ตอนที่ 350
บทที่ 351 จูบ, กดเจ้าให้ลงมาอยู่ภายใต้ร่างกาย
October 21, 2026
เป็นการฆ่าคนไม่ผิดแน่ แต่เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่ใช่คนงี่เง่าถึงขนาดจะใช้กระจกในการฆ่า ถึงแม้ว่าสิ่งนี้ก็สามารถใช้ฆ่าคนได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่แอบแฝงอยู่มาก เรื่องที่นางไปหาซูเหวินชิงเพื่อขอให้ทำกระจกให้ก็ไม่ใช่ความลับ ใครที่สนใจก็สามารถรับรู้ได้แน่นอน นางต้องการฆ่าคนนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ได้คิดอยากจะชักภัยเข้าหาตัว
การฆ่าคนของนางต้องวางแผนอย่างลับๆ สิ่งของนางได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว เหลือเพียงแค่รอให้โอกาสมาถึง
ตกกลางคืน เฟิ่งชิงเฉินที่ใส่ชุดสีดำทั้งตัวเดินออกมาจากจวนซุน และได้มาถึงยังสถานที่ที่ได้นัดเอาไว้กับเซี่ยหวงกุ้ยเฟย หลังจากที่ใช้รหัสลับเพื่อยืนยันตัวตนแล้ว นางก็ขึ้นไปบนรถม้า เตรียมที่จะแอบเข้าไปในวังผ่านเส้นทางลัด
ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น แต่หลังจากที่ได้ขึ้นมาบนรถม้า เฟิ่งชิงเฉินก็พบว่าจู่ๆในรถม้าคันนี้ก็มีคนอยู่ เฟิ่งชิงเฉินตกใจแต่นั่งลงไปทันทีทำเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ
นางไม่ใช่คุณหนูที่ไม่เคยมีประสบการณ์ การที่พบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ การเอะอะโวยวายนั้นไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้ถ้าหากอีกฝ่ายต้องการฆ่านาง ก็คงลงมือไปตั้งนานแล้ว
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นมาที่นี่เพราะอะไร เขาเพียงแค่ซ่อนตัวอยู่ที่มุมในรถม้าและไม่ขยับตัวใดๆ เฟิ่งชิงเฉินเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง ด้วยแสงของดวงจันทร์ ในที่สุดเฟิ่งชิงเฉินก็รู้ว่าคนคนนี้เป็นใคร
"เสด็จอาเก้า?" เฟิ่งชิงเฉินนึกถึงความเป็นไปได้เป็นร้อยเป็นพัน แต่ก็ไม่มีเลยสักอันที่คนในรถม้าคันนี้จะเป็นเสด็จอาเก้า เรื่องนี้ทำให้นางตกมากจริงๆ
นางกับเซี่ยหวงกุ้ยเฟยเตรียมการนี้เรื่องด้วยกันอย่างลับๆ แต่จู่ๆก็ถูกเสด็จอาเก้ารับรู้ได้ นี่มันหมายความว่าอะไร? นี่หมายความว่าคนที่อยู่ข้างกายของเซี่ยหวงกุ้ยเฟยหรือคนที่อยู่ข้างกายของนางนั้นเป็นคนที่เสด็จอาเก้าส่งมาก่อนแล้ว ทุกๆการกระทำของพวกนางล้วนตกอยู่ภายใต้สายตาของเสด็จอาเก้า
แค่คิด เฟิ่งชิงเฉินก็รู้สึกกลัวแล้ว
นางไม่เคยประเมินคนสมัยก่อนต่ำไป ไม่เคยคิดว่าเธอเป็นผู้ข้ามเวลาตัวน้อยที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีปัจจัยภายนอกอื่นๆ นางใช้ชีวิตในทุกๆวันและรุ่งเรืองขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
แต่เสด็จอาเก้าคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!
"ชู่!" เสด็จอาเก้ายื่นนิ้วชี้ขวาออกมา เขาไม่ได้วางลงบนริมฝีปากของตนเอง แต่เอนตัวไปข้างหน้าแล้ววางลงบนริมฝีปากของเฟิ่งชิงเฉิน
"ไม่ต้องเป็นกังวล นอกจากตัวข้าแล้วไม่มีบุคคลที่สามที่รู้เรื่องนี้" คนที่รู้เรื่องนี้ต่างถูกเขากวาดล้างไปหมดแล้ว เฟิ่งชิงเฉินคิดจริงๆหรือว่าเพียงอาศัยแค่นางกับตระกูลหวังเซี่ยทั้งสอง จะสามารถจัดการเรื่องนี้อย่างไร้ร่องรอยได้ จะสามารถแอบเข้าไปในวังอย่างไร้ร่องรอยได้?
ถ้าพระราชวังเข้าไปได้ง่ายๆเช่นนั้น จักรพรรดิคงจะตายไปตั้งนานแล้ว
เห้อ......เฟิ่งชิงเฉินถอนหายใจ
ริมฝีปากที่อบอุ่น นิ้วที่ร้อน ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไร แต่ตอนนี้......เฟิ่งชิงเฉินที่เปิดปากขึ้นเพื่อจะพูด แต่ไม่คาดคิดว่าปลายลิ้นของนางจะเลื่อนผ่านนิ้วของเสด็จอาเก้า ทั้งสองตกตะลึงจนค้างไปพร้อมๆกัน เหมือนถูกไฟฟ้าช็อต
ความรู้สึกชาวาบขึ้นมาจากเท้าของนาง เฟิ่งชิงเฉินมองดูใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงกันข้าม และในตอนนี้เฟิ่งชิงเฉินถึงจะคิดขึ้นมาได้ว่า ท่านมาที่นี่ทำไม?
เสด็จอาเก้าไม่ได้ตอบ นัยน์ตาสีดำของเขาฉายแสงที่ไม่อาจคาดเดาได้ เขาเป็นผู้ชาย ผู้ชายที่ปกติคนหนึ่ง ถึงแม้จะรักสะอาดและไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้อง แต่เขาไม่รังเกียจการสัมผัสจากเฟิ่งชิงเฉิน
ภายใต้การกระตุ้นของเฟิ่งชิงเฉิน เสด็จอาเก้ารู้สึกเพียงปากที่แห้ง ในใจราวกับมีไฟลุกไหม้ขึ้นมา ในสมองมีความคิดที่ไม่หวั่นไหวอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือทำให้ผู้หญิงคนนี้อยู่ภายใต้ร่างของตนเอง
อะแฮ่ม......ความมืดของราตรีเป็นสิ่งที่ปิดบังได้ดีที่สุด เสด็จอาเก้ากะพริบตาเล็กน้อยด้วยความลำบากใจ และระงับความคิดที่ค่อนข้างจะสกปรกโสมมนี้เอาไว้
ที่จริงแล้ว ตอนที่ลิ้นสีชมพูของเฟิ่งชิงเฉินเคลื่อนผ่านนิ้วมือของเขา เสด็จอาเก้าได้ตัดสินใจที่จะทำสิ่งสิ่งหนึ่ง นั่นก็คือโอบกอดเฟิ่งชิงเฉินเอาไว้ในอ้อมแขน และจูบลงที่ปากสีแดงนั้นให้ดี
ไม่สามารถที่จะกดนางให้มาอยู่ภายใต้ร่างกายได้ เช่นนั้นก็ลิ้มรสความหวานกันก่อนสักหน่อยเถอะ เสด็จอาเก้าคิดเช่นนี้และเขาก็ทำตาม