ตอนที่ 492
บทที่ 493 โดดเด่นเป็นสง่ามากกว่าใคร นี่แหละเฟิ่งชิงเฉิน
October 21, 2026
ตงหลิงจื่อลั่วไม่นึกไม่ฝันมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งเฟิ่งชิงเฉินจะงามเลิศถึงเพียงนี้ ความงามของนางนั้นงามจนทำให้เกิดระยะห่างมาขวางกั้น แม้จะอยู่ใกล้เพียงแค่นี้ แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่านางนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อม
เขาไม่คิดเลยว่าเฟิ่งชิงเฉินจะร่วมมือกับเสด็จอาเก้า จนถึงขั้นสวมชุดประจำตำแหน่งพระชายาอ๋องเก้าเข้ามาในวังหลวง เฟิ่งชิงเฉินผู้เฉิดฉายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้แววตาตงหลิงจื่อลั่วปวดร้าว......
ยิ่งนึกถึงข่าวลือแล้ว ตงหลิงจื่อลั่วก็หน้าซีดในทันใด เขามองเฟิ่งชิงเฉิน มีคำพูดนับพันนับหมื่นที่เขาอยากจะพูด แต่กลับพูดออกจากปากไม่ได้
เขาอยากพูดว่าอะไรบ้างน่ะหรือ?
ก็อยากถามเฟิ่งชิงเฉินว่าเป็นดังที่ใครต่อใครร่ำลือกันหรือไม่ นางกับเสด็จอาเก้าลงเอยเป็นสามีภรรยากันแล้วจริงๆหรือ เหตุใดนางจึงสวมชุดพระชายาเข้าวัง? แท้ที่จริงแล้ว ความสัมพันธ์ของนางกับเสด็จอาเก้าเป็นเช่นไรกันแน่?
เขามีคำถามอีกมากมาย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีสิทธิ์ถาม และเขาก็พูดไม่ออกด้วย เขาอยากตำหนิเฟิ่งชิงเฉินว่าการที่นางสวมชุดพระชายาเช่นนี้ไม่ถูกกาลเทศะ แต่ถ้อยคำเหล่านี้เขากลับพูดไม่ออก เหตุผลก็เพราะว่า......
อาภรณ์ชุดนี้ราวกับว่าถูกตัดเย็บขึ้นมาเพื่อเฟิ่งชิงเฉินโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นขนาดชุดหรือว่าเครื่องประดับ ล้วนเสริมให้เฟิ่งชิงเฉินเฉิดฉาย
เฟิ่งชิงเฉินเพิ่งบรรลุนิติภาวะ ถึงนางจะสะสวยแต่ก็ยังคงมีความเป็นเด็กอยู่ นางมักจะดูทโมนในบางครั้ง ไม่เหมือนอย่างกุลสตรี แต่ทว่าวันนี้ ชุดที่นางสวมมากลับทำให้นางดูเป็นคนละคน
ทั้งทรงอำนาจ ทระนง สง่างาม พราวเสน่ห์ ทุกอย่างเข้ากันได้อย่างลงตัว นางช่างเลอโฉมยิ่งนัก ทำเอาตงหลิงจื่อลั่วละสายตาจากนางไม่ได้เลย เขาจ้องมองนางโดยไม่แยแสสายตาใครต่อใคร
ตรงข้ามกับตงหลิงจื่อลั่ว เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นการทักทาย "ลั่วอ๋อง"
แม้สถานภาพของนางจะยังคงคลุมเครือ แต่เนื่องจากชุดที่นางสวมใส่มา ตงหลิงจื่อลั่วจึงไม่อาจรับการคุกเข่าคารวะจากนางได้
"เจ้า......สบายดีใช่ไหม?" ตงหลิงจื่อลั่วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อึกอัก
"ขอบพระทัยลั่วอ๋อง ชิงเฉินสบายดีเพคะ" แม้เฟิ่งชิงเฉินจะทำตัวเหินห่างแต่ก็ยังรักษามารยาท เมื่อนางเห็นว่าตงหลิงจื่อลั่วยังยืนขวางทางนาง นางจึงบอกเขาไปว่า "หากลั่วอ๋องไม่มีอะไรแล้ว ชิงเฉินขอตัวก่อนนะเพคะ"
การสั่งให้องค์ชายหลีกทาง เฟิ่งชิงเฉินทำได้อย่างไม่กลัวใคร และทำออกมาได้ดีมาก อำนาจที่ซ่อนอยู่ในตัวนางทำให้คนฟังต้องทำตามที่นางพูด
"ได้สิ......" ตงหลิงจื่อลั่วถอยหลังไป 2 ก้าวเพื่อหลีกทางให้กับเฟิ่งชิงเฉิน
"ขอบพระทัยท่านอ๋อง" เฟิ่งชิงเฉินเดินต่อโดยมีเซี่ยหว่านและตงชิงคอยประคอง นางมุ่งหน้าไปที่สำนักหมอหลวง การแข่งขันในวันนี้ถูกจัดขึ้นที่นั่น
ตงหลิงจื่อลั่วที่ยืนอยู่ข้างหลังได้แต่เหม่อมองเฟิ่งชิงเฉินเดินห่างไปเรื่อยๆ แววตาเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังและเศร้าใจ
การแต่งกายที่เลอเลิศ การวางตัวที่ดูสง่างาม ไม่รู้ว่าเฟิ่งชิงเฉินสลัดคราบเด็กสาวในวันวานไปตั้งแต่เมื่อใด แล้วคำถามนี้ก็ได้ให้คำตอบสำหรับข้อสงสัยหลายๆข้อที่ตงหลิงจื่อลั่วเคยคิดจะถามนาง
ตงหลิงจื่อลั่วแหงนหน้ามองแผ่นฟ้าที่สดใส เขาเก็บซ่อนรอยยิ้มที่แสนทุกข์ระทมไว้ไม่ได้อีกแล้ว
เหอะๆ......คนบางคน หากปล่อยให้หลุดมือไปแค่เพียงครั้งเดียว ก็กลับกลายเป็นว่าต้องหลุดลอยไปตราบชั่วชีวิต ยกตัวอย่างเช่นเหยาหวาและเฟิ่งชิงเฉิน
ตงหลิงจื่อลั่วก้มหน้าแล้วเดินไปอีกทางหนึ่ง
เขาไม่อยากเห็นรอยยิ้มอันแช่มชื่นของเฟิ่งชิงเฉินอีกครั้ง ไม่อยากเห็นเฟิ่งชิงเฉินในชุดพระชายา ไม่อยากเห็นท่าทางอันองอาจและเลอเลิศของนางอีก ทุกท่วงท่าที่เฟิ่งชิงเฉินเคลื่อนไหวล้วนตอกย้ำว่าเขากับเฟิ่งชิงเฉินยิ่งเดินต่อไปก็ยิ่งห่างไกลกัน
ความรู้สึกของตงหลิงจื่อลั่วแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยอยู่ในสมองของเฟิ่งชิงเฉินมาก่อนเลย เรื่องที่เกิดขึ้นในวังเมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้ เฟิ่งชิงเฉินถือว่าตงหลิงจื่อลั่วเสียสติ เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป