ตอนที่ 497
บทที่ 498 ช่างบังเอิญ ส่งเฟิ่งชิงเฉินกลับจวน
October 21, 2026
นางจะไม่ใส่ใจกับอารมณ์ของผู้ป่วยให้มากนัก ไม่เช่นนั้นคงจะเป็นการทำร้ายตนเอง นี่คือหลักการทั่วไปของเฟิ่งชิงเฉิน
ไม่ใช่ว่านางเลือดเย็นไร้ความปรานี แต่ในโลกนี้มีทั้งคนและสิ่งต่างๆ มากมายที่ควรค่าต่อการเห็นอกเห็นใจ นางไม่อยากจะทำตัวเหมือนกับหลินเม่ยเม่ย ที่แต่ละวันอยู่กับความเศร้าโศกเสียใจน้ำตาไม่เคยหยุดไหล เมื่อพบเห็นกับความเกิดแก่เจ็บตาย มีสิ่งใดอีกที่นางจะไม่อาจปล่อยวางได้......
นางสวมหน้ากากอนามัยแล้วไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก นางเพิกเฉยต่อความคาดหวังและความรอคอยอันเล็กน้อยในสายตาของห้าวถิง เนื่องจากหากว่านางจะได้ทำการตรวจ นางจะไม่กล้าให้คำสัญญาใดกับผู้ป่วยเลย
เวลามีจำกัด หลังจากที่เฟิ่งชิงเฉินทำการจับชีพจรแล้วก็ได้ทำการตรวจร่างกายเบื้องต้นให้แก่ห้าวถิง แน่นอนว่าเครื่องมือแพทย์อัจฉริยะของนางได้ถูกเปิดออกแล้วก่อนหน้านี้ มิใช่ว่านางเอาแต่พึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่อาการเจ็บป่วยบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่ตรวจมองได้จากภายนอกด้วยสายตา อีกอย่างผู้ป่วยตรงหน้านี้ก็ไม่ให้ความร่วมมือกับนางสักเท่าไหร่
เฟิ่งชิงเฉินตรวจดูรูม่านตาของห้าวถิง จากนั้นก็พิจารณาถึงอัตราการเต้นของหัวใจรวมไปถึงการหายใจด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะถามเขาว่ามีส่วนใดที่รู้สึกไม่สบาย และสามารถรับประทานอาหารนอนหลับใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติหรือไม่?
จากคำพูดของห้าวถิงประกอบกับประสบการณ์ทางเทคนิคที่นางมี เฟิ่งชิงเฉินรู้ได้ทันทีว่านางกำลังพบกับปัญหาใหญ่เข้าแล้ว การแข่งขันในครั้งนี้จะชนะหรือไม่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาใหญ่ก็คือนางอาจสามารถรักษาห้าวถิงให้หายได้หรือไม่
“คุณชายห้าวถิง ข้าต้องการจะนำเลือดของท่านออกมาสักหยด” เฟิ่งชิงเฉินไม่รอให้ห้าวถิงปฏิเสธ นางก็ได้หยิบเข็มเล่มเล็กออกมาจากกล่องยาแล้วแทงไปที่ปลายนิ้วของห้าวถิง
ห้าวถิงรู้สึกเจ็บปวดแต่ไม่ได้เคลื่อนไหว แล้วยอมให้เฟิ่งชิงเฉินเจาะเลือดของเขาไป ขนตาเรียวยาวของเขาขยับเล็กน้อย หลังจากที่เฟิ่งชิงเฉินใส่เลือดลงไปในขวดบรรจุเรียบร้อยแล้วเขาจึงได้เอ่ยถามขึ้นว่า “หมอเฟิ่ง ข้าเป็นโรคอะไรกันแน่ เหตุใดบัดนี้จึงไม่มีผู้ใดตรวจพบโรคของข้าได้เลย”
“บัดนี้ข้ายังไม่รู้ อีกประเดี๋ยวรอให้ข้ากลับไปและนำเลือดของเจ้าทำการทดสอบแล้วจึงจะรู้ได้” เฟิ่งชิงเฉินเปิดกล่องยาออกแล้วถอดถุงมือและหน้ากาก ยัดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตน เซี่ยหว่านรีบหยิบผ้าขนหนูเปียกผืนหนึ่งเข้ามา แล้วทำการเช็ดนิ้วมือทั้งสิบของเฟิ่งชิงเฉินให้อย่างสะอาดสะอ้าน
สาวใช้ที่ฉลาดหลากแหลมเช่นนี้ นางสังเกตเห็นลักษณะนิสัยอันเคยชินเล็กๆ น้อยๆ ของตน บ่าวที่มาจากจวนอ๋องเก้าไม่ธรรมดาทีเดียว
เฟิ่งชิงเฉินหันไปพยักหน้าให้แก่เซี่ยหว่านเป็นความหมายว่านางยอมรับ เซี่ยหว่านดวงตาเป็นประกายด้วยความปีติยินดี
หลังจากจัดการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งชิงเฉินก็เดินหันหลังกลับไปมองเห็นซูหว่านที่อยู่ตรงนั้นทำท่าทางเสแสร้งตรวจจับชีพจรของผู้ป่วยหมายเลขแปด แล้วเอ่ยถามคำถามที่โดยมากหมอจะเอ่ยถามคนไข้ ท่าทางที่ซูหว่านแสดงออกมานั้นเกรงว่าหลายวันมานี้นางเองก็คงจะฝึกฝนไม่น้อย
ในการแข่งขัน แพ้ชนะทุกครั้งวัดกันไม่ใช่ที่ความสามารถ แต่วัดกันที่กลยุทธ์ ดังเช่นการแข่งขันฉิน คัดลายมือ วาดภาพและหมากรุกทั้งสี่นั้น ที่นางเอาชนะซูหว่านมาได้
สำหรับกลยุทธ์การจัดการของหนานหลิงจิ่นฝานและซูหว่าน เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้สนใจและโกรธเคืองแต่อย่างใด เพราะนี่คือความสามารถของพวกเขา
เฟิ่งชิงเฉินเผยอยิ้มขึ้นอย่างนุ่มนวลแล้วหันไปคารวะองค์รัชทายาทและคนอื่นๆ “ฝ่าบาท บัดนี้ชิงเฉินได้ทำการวินิจฉัยโรคของเขาแล้ว หากไม่มีเรื่องใดอื่นชิงเฉินขอตัวก่อน”
“ชิงเฉินวินิจฉัยโรคของคุณชายผู้นั้นได้แล้วหรือ จำเป็นต้องเขียนใบสั่งยาหรือไม่?” องค์รัชทายาทไม่ใช่คนโง่ เฟิ่งชิงเฉินสามารถมองเห็นความผิดปกติไปของซูหว่านได้ แน่นอนว่าเขาก็ค้นพบมันเช่นกัน การที่เขากล่าวออกมาเช่นนี้เป็นการเปิดโอกาสให้เฟิ่งชิงเฉินกล่าวถึงกลยุทธ์ในการแข่งขันครั้งนี้ออกมา แต่เฟิ่งชิงเฉินกลับไม่สนใจ ในสายตาของเฟิ่งชิงเฉินแล้วนั้น การใช้กลยุทธ์ต่างๆ ในการแข่งขันเป็นเพียงเรื่องปกติ
“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ใส่ใจ บัดนี้ชิงเฉินยังไม่อาจทราบได้ว่าคุณชายผู้นี้เป็นโรคอะไร ชิงเฉินจำเป็นจะต้องใช้เวลากลับไปครุ่นคิดก่อน” แม้นางจะมีข้อสงสัยที่ตั้งเอาไว้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นางจะรอผลการตรวจเลือดออกมาก่อน หากยังตรวจไม่พบ นางจะไม่มีสิทธิ์กล่าวคำใด เพราะก่อนที่จะมั่นใจ หมอไม่สามารถคาดเดาอาการต่อหน้าคนไข้เช่นนี้ได้ หากว่านางวินิจฉัยผิดและทำให้คนไข้ตกใจก็คงแย่
“ข้าได้ยินมาว่าทักษะทางการแพทย์ของคุณหนูเฟิ่งยอดเยี่ยมยิ่งนัก ยังมีโรคที่คุณหนูเฟิ่งไม่อาจวินิจฉัยออกมาได้ด้วยหรือ?” หนานหลิงจิ่นฝาน ทำท่าทางเหมือนตนเป็นแมลงสาบ ไม่ว่าเจ้าจะชอบหรือไม่ ข้าก็จะคอยปรากฏตัวอยู่ข้างกายเสมอ
เฟิ่งชิงเฉินเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจแล้วกล่าวอย่างไร้ความอดทนว่า “การที่ชิงเฉินยังไม่อาจวิเคราะห์อาการเจ็บป่วยของคุณชายผู้นี้ออกมาได้ องค์ชายสามคาดว่าคงจะรู้ดีว่าเป็นเพราะเหตุใด ส่วนที่องค์ชายสามกล่าวว่าทักษะทางการแพทย์ของชิงเฉินยอดเยี่ยมนั้นเป็นเพียงแค่ข่าวลือ เฟิ่งชิงเฉินมีความคุ้นเคยกับการรักษาบาดแผลภายนอกเท่านั้น”
จะใช้กลยุทธ์ใดนั้นย่อมได้ แต่การเปิดเผยกลยุทธ์พร้อมด้วยท่าทางอันน่าขยะแขยงเช่นนั้นนางรู้สึกรังเกียจยิ่งนัก ทำเรื่องผิดเอาไว้แต่ยังแสร้งทำเป็นคนดี เฟิ่งชิงเฉินไม่อยากจะสนทนากับอีกฝ่ายหนึ่งให้เสียเวลานางจึงได้กล่าวออกมาปิดปากเขา
หากว่าเป็นคนธรรมดาแล้วล่ะก็ ต่อให้ไม่รู้สึกผิดอยู่ในใจก็คงจะหน้าแดงบ้างเล็กน้อย แต่หนานหลิงจิ่นฝานเสแสร้งแกล้งทำเหมือนฟังไม่เข้าใจและทำใบหน้าอันไร้เดียงสา ไม่เพียงเท่านั้นเขายังได้ใช้โอกาสในการทดสอบกล่าวขึ้นว่า “เป็นข่าวลือจริงๆ และไม่น่าเชื่อถือเลย ช่วงนี้มีข่าวลือที่ด้านนอกว่าคุณหนูเฟิ่งค้างแรมอยู่ที่จวนอ๋องเก้า และได้ใช้ช่วงเวลายามค่ำคืนกับเสด็จอาเก้าเบ่งบานดุจดั่งฤดูใบไม้ผลิ ไม่ทราบว่าเรื่องข่าวลือนี้เป็นจริงหรือไม่?”