ตอนที่ 499
บทที่ 500 โง่เง่า อายหรือไร?
October 21, 2026
เฟิ่งชิงเฉินคิดถึงสิ่งที่เป็นไปได้นับร้อยนับพัน แม้กระทั่งอยู่บนรถม้า นางก็กำลังคิดถึงมาตรการการรับมือในสถานการณ์ต่างๆ
หากว่าเสด็จอาเก้าบังคับให้นางเป็นสาวใช้คอยอุ่นเตียง นางมองผิวเผินก็จะทำเหมือนเชื่อฟัง แต่จะแอบวางแผนแล้วหลบหนี ทิ้งเสด็จอาเก้าเอาไว้ไม่ช้าก็เร็ว
หากว่าเสด็จอาเก้าเสแสร้งแกล้งทำให้นางเชื่อมั่นในเขา ไม่ช้าก็เร็ว เขาจะให้ตำแหน่งแก่นาง เช่นนั้นนางก็จะยินดีกล่าวกลับด้วยความเขินอายว่านางเชื่อเขา
หากเสด็จอาเก้ากล่าวเตือนอย่างเย็นชาว่า อย่าคิดว่าตนปีนขึ้นไปบนเตียงของเขาแล้วจะทำสิ่งใดได้ตามปรารถนา และกลายเป็นนายหญิงแห่งจวนอ๋องเก้าได้ เช่นนั้นนางก็จะทำเป็นเสียใจกลั้นน้ำตาเอาไว้แล้วกล่าวว่านางสาวไม่ทำเช่นนั้น
หากเสด็จอาเก้ากล่าวว่าทุกอย่างยังคงเป็นดังเดิม ให้เหมือนเรื่องเมื่อคืนนี้ไม่มีวันไม่ได้เกิดขึ้น นางก็จะพยักหน้าทั้งน้ำตา พยายามกล่าวว่าตนจะทำให้ได้
แต่มีสิ่งเดียวที่นางคิดไม่ถึงนั่นก็คือเสด็จอาเก้าใช้ฉากกั้น กั้นเอาไว้ตอนพบกับนาง
เสด็จอาเก้าอายหรืออย่างไร?
เฟิ่งชิงเฉินมองไปยังฉากกันที่อยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางงุนงง ดูเหมือนนางอยากจะหัวเราะแต่ก็ไม่กล้า
หากจะกล่าวว่าอาย ควรจะเป็นนางต่างหากที่อาย เสด็จอาเก้าจะอายทำไมกัน เมื่อเสด็จอาเก้าทำเช่นนี้ทำให้นางไม่รู้ว่าจะอายอย่างไรดี
“แค่กๆ......” เมื่อพบว่าเฟิ่งชิงเฉินยังไม่กล่าวสิ่งใดออกมาเป็นเวลาเนิ่นนาน เสด็จอาเก้าจึงได้กล่าวกระแอมเตือนขึ้น
ด้านหลังของฉากกั้น เสด็จอาเก้าครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวต่ำ ใบหน้าของเขาขาวซีดราวกับกระดาษ ดวงตาลึกล้ำและเงียบงันมองไปมีรอยเส้นเลือด ที่บริเวณท้องก็เต็มไปด้วยเลือดเช่นกัน
นี่คือค่าตอบแทนของการเอาแต่ใจตนเอง
กระถางธูปสองกระถางด้านข้างถูกจุดขึ้น ควันสีขาวลอยขึ้นมา กลิ่นอันดูสูงสง่ากลบกลิ่นเลือดเหล่านั้นทิ้งไป
แม้จะมีเพียงแค่ฉากกันตั้งแต่ให้ความรู้สึกถึงความห่างเหินเหลือเกิน ฉากกันนี้ทำให้ทั้งสองคนดูห่างไกลกัน
“ชิงเฉินคารวะเสด็จอาเก้า ขอให้อายุยืนพันปีพันพันปี” เฟิ่งชิงเฉินได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว นางจัดระเบียบเสื้อผ้ารีบคารวะ
เสด็จอาเก้ารู้สึกหงุดหงิดจนแทบจะกระอักเลือดออกมา ใครสั่งให้นางคารวะเช่นนี้กัน? “ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยเสด็จอาเก้า” เฟิ่งชิงเฉินลุกขึ้นยืนอย่างเงียบๆ นางกำลังคิดอยู่ว่า หากเสด็จอาเก้าไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาตัวนางเองก็จะไม่เอ่ยเรื่องเมื่อคืนนี้ขึ้นก่อนเช่นกัน
การที่มีฉากกั้นเช่นนี้ อาจหมายความได้ว่าเสด็จอาเก้ารู้สึกเขินอายหรือบางทีอาจจะไม่อยากเห็นหน้านาน ดังนั้นนางจึงต้องระวังไว้เป็นดี เนื่องจากเรื่องเมื่อคืนนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูแปลกประหลาดไป ดีไม่ดีอาจจะกลายเป็นผู้โปรดปรานของเขาก็ย่อมได้
หลังจากผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนมาด้วยกัน โดยมากจะเป็นหญิงที่คอยตามติดชาย ต้องการให้เขารับผิดชอบ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเบื่อและรังเกียจ แต่ในทำนองเดียวกัน...... หากว่าผู้หญิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดขึ้นเลยผู้ชายก็จะรู้สึกอึดอัดใจเช่นกัน
เมื่อคืนนี้ เขาทำได้แย่มากเลยหรือไง? แย่จนขนาดที่ว่าเมื่อเฟิ่งชิงเฉินพบเขาอีกครั้งแต่ก็กลับไม่กล่าวสิ่งใดเลย
เสด็จอาเก้ารู้สึกว่าหัวใจของเขาดูหดหู่ยิ่งนัก เขาไม่เพียงแค่ได้รับบาดเจ็บจากภายนอก แต่ได้รับบาดเจ็บจากภายในด้วย เฟิ่งชิงเฉินแทบจะทำให้เขาโมโหแทบคลั่ง เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่โหดเหี้ยมและเลือดเย็นเท่าเฟิ่งชิงเฉินมาก่อน
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายของนาง
การที่เฟิ่งชิงเฉินไม่มีปฏิกิริยาใดออกมา ทำให้เสด็จอาเก้าโกรธยิ่งนัก แต่เรื่องแบบนี้เขาไม่เคยรับมือมาก่อนไม่รู้ว่าควรจะกล่าวอย่างไรดี ดังนั้นจึงเลือกที่ไม่เอ่ยถึงมัน แต่กลับกล่าวขึ้นด้วยท่าทางจริงจังว่า “ชิงเฉิน เรื่องการแข่งทักษะทางการแพทย์ ในวันนี้ข้าได้ยินเรื่องราวมาแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลใจไปเรื่องนี้ข้าจะจัดการให้เจ้าอย่างแน่นอน”
หนานหลิงจิ่นฝานนับวันยิ่งหยิ่งทะนงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อการชนะสักครั้งในการแข่งขัน เขากล้าจะใช้กลอุบายลับหลังเช่นนี้ คิดว่าตนป่วยจนแทบตายแล้วหรือไร?
แค่กๆ ดูเหมือนเสด็จอาเก้าจะลืมไปแล้วว่าการที่เฟิ่งชิงเฉินสามารถเอาชนะซูหว่านได้ในการแข่งขันทั้งสามประเภทนั้น แท้จริงแล้วก็ใช้กลอุบายจึงได้มา เอาเถิดต่อให้เสด็จอาเก้าจะจำได้ ก็คงทำได้เพียงปรบมือให้กำลังใจเฟิ่งชิงเฉิน กล่าวว่านางทำได้ดี