ตอนที่ 472
บทที่ 473 ทำโทษให้คุกเข่า สองพี่น้องที่น่ารำคาญ
October 21, 2026
หมอหลวงซุน?
เฟิ่งชิงเฉินขมวดคิ้ว ช่วงนี้นางมีแต่เรื่องเข้ามา จึงไม่ได้สนใจเรื่องตระกูลซุนมาเท่าไหร่นัก จะว่าไปก็นานแล้วที่นางไม่ได้เจอหมอหลวงซุน
“เหนียงเหนียง ข้าเองก็ไม่ได้พบหมอหลวงซุนมานานแล้ว” เฟิ่งชิงเฉินบอกความจริง เรื่องนี้ไม่มีทางที่จะปิดบังกันได้ แต่ตระกูลเซี่ยสืบก็ทราบความจริงทุกอย่าง
“ดูเหมือนว่าช่วงนี้หมอหลวงซุนจะยุ่งอย่างมาก หากว่าชิงเฉินเห็น โปรดบอกเขาทีว่า ข้าอยากพบ” เมื่อเห็นสีหน้าของเฟิ่งชิงเฉินดูงุนงง เซี่ยกุ้ยเฟยจึงระงับความสงสัยในใจเอาไว้ นางว่าแล้วซุนเจิ้งเต้าและเฟิ่งชิงเฉินยังไม่กล้าพอที่จะหักหลังตระกูลเซี่ย
“เหนียงเหนียงไม่ต้องห่วง เมื่อชิงเฉินเห็นหมอหลวงซุน ชิงเฉินจะบอกเขาอย่างแน่นอน” คนอื่นๆเขาจะจัดการเมื่อได้ผลประโยชน์ แต่เซี่ยกุ้ยเฟยเล่นงานตั้งแต่ยังไม่ได้ผลประโยชน์กระไร นางเพิ่งจะรับปากว่าจะดูแลครรภ์ให้ เซี่ยกุ้ยเฟยก็หยิ่งผยองอีกแล้ว
“อืม” เซี่ยกุ้ยเฟยพยักหน้า และโบกมือเบาๆ “ข้าเหนื่อยแล้ว ชิงเฉินกลับไปได้แล้ว”
“เพคะเหนียงเหนียง” เฟิ่งชิงเฉินถอนตัวออกมาอย่างสงบ มันไม่คุ้มที่จะโกรธเคืองเซี่ยกุ้ยเฟยเลย
ทันทีที่ เฟิ่งชิงเฉินเดินจากไป นางกำนัลที่อยู่หลังเซี่ยกุ้ยเฟยก็เดินเข้ามา และช่วยพยุงเซี่ยกุ้ยเฟย " เหนียงเหนียง เชื่อใจเฟิ่งชิงเฉินได้หรือไม่"
“ไม่ว่าจะเชื่อใจได้หรือไม่ ก็ต้องลองในที่สุด เด็นในครรภ์จองข้าจะต้องไม่เป็นกระไร หากว่าเด็กเป็นกระไรไป ข้าจะให้เฟิ่งชิงเฉินตายไปด้วย” แววตาความโหดเหี้ยมเปล่งประกายในดวงตาของเซี่ยกุ้ยเฟย
“เหนียงเหนียงเป็นคนที่มีบุญ แน่นอนว่าฟ้าจะคุ้มครอง องค์ชายน้อยได้รับการคุ้มครองจากเทพ จะต้องแข็งแรงอย่างแน่นอน เหนียงเหนียงสบายใจได้ เฟิ่งชิงเฉินบอกว่าจะสามารถวินิจฉัยองค์ชายน้อยได้ตอนอายุ6ถึง7เดือนมิใช่หรือ? เหลือเวลาอีกแค่สามเดือนเท่านั้น เหนียงเหนียงอย่าได้คิดเรื่องเหล่านี้อีกเลย” นางกำลังเร่งปลอบโยน
เซี่ยกุ้ยเฟยถอนหายใจและลูบท้องที่โตเล็กน้อยของนาง แววตาของเซี่ยกุ้ยเฟยเหม่อลอย และเผยความโหดเหี้ยมแวววาบ " ใช่ แค่สามเดือนและเด็กวัยหกเดือนก็เป็นตัวขึ้นมาแล้ว หากว่าเกิดเรื่องกระไรขึ้นมา ฮองเฮาเองก็คงเอาไม่อยู่ ก่อตัวขึ้นแล้ว หากมีอะไรเกิดขึ้น เกรงว่าฮองเฮาก็คงเอาไม่อยู่”
หากเฟิ่งชิงเฉินเห็นแววตานี้ของเซี่ยกุ้ยเฟย ก็จะเข้าใจว่าเซี่ยกุ้ยเฟยได้ตัดสินใจแล้ว หากว่า มีบางอย่างผิดปกติกับเด็กในครรภ์ของนาง แม้ว่าในที่สุดนางก็เป็นหมัน นางก็จะไม่ยอมให้เด็กคนนี้เกิดมา
ใช้เด็กคนนี้เพื่อแลกกับฮองเฮาอยู่ในตำหนักเย็นไปชั่วชีวิต มันคุ้มค่าอย่างมาก
ตระกูลเซี่ยมีลูกสาวมากมาย หากว่านางไม่สามารถมีลูกได้ ก็ให้ ตระกูลเซี่ยส่งลูกสาวอีกคนเข้าพระราชวังก็ได้
...
เฟิ่ง ชิงเฉินพบว่านางมีความขัดแย้งกับพระราชวังอย่างมาก ไม่นานหลังจากที่นางเดินออกจากตำหนักจ้าวเยี่ยน นางได้พบกับองค์หญิงอันผิง ไม่ว่านางจะเต็มใจหรือไม่ แต่เมื่อเจอองค์หญิงอันผิง จะต้องคุกเข่าลงคำนับ
“ขอคำนับองค์หญิง องค์หญิงทรงพระเจริญ “เฟิ่งชิงเฉินคุกเข่าลงพร้อมกับนางกำนัลทั้งหมด วันนี้นางสวมเสื้อสีแดงตัวเล็กซึ่งไม่เด่นมากนัก แต่...
ในสายตาขององค์หญิงอันผิง เฟิ่ง ชิงเฉินเป็นศัตรูของนาง แม้ว่านางจะกลายเป็นเถ้าถ่านไป องค์หญิงอันผิงก็จำเฟิ่งชิงเฉินได้ แม้ว่าเฟิ่งชิงเฉินจะคุกเข่าอยู่ท่ามกลางกลุ่มนางกำนัล แต่องค์หญิงก็เห็นนางทันทีในพริบตา
องค์หญิงอันผิงรายล้อมไปด้วยนางกำนัลและเหล่ามามา ดูมีพลังอย่างมาก นางเดินมาตรงหน้าเฟิง่ชิงเฉิน รองเท้าบู๊ตสีดำอยู่ห่างจาก เฟิ่งชิงเฉินเพียง 5 เซนติเมตร ตราบใดที่นางยกขาขึ้น องค์หญิงอันผิงก็สามารถเตะเฟิ่งชิงเฉินเข้าที่หน้าได้ทันที
ในที่สุดองค์หญิงอันผิงก็เรียนรู้จนฉลากแล้ว หากว่าเราจะลงมือกับใคร ให้ใส่ที่หน้าอย่างไร
“ข้าคิดว่าใครกัน ที่แท้ก็ลูกสาวคนโตของตงหลิงของเรา” องค์หญิงอันผิงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ แม้ว่านางไม่ได้ทำอะไรเลย นางก็จะมีความสุขตราบเท่าที่นางเห็นเฟิ่งชิงเฉินคุกเข่าลงแทบเท้าของนาง
เฟิ่งชิงเฉินผู้เย่อหยิ่งและ เมื่ออยู่ต่อหน้านางก็ยังคงต้องคุกเข่าลงเช่นเคย ไม่ว่าเฟิ่งชิงเฉินจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถแก้ไขความจริงที่ว่านางมีฐานะที่ค่อนข้างต่ำ
เฟิ่ง ชิงเฉิน นิ่งเงียบและไม่มีเจตนาจะตอบคำถาม ตราบใดที่องค์อันผิงไม่โง่ นางจะไม่ลงมือกับตน ต้องรู้ไว้ว่า ตอนนี้นางแค่ได้รับบาดเจ็บ ก็สามารถยกเลิกการถ่ายไปก่อนได้ และสามารถโยนความผิดทุกอย่างไปให้ องค์หญิงอันผิง