ตอนที่ 512
บทที่ 513 มองฟ้า เสด็จอาเก้าปะทะเหล่าองค์ชาย
October 21, 2026
เมื่อเหล่าองค์ชายเห็นว่าเฟิ่งชิงเฉินเสียโฉมก็ไม่มีอารมณ์ตีสนิทนางอีก เฟิ่งชิงเฉินที่เป็นเช่นนี้ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เสด็จอาเก้าเจอนางที่เป็นเช่นนี้ไม่อาเจียนก็ดีแล้ว ไฉนเลยจะยอมฟังคำของนาง?
หย่งอ๋องและคนอื่นๆ มองเฟิ่งชิงเฉินด้วยใบหน้าสมใจ ดวงตาของพวกเขาดูถูกเหยียดหยามและเย้ยหยัน คางของพวกเขาเชิดขึ้นเล็กน้อยและหมดความปรารถนาที่จะสนทนากับนางอีก
เฟิ่งชิงเฉินคาดเดาความคิดของพวกเขาได้รางๆ เปลือกตาของนางหลุบลงเล็กน้อยเพื่อปกปิดแววเยาะเย้ยในดวงตาของนางเอาไว้
ไม่ว่าอย่างไร แผนขององค์ชายเหล่านี้จะต้องผิดแผนไปหมด นางไม่มีทางที่จะเป็นอาวุธให้พวกเขาเพียงเพราะพวกเขาพูดอะไรไม่กี่คำ ในขณะที่...
องค์ชายเหล่านี้ต้องการกลั่นแกล้งนาง หัวเราะเยาะนาง เกรงว่าจะต้องผิดหวังเสียแล้ว เฟิ่งชิงเฉินไม่เคยคิดที่จะพึ่งพาผู้ชาย แม้ว่าเสด็จอาเก้าจะปกป้องนางเป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นอันตรายต่อนางมากด้วยเช่นกัน
ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครคิดจะพูดอะไรขึ้นก่อน แน่นอนว่าองค์ชายเหล่านี้ไม่ได้ตั้งใจจะจากไปทันที พวกเขากำลังรอคอยให้คนจากจวนเสด็จอาเก้ามาที่นี่...
ตงหลิงจื่อชิงถอนหายใจเล็กน้อยและพูดประโยคแรกในวันนี้หลังจากมาถึง “แม่นางเฟิ่ง ต่อไปเจ้าคิดจะทำอย่างไร”
“ทำอย่างไร? ชิงอ๋องหมายความว่าอย่างไร?” เฟิ่งชิงเฉินเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงงและพินิจดูองค์ชายที่มีการมีตัวตนน้อยยิ่งนักอย่างจริงจัง
ตงหลิงจื่อชิงเป็นผู้สนับสนุนองค์รัชทายาท เขาประจำการอยู่ที่ชายแดน เป็นองค์ชายที่ออกรบจริงๆ คิดไม่ถึงว่ายามที่นางเสียโฉม เขาจะคุยกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใย
ตงหลิงจื่อชิงเพียงเห็นว่าเฟิ่งชิงเฉินแกล้งโง่และไม่สนใจสายตาเยียบเย็นจากเหล่าเสด็จพี่ของเขาและกล่าวว่า “หากเจ้าเต็มใจ ข้าจะส่งคนมาพาเจ้าไปที่ด่านเป่ยเหมิน”
ด่านเป่ยเหมินเป็นด่านที่อวี่เหวินหยวนฮั่วประจำการอยู่ ตงหลิงจื่อชิงกำลังต้องการผูกมิตรกับอวี่เหวินหยวนฮั่ว ในขณะเดียวกันก็เตือนตงหลิงจื่อโจวและคนอื่นๆ ว่าเฟิ่งชิงเฉินไม่ใช่คนที่จะรังแกได้ง่ายๆ
เอ่อ… ใบหน้าของตงหลิงจื่อโจวและคนอื่นๆ เปลี่ยนไปทันที พวกเขาลืมอวี่เหวินหยวนฮั่วไปได้อย่างไร อวี่เหวินหยวนฮั่วและเฟิ่งชิงเฉินเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทุกคนในเมืองหลวงรู้ว่าเฟิ่งชิงเฉินเคยทำให้องค์จักรพรรดิไม่พอพระทัย แม้อวี่เหวินหยวนฮั่วจะอยู่ไกลก็ยังพยายามหาวิธีช่วยนางอย่างถึงที่สุด
เสด็จอาเก้าก็ปกป้องเฟิ่งชิงเฉินไปทั่วทุกที่ ไม่แน่ว่าบางทีก็อาจเป็นเพราะอยากมีอวี่เหวินหยวนฮั่วเป็นพวก
เหล่าองค์ชายรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่โชคดีที่พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นเจ้าแห่งการละคร เพียงชั่วพริบตา แววดูหมิ่นดูแคลนในดวงตาของพวกเขาก็หายไป แต่ละคนล้วนแสดงน้ำใจบอกกล่าววิธีกำจัดแผลเป็นที่พวกเขารู้ มีเพียงตงหลิงจื่อลั่วที่ไม่พูดอะไร แต่นัยย์ตากลับปรากฏประกายเย็นวาบ
ตงหลิงจื่อชิงทำลายแผนของเขาอีกแล้ว การสนทนาในวันนี้จะต้องไปถึงพระกรรณของเสด็จพ่อของเขาอย่างแน่นอน หากเขาขอแต่งงานกับเฟิ่งชิงเฉินในยามนี้ย่อมดูเหมือนมีจุดประสงค์แอบแฝง แม้ว่าเขาตั้งใจจะแต่งงานกับเฟิ่งชิงเฉินและรวบรวมตระชกูลหวังพร้อมทั้งอวี่เหวินหยวนฮั่วมาเป็นพวกจริงๆ ก็ตาม
เฟิ่งชิงเฉินรำคาญบอกกับแผลของนางยังไม่หายดี นางจึงไม่อยากพูดอีก แม้ว่านางจะอ้าปากออกพูดก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะพูดได้สักคำ ครึ่งชั่วยามผ่านไป เฟิ่งชิงเฉินก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว ร่างของนางดูไม่มั่นคงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็เริ่มฝืนมากขึ้นเรื่อยๆ
เหล่าองค์ชายรู้ว่าพวกเขาควรไปได้แล้ว แม้ว่าภายนอกจะไม่มีอะไร แต่ทุกคนก็รู้ว่าวันนี้ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก มีองค์ชายรองเป็นผู้นำ เหล่าองค์ชายกำลังจะเตรียมตัวกลับจวน ไฉนเลยจะรู้ว่าเมื่อกำลังจะลุกขึ้นก็ได้ยินคนมารายงาน "เสด็จอาเก้ามาถึงแล้ว!"
เสด็จอาเก้ามาด้วยตนเองจริงหรือ?
ประกายสว่างวาบในดวงตาของเหล่าองค์ชาย พวกเขากวาดตามองเฟิ่งชิงเฉินแต่ก็เห็นใบหน้าของนางสงบราบเรียบราวกับว่านางรู้อยู่แต่แรกแล้ว นางยืนขึ้นพร้อมกับเหล่าองค์ชายและเดินออกไปนอกประตูเพื่อต้อนรับเสด็จอาเก้า นางไม่ได้มองผ้าคลุมหน้าบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย ดูแล้วนางคงไม่คิดจะใส่มันอีก
“แม่นางเฟิ่ง เจ้าอยากสวมผ้าคลุมหน้าหรือไม่?” จิตใจของตงหลิงจื่อชิงละเอียดอ่อนกว่าคนอื่นๆ
รูปร่างหน้าตาของหญิงสาวสำคัญเพียงใด ไม่ว่าเสด็จอาเก้าจะมีท่าทีอย่างไรต่อเฟิ่งชิงเฉิน ย่อมไม่ดีแน่หากเสด็จอาเก้าจะเห็นรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดของเฟิ่งชิงเฉิน
“ขอบพระทัยเพคะ ท่านอ๋อง แต่ไม่จำเป็น” เฟิ่งชิงเฉินยิ้มบางๆ ให้ตงหลิงจื่อชิงพร้อมด้วยความห่างเหินที่ลดน้อยลง