหลังอีกมากมายนัก เขาจึงต้องตั้งสติเพื่อรับมือกับมันให้ดี
เชื่อ!
นางอยากจะเชื่อเสด็จอาเก้ายิ่งนัก หากแต่ สุดท้ายแล้วนางจะได้รับอะไรกลับมาเล่า?
เวลาเพียงสิบวัน ก็พลันมีข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงในทันที เป็นอีกครั้งที่เฟิ่งชิงเฉินต้องตกอยู่ในข่าวลือพวกนั้นอีกแล้ว
เรื่องที่เกิดขึ้นในตำหนักแยกของเสด็จอาเก้ามีคนรู้เรื่องมากเกินไปนัก อีกทั้งยังไม่อาจเก็บมันเป็นความลับเอาไว้ได้ หากแต่ข่าวลือที่ถูกแพร่ออกมาหาได้เป็นเรื่องของซีหลิงเหยาหวากับตงหลิงจื่อชุนไม่ กลับเป็นเรื่องของนางและเสด็จอาเก้าแทน
ฮ่าฮ่าฮ่า
"ท่านซื่อจื่อ ท่านคิดว่าปีนี้ข้าจะโชคร้ายทั้งปีหรือไม่ แท้จริงแล้วข้าหาได้ทำสิ่งใดไม่ แต่เหตุใดความโชคร้ายต้องมาตกอยู่บนตัวข้าทุกครั้งไป" เฟิ่งชิงเฉินยังยิ้มอยู่เช่นเดิชม หากแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูทนทุกข์กว่าร้องไห้ยิ่งนัก
ซีหลิงเหยาหวาคือองค์หญิง ชื่อเสียงที่ด่างพร้อยของนางจะส่งผลต่อหน้าตาของราชวงศ์ซีหลิง แล้วนางเล่า? นางมิต้องมีหน้าตาของตนเองงั้นหรือ?
บิดามารดาของนางตายคู่ นางที่ไร้ญาติมิตร นางผิดอันใด? เพียงแค่เพราะไม่มีผู้ใดอยู่ด้วยแล้ว นางจะมีชื่อเสียงเสื่อมเสียเช่นไร ย่อมไม่เป็นอันใดต่อหน้าตาของวงศ์ตระกูลงั้นหรือ นางสมควรได้รับความโชคร้ายเช่นนี้งั้นหรือ?
ราชวงศ์ต้องการหน้าตาของตน แล้วนางมิต้องการหรือ?
จักรพรรดิตงหลิงมิต้องการให้มีเรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นก่อนงานพระราชสมภพของตน ต้องการที่จะเอาใจราชวงศ์ซีหลิง นางถึงต้องกลายมาเป็นแพะรับบาปเช่นนี้หรือ?
เพราะอะไร เพราะอะไรกัน พวกท่านทุกคนถึงกล้าเอาความผิดพวกนั้นมาเทใส่บนตัวของข้าเช่นนี้ นางที่เป็นสตรีบริสุทธิ์ผู้หนึ่ง แต่กลับถูกผู้คนในใต้หล้ากล่าวหาว่าเป็นสตรีที่สูญเสียพรหมจรรย์ก่อนงานแต่ง ทั้งที่นางเป็นบุตรีของท่านแม่ทัพ เหตุฉไนถึงได้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่เฉกเช่นนางโลมในหอโคมเขียวด้วยเล่า
คืนวันนั้น เป็นเสด็จอาเก้าที่ย่องเข้าห้องของนางเองแท้ ๆ ทั้งยังเรียกนางออกมาอีกด้วย แต่เพราะเหตุใดกัน พวกเจ้าถึงกล่าวหาว่าข้าล่อลวงเสด็จอาเก้า
ถึงแม้ว่านางจะมิได้กลัวข่าวลือ แต่นั่นมิได้หมายความว่า นางจะชื่อชอบที่ตนเองตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเช่นนี้ ถึงแม้ว่านี่จะมิได้เป็นครั้งแรก ที่นางพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ แต่นั่นก็มิได้หมายความว่า นางจะสามารถรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้และทำตัวเคยชินกับมันได้
ตี๋ตงหมิงมิรู้ว่าควรจะปลอบใจเฟิ่งชิงเฉินอย่างไรดี ในสายตาของเขานั้น การที่เฟิ่งชิงเฉินตกเป็นข่าวลือ ถือเป็นการช่วยปกป้องนางอีกทางหนึ่ง หากนางได้มีเกี่ยวพันกับเสด็จอาเก้าเช่นนี้ ผู้ใดย่อมไม่กล้ามาลงมือกับนาง "ชิงเฉิน เป็นเช่นนี้ไม่ดีหรือ? ต่อไปย่อมไม่มีผู้ใดกล้าทำอะไรกับเจ้าแล้ว หากว่าซีหลงเทียนเหล่ยต้องการดึงดันจะแต่งเจ้าเป็นนางสนมของเขานั้น แล้วฝ่าบาทยินยอมละก็ ถึงเวลานั้น เสด็จอาเก้ามิอาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้อีก เมื่อมีคำพูดของเสด็จอาเก้าเช่นนี้ ซีหลิงเทียนเหล่ยย่อมมิอาจหมายตาเจ้าได้"