ตอนที่ 576
บทที่ 576 หยั่งเชิง ไม่ถูกจิ่วโจวยอมรับ
October 21, 2026
เหยี่ยวล่าสัตว์เป็นราชันแห่งท้องฟ้า เป็นพลลาดตระเวนที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ความช่วยเหลือในยามที่กำลังลำบากงั้นหรือ?
จะบังเอิญเกินไปหรือไม่?
เฟิ่งชิงเฉินไม่เคยไปที่หุบเขาไท่ลู่เก๋อมาก่อน แต่นางก็พอจะเดาสถานการณ์ที่นั่นได้ ดินแดนทางเหนือที่ไม่ค่อยมีค่อยย่างกรายเข้าไปย่อมต้องเป็นสถานที่รกร้างไร้ถนนหนทางเป็นแน่
หุบเขานั้นใหญ่เพียงใด เกรงว่าผู้ที่อยู่ใกล้ที่นั่นมาหลายชั่วอายุคนก็ยังไม่รู้ จะตามหาคนในหุบเขาต้องอาศัยโชค หากโชคดีก็คงหาพบ หากโชคไม่ดีไม่แน่ว่าสิบวันหรือครึ่งเดือนก็คงหาไม่พบ
หลานจิ่วชิงนั้น เฟิ่งชิงเฉินเชื่อใจเขา เขาบอกว่าหวังจิ่นหลิงอยู่ที่หุบเขาไท่ลู่เก๋อ เช่นนั้นก็เป็นไปได้อย่างมากว่าเขาจะอยู่ที่นั่น หากมีเหยี่ยวล่าสัตว์มาช่วยค้นหาย่อมเป็นผลดีมหาศาล
เอาเถอะ เฟิ่งชิงเฉินยอมรับว่านางหวั่นไหวแล้ว แม้จะรู้ว่าชายผู้นี้ไม่ธรรมดา อีกทั้งการปรากฏตัวก็แปลกประหลาด แต่เพื่อตามหาหวังจิ่นหลิงให้เร็วที่สุด นางก็จะลองเสี่ยงดู…
เมื่อเห็นเงาร่างของเขาเดินจากไปอย่างห้าวหาญ เฟิ่งชิงเฉินก็กัดฟันพูดว่า “ก็ได้ ข้าตกลง เจ้าไปกับข้า แต่เจ้าต้องเชื่อฟังข้าไปตลอดทาง”
เฟิ่งชิงเฉินเพียงแต่หวังว่านางจะโชคดีหน่อย ลองเสี่ยงดูว่าชายผู้นี้จะไม่ใช่ผู้ที่จะมาสังหารหวังจิ่นหลิง ส่วนเรื่องอื่นนั้นเจอหวังจิ่นหลิงแล้วค่อยว่ากัน เพียงแค่หวังจิ่นหลิงไม่เป็นไร นางไม่สนใจแม้จะต้องทุ่มเททุกอย่าง
ชายผู้นั้นดูเหมือนจะเดาได้แต่แรก เขาชะงักฝีเท้าและหมุนตัวกลับมาอย่างสง่างามพลางแตะเหยี่ยวเบาๆ เป็นสัญญาณให้มันบินไป เขาจูงม้าเข้ามาหาเฟิ่งชิงเฉิน “แม่นางพูดเร็วหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว จะต้องให้ข้าจากไปก่อนทำไมกัน ช่างไม่มีเหตุผลเลย”
ฟังจากเสียงแล้วดูเหมือนจะกล่าวโทษที่นางไม่เด็ดขาดพอ เห็นชัดๆ ว่าได้ประโยชน์แล้วยังทำเป็นลำบากใจ เฟิ่งชิงเฉินอึดอัดมาก นางมีความรู้สึกถูกสับเปลี่ยนบทบาท
ต้องรู้ว่าตลอดมาคนที่ทำเช่นนี้คือนาง แต่วันนี้นางกลับถูกชายต่างเผ่าผู้หนึ่งบีบคั้นจนพูดอะไรไม่ออก
เอาเถอะ นางจะอดทน ใครใช้ให้นางต้องการช่วยคนจนร้อนใจขนาดนี้เล่า
ชายในอาภรณ์สีน้ำเงินก็รู้ความ เมื่อเห็นว่าได้ผลแล้วเขาก็หยุดมือ เขาพลิกตัวขึ้นหลังม้าและยื่นมือมาหาเฟิ่งชิงเฉิน “ไปเถอะ เจ้าไม่ได้จะรีบไม่ช่วยคนหรือ”
การกระทำเปิดเผย ตรงไปตรงมาราวกับไม่มีความแปลกแยกระหว่างชายหญิง เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่ได้เป็นคนใจแคบ หลังจากอึ้งงันไปเล็กน้อยก็ยื่นมือไปหาอีกฝ่าย
หลังจากขึ้นม้ามาแล้ว เฟิ่งชิงเฉินพยายามเว้นระยะห่างระหว่างนางกับเขาให้ไกลที่สุด ชายในอาภรณ์ชุดสีน้ำเงินก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เขาไม่ได้ทำอะไรเช่นโอบรอบเอวนาง ทั้งสองคนขี่ม้าตัวเดียวกันแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด
ชายในอาภรณ์สีน้ำเงินรู้ขอบเขตดี เฟิ่งชิงเฉินชี้ไปทางไหน เขาก็ไปทางนั้น ทั้งสองพยายามเป็นมิตรต่ออีกฝ่าย เมื่ออยู่ด้วยกันอย่างสงบและพอรู้จักอีกฝ่ายแล้ว เขาจึงถามนางว่านางต้องการไปที่ใด
ในเมื่อยอมให้อีกฝ่ายตามนางมาด้วยกันแล้ว จะปิดบังไปในตอนนี้ก็ไม่มีความหมาย เฟิ่งชิงเฉินไม่มีท่าทางปิดบังและกล่าวจุดประสงค์ของนางออกมาโดยตรง
“ข้าต้องการไปช่วยคนที่หุบเขาไท่ลู่เก๋อ”
ชายในอาภรณ์สีน้ำเงินอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็หัวเราะออกมา “บอกข้ามาโดยตรงว่าเจ้าจะทำอะไรเช่นนี้ ไม่กลัวว่าข้าจะเป็นคนไม่ดีหรือ สองวันมานี้เจ้าเอาแต่ปิดกั้นข้า”
ในสองวันมานี้ พวกเราทั้งปิดกั้นจากอีกฝ่ายทั้งลองเชื่อใจอีกฝ่ายดู
กลัว แน่นอนว่าย่อมกลัว นางกลัวมาก แต่จะใช้คนก็อย่าระแวง หากระแวงใครก็อย่าใช้เขา หรือหากแม้ระแวงก็อย่าได้แสดงออกมา มิฉะนั้นจะต้องทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายแน่
เฟิ่งชิงเฉินชี้ไปยังเหยี่ยวที่อยู่บนไหล่ของชายชุดสีน้ำเงินและมองเขาด้วยสายตาไว้วางใจ "ข้าเชื่อว่าคนที่สามารถทำให้เหยี่ยวยอมจำนนได้จะไม่มีทางคิดร้ายอะไร”