ตอนที่ 470
บทที่ 471 แสร้งเป็นหญิงมีความรู้ความสามารถ แต่สิ่งสำคัญคือข้าชนะ
October 21, 2026
ความทนงตนและความหยิ่งผยองเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ความจองหองคือการที่คนเรามองตนเอง ในขณะที่ความหยิ่งผยองนั้นคือการสนใจว่าคนอื่นมองเรายังไง
เฟิ่งชิงเฉินไม่รู้ว่าซูหว่านเป็นแบบแรกหรือแบบที่สอง เฟิ่งชิงเฉินรู้เพียงว่าแม้ว่านางจะมีความหยิ่งผยงเล็กน้อย แต่ว่าตนนั้นสนใจว่าตัวเองมองตัวเองยังไงมากกว่า
ดังนั้นเมื่อองค์รัชทายาทกล่าวว่า " จะหาคนไปตามหาเสด็จอาเก้าหรือไม่นั้น” เฟิ่งชิงเฉินส่ายหน้าและปฏิเสธ "มิต้องหรอกเพคะ ไม่จำเป็นต้องไปเชิญเสด็จอาเก้าเพียงเพราะการแพ้ชนะของการแข่งขันหรอก”
นางรู้ว่าแผนภาพโครงกระดูกมนุษย์ที่นางวาดเป็นมาตรฐานและสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ว่านางไม่สนใจว่าจะชนะหรือแพ้ แต่มันไม่คุ้มค่าที่จะทำแบบนั้น
เสด็จอาเก้าไม่สบายแต่ละครั้งลำบากอย่างมาก นางไม่ต้องการทำลายแผนของเสด็จอาเก้าเพียงเพราะเรื่องของตัวเอง ถึงเวลานั้นสิ่งที่ตนต้องชดใช้อาจมากกว่าตอนนี้
ยังคงประโยคเดิม มาถึงขั้นนี้แล้ว คนที่แพ้ไม่ได้คือซูหว่าน ไม่ใช่เฟิ่งชิงเฉิน นางแพ้แค่หนึ่งตามันไม่ส่งผลอะไรต่อผลรวม
สิ่งที่ทำให้เฟิ่งชิงเฉินไม่เข้าใจคือ เหตุใดจักรพรรดิจึงคิดที่จะเรียกนางและซู่หว่านไปที่พระราชวัง หากเป็นเพราะแผนภาพโครงกระดูกมนุษย์นั้น หลังจากการแข่งขันจบลง จักรพรรดินำมันไปก็สิ้นเรื่องแล้ว
คุณต้องรู้ว่าการแข่งขันระหว่างนางกับซูหว่านนั้น เป็นเพียงการแข่งขันระหว่างหญิงสาวตัวเล็กตัวน้อย จักรพรรดิ ให้ความสนใจในวันแรกถือว่าให้เกียรติกันอย่างมากแล้ว เพราะจักรพรรดิไม่มีเวลามาสนใจเรื่องเล็กๆเหล่านี้หรอก
เฮ้อ... เฟิ่งชิงเฉินไม่รู้ว่าการแทรกแซงของจักรพรรดิในเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแผนภาพโครงกระดูกมนุษย์ของนางจริงๆ
หนานหลินจิ่นฝานได้รับข่าวจากทางราชบัณฑิตยสถาน จึงรีบเข้าวัง โดยขอให้จักรพรรดิจะเชิญซูหว่านและ เฟิ่งชิงเฉินเข้ามาในวังเพื่อที่พวกเขาจะได้เจรจาต่อหน้า
หนานหลิงจิ่นฝาน ไม่เชื่อว่าเฟิ่งชิงเฉินสามารถวาดแผนภาพโครงกระดูกมนุษย์ได้ แน่นอน ถ้ามันเป็นความจริง เขาคงไม่สูญเสียอะไรมาก แผนภาพโครงกระดูกมนุษย์เป็นประโยชน์ต่อเขาเช่นกัน ในการรบนั้น การสูญเสียกองกำลังที่มากที่สุดไม่ใช่เพราะตายในสนามรบ แต่เพราะรักษาไม่ถูกวิธี และตายหรือพิการของอาการบาดเจ็บ
หากแผนภาพโครงกระดูกมนุษย์นี้เป็นของจริง ยังไงเขาก็ต้องเอามาทำสำเนา ทางที่ดีควรได้ถามเรื่องที่มีประโยชน์ต่างๆ และเอาสิ่งเหล่านี้ไปให้หมอทหาร คนเหล่านั้นสามารถลดจำนวนการสูญเสียกองกำลังได้
ต้องยอมรับว่าหนานหลินจิ่นฝานเป็นคนฉลาดเช่นกัน จักรพรรดิคิดเรื่องนี้ได้หลังจากที่เขาออกคำสั่งแล้ว แต่จักรพรรดิไม่ได้โกรธหนานหลิงจิ่นฝาน ท่านโกรธเคืองเฟิ่งชิงเฉิน เพราะของดีแบบนี้เอามามอบให้กันลับๆมิได้หรือ? เหตุใดจึงต้องทำเป็นเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ทำให้ท่านเสียข้อได้เปรียบไป
แต่เรื่องนี้มาถึงจุดนี้แล้ว จักรพรรดิไม่มีทางเปลี่ยนแปลง ทำได้แค่เตรียมการล่วงหน้าเท่านั้น
ขันทีผู้ประกาศพระราชกฤษฎีกามาพร้อมกับหมอหลวงที่มีนามสกุลว่าหลิว หมอหลวงหลิวถนัดเรื่องการรักษาภายนอก ด้านการต่อกระดูกนั้นเขาได้รับฉายาว่าที่หนึ่งแห่งเมือง
หมอหลวงหลิวนำภาพวาดของ เฟิ่งชิงเฉินไปทันทีที่มาถึง จักรพรรดิขอให้เขาตรวจสอบตำแหน่งของโครงกระดูกที่เฟิ่งชิงเฉินวาดออกมาว่าถูกต้องและสมบูรณ์หรือไม่ ก่อนทที่จะเข้าพระราชวังหรือไม่ ในเวลาเดียวกันให้เขาคัดลอกภาพวาดนี้เอาไว้
เฟิ่ง ชิงเฉินรู้ดีว่าภาพโครงกระดูกมนุษย์ที่สมบูรณ์หมายถึงอะไร ทั้งที่รู้ว่าหมอหลวงหลิววางแผนทำอะไร แต่เฟิ่ง ชิงเฉินก็ไม่ปฏิเสธ ภาพนี้มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากที่สุด และนี่ไม่ใช่ของนาง นางจะเสียดายไปเพื่อการใด
เนื่องจากหมอหลวงหลิวต้องวาดภาพคัดลอกบนรถม้า และต้องตรวจสอบความถูกต้องของภาพวาด พวกเขาจึงเดินทางช้าอย่างมาก และเป็นที่สนใจอย่างมาก
ตอนนี้ข่าวลือเปลี่ยนเป็น เมื่อหมอหลวงมาถึง มันสายมากแล้ว ซูหว่านถูกเฟิ่งชิงเฉินเฆี่ยนจนตาย และตอนนี้จักรพรรดิต้องการลงโทษเฟิ่งชิงเฉิน ตงหลิงและหนานหลิงอาจมีสงครามกัน
ทำไมไม่มีใครพูดว่า เฟิ่งชิงเฉินถูกซูหว่านทุบตีจนตาย?
นั้นเป็นพราะเฟิ่งชิงเฉินได้จัดดารกับคุณชายเหยียนด้วยตัวคนเดียวที่หน้าประตูเมือง และแตะจุดสำคัญของคุณชายเหยียนไปอย่างแรง มีคนมากมายที่เห็นเช่นนี้ ฉะนั้นให้ตายพวกเขาก็ไม่เชื่อว่าซูหว่านและเฟิ่งชิงเฉินต่อสู้กัน เฟิ่งชิงเฉินจะเสียเปรียบ