ตอนที่ 515
บทที่ 516 ต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งจึงจะปลอดภัยที่สุด
October 21, 2026
ขึ้นชื่อว่าเป็นคน คงไม่มีใครอยากจะอายุสั้น เสด็จอาเก้าก็เป็นคน ย่อมอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปนานๆ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเห็นด้วยกับหมอเทวดา ที่ต่ออายุให้ตัวเองโดยใช้วิธีทำร้ายชีวิตของผู้อื่น
เขาเป็นคนเคร่งครัดเรื่องอนามัย การยอมให้มีของของคนอื่นอยู่ภายในร่างกายตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถรับได้ แม้จะเป็นการต่ออายุให้ตัวเองก็ตาม เรื่องนี้เสด็จอาเก้ารู้คนเดียวก็พอแล้ว เขาไม่อยากบอกเรื่องนี้ให้เฟิ่งชิงเฉินรับรู้
เพราะเขารู้ดีว่าเฟิ่งชิงเฉินจะไม่ถามเขาว่าเขาอยากมีชีวิตต่อไปอีกหรือไม่ แต่นางเป็นห่วงว่าตัวเองจะกลายเป็นเครื่องมือให้คนอื่นหลอกใช้ หรือไม่ก็เป็นเครื่องมือให้เขาหลอกใช้
เสด็จอาเก้าลูบศีรษะเฟิ่งชิงเฉิน เส้นผมที่หมุนวนไปกับฝ่ามือทำให้ใจเขาพลอยโอนอ่อนไปด้วย เมื่อเฟิ่งชิงเฉินใจเย็นลงแล้ว เสด็จอาเก้าจึงพูดเบาๆว่า "เฟิ่งชิงเฉิน เจ้าลืมเรื่องที่ข้าเคยบอกเจ้าไปหรือยัง"
"เรื่องที่ท่านเคยบอกข้า? เรื่องอะไรหรือ?" เฟิ่งชิงเฉินมองหน้าเสด็จอาเก้าด้วยความสงสัย สิ่งที่เสด็จอาเก้าถามนาง กลับกลายเป็นว่านางเป็นฝ่ายตั้งคำถามกลับไป
"ข้าเคยบอกเจ้าว่า ตราบใดที่เรามีความแข็งแกร่งที่แท้จริง แผนการในที่ลับหรือที่แจ้งก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ขนาดตระกูลชุยเจ้ายังไม่กลัวเลย แล้วเจ้าจะกลัวอะไรอีก" เมื่อรู้ว่าเฟิ่งชิงเฉินต้องเผชิญหน้ากับตระกูลชุย เขาทั้งดีใจและภูมิใจ ในที่สุดเฟิ่งชิงเฉินของเขาก็แข็งแกร่งและกล้าหาญพอที่จะรับมือกับผู้ทรงอำนาจ
ในเวลานี้ เฟิ่งชิงเฉินไม่มีความสามารถก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากแม้แต่ความกล้าก็ไม่มี นั่นต่างหากที่เป็นปัญหาใหญ่
"แต่นั่นมันไม่เหมือนกันนะ" เรื่องตระกูลชุยกับเรื่องอวัยวะทดแทนในการต่ออายุขัยไม่สามารถเอามาเปรียบกันได้
เฟิ่งชิงเฉินพยายามหลบมือของเสด็จอาเก้า แต่ไม่ว่านางจะหลบไปทางไหน มือของเขาก็ยังตามนางไปทุกที่ จนผมนางจะกลายเป็นรังนกเสียแล้ว
"ไม่เหมือนกันตรงไหน ศัตรูของเจ้าแข็งแกร่งกว่าเจ้า อำนาจของตระกูลชุยก็ไม่ใช่น้อยๆเลย" ศัตรู 1 คนกับศัตรูร้อยคนก็เป็นศัตรูเหมือนกัน ขอเพียงเราจิตใจเข้มแข็งก็ไม่ต้องสนใจว่าศัตรูจะมีเยอะเพียงใด มา 1 ก็ฆ่า 1 มา 2 ก็ฆ่าทิ้งทั้งคู่เลย
"พละกำลังของตระกูลชุยยิ่งใหญ่แค่ไหนเราก็มองเห็นแล้ว หากวันหนึ่ง จักรพรรดิทั้งสี่แคว้นและเจ้าเมืองทั้งเก้าเมืองมาได้ยินคำพูดของหมอเทวดาเข้า ท่านคิดว่าพวกเขาจะปล่อยข้าไปหรือ?" เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว เฟิ่งชิงเฉินก็ต้องกลายเป็นเครื่องมือที่หายากยิ่งกว่าหลี่เซี่ยงเสียอีก
หลี่เซี่ยงแค่เพียงสามารถทำให้ฟ้าร้องฟ้าผ่าได้ แต่เฟิ่งชิงเฉินไม่ใช่เพียงแค่นั้น นางอาจจะทำให้จักรพรรดิบางองค์มีอายุขัยที่ยาวนานขึ้นได้ ซึ่งก็หมายความว่าเป็นการยืดเวลาให้ชีวิตการเมืองของเขาด้วย ด้วยเหตุนี้ ระหว่างนางกับหลี่เซี่ยงใครจะสำคัญกว่ากันก็เห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว
ครอบครองแว่นแคว้นได้แล้วอย่างไรล่ะ หากสิ้นอายุขัย ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นอันสูญสิ้น การมีชีวิตอยู่ต่อไปต่างหากจึงจะทำให้หลายๆอย่างมีความเป็นไปได้
ข้อนี้เสด็จอาเก้าไม่เถียง "จักรพรรดิทั้งสี่แคว้นและเจ้าเมืองทั้งเก้าเมืองก็แก่ชรากันหมดแล้ว หากเจ้ามีความสามารถเช่นนี้จริงๆ ข้าว่าพวกเขาไม่มีทางปล่อยเจ้าให้หลุดมือไปแน่"
การที่เขาไม่ยินยอมไม่ได้แปลว่าผู้อื่นไม่ยินยอม แม้เสด็จอาเก้าจะมั่นอกมั่นใจ แต่เขาก็ไม่ยอมให้ความคิดของตัวเองไปบังคับผู้อื่น
"ท่านก็ยังคิดแบบนี้ นี่ก็แสดงว่าจะต้องมีวันหนึ่งที่ข้าจะต้องยืนอยู่ในจุดที่อันตรายมากๆเลยน่ะสิ" เมื่อนึกภาพตามแล้ว เฟิ่งชิงเฉินก็เกิดอยากตายขึ้นมาในทันที
หากเรื่องราวต้องเป็นเช่นนั้นจริง นางคงไม่มีชีวิตต่อไปได้แน่ ต่อให้มีชีวิตต่อไป มือของนางก็จะไม่สามารถจับมีดผ่าตัดได้อีกแล้ว
"ก็ต้องอันตรายมากๆเลยน่ะสิ เจ้าจะกลายเป็นเนื้อชิ้นโตที่ถูกกลุ่มคนมารุมฉีกกินด้วยความหิวโหย" เฟิ่งชิงเฉินเป็นกังวลยิ่งนัก ส่วนเสด็จอาเก้าก็มองว่าเฟิ่งชิงเฉินคิดไปไกลใหญ่แล้ว นางไม่ได้มีความสามารถในเรื่องนี้เสียหน่อย
แต่เสด็จอาเก้าก็ไม่คิดที่จะบอกเฟิ่งชิงเฉิน เขาต้องการใช้โอกาสนี้ปลุกความฮึกเหิมในตัวนาง ช่วงนี้เฟิ่งชิงเฉินอยู่เงียบๆ จะกางกรงเล็บก็เพียงแค่ตอนเผชิญหน้ากับหลี่เซี่ยง นอกเหนือจากนั้นหากไม่จำเป็นต้องแผลงฤทธิ์นางก็จะอยู่เฉยๆ
เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้าเพราะรู้สึกคล้อยตาม แม้การเปรียบเปรยนี้จะไม่น่าฟังนัก แต่เสด็จอาเก้าก็พูดถูก จะต้องมีวันหนึ่งที่นางกลายเป็นเนื้อชิ้นโต
กลุ้มใจจริงๆเลย เฟิ่งชิงเฉินส่งสายตาไปถามเสด็จอาเก้าว่านางควรจะทำอย่างไรดี
เสด็จอาเก้าใช้แววตาปลอบประโลมเฟิ่งชิงเฉิน พร้อมกล่าวอย่างไม่ค่อยมั่นใจ "เฟิ่งชิงเฉิน ถ้าหากเจ้ากลัว เจ้าก็ต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้า"
"เตรียมการ? เตรียมการอะไรหรือ?" เรื่องแบบนี้จะให้เตรียมการเช่นไร เฟิ่งชิงเฉินไม่รู้เลยจริงๆ จะยอมเสียมือทั้งสองข้างของตัวเองไปหรือ? นางทำใจไม่ได้หรอก
"เตรียมรวบรวมกำลังที่จะใช้ไปต่อกรกับสี่แคว้นและเก้าเมือง" เสด็จอาเก้าเน้นย้ำทุกคำที่เขาพูด