ตอนที่ 588
บทที่ 588 แย่มาก รออีกนิดค่อยเห็นไม่ได้หรือ
October 21, 2026
ออกไปจากที่นี่!
ต้องมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้!
ประโยคเหล่านี้ย้อนวนอยู่ในใจ เฟิ่งชิงเฉินกัดฟันยืนหยัด นางบอกตัวเองว่าต้องสู้ เมื่อใดที่คิดจะยอมแพ้ ก็จงนึกถึงคนที่กำลังรอนางอยู่ในเมืองหลวง
นางค่อยๆปีนขึ้นไป ยิ่งเข้าใกล้ด้านบนของหุบเขา นางก็ยิ่งมีแรงผลักดัน เฟิ่งชิงเฉินจะต้องมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้ นางจะไม่ยอมให้ตนเองและหวังจิ่นหลิงต้องมาตายที่นี่
ยิ่งปีนสูงขึ้นไปมากเท่าใด รอยยิ้มบนใบหน้าของเฟิ่งชิงเฉินก็ยิ่งเด่นชัดมากเท่านั้น
เฟิ่งชิงเฉิน แข็งใจหน่อยนะ เฟิ่งชิงเฉินทำได้อยู่แล้ว
ที่ผ่านมานางฟันฝ่าอุปสรรคมามากมาย ทั้งยังเคยมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานของกองกำลังชายแดน ในตอนนี้นางก็ต้องพาหวังจิ่นหลิงออกไปจากหุบเขาไท่ลู่เก๋อได้เช่นเดียวกัน
อย่าลืมว่าตอนนี้นางโชคดีกว่าในอดีตมาก ในเมืองหลวงมีคนกำลังรอนางอยู่ ในเมืองหลวงมีคนเป็นห่วงเป็นใยนาง นางยังมีคนที่นางต้องกลับไปดูแล ซึ่งเป็นหน้าที่นอกเหนือจากการทำงานของนาง
ตอนนั้นนางเปรียบเหมือนจอกแหนที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีมิตรสหาย ไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีเป้าหมายในการดำรงชีวิต ตอนนั้นนางไม่ห่วงเรื่องความเป็นความตาย ถึงนางจะตายก็ไม่มีใครเสียใจ นางจึงไม่กลัวตาย
ตอนนั้นนางผ่านเหตุการณ์เสี่ยงอันตรายมามากมาย ได้ทำในสิ่งที่ใครหลายคนทำไม่ได้ ยิ่งยากเย็นเท่าไรก็ยิ่งน่าสนใจ มิฉะนั้นนางคงไม่ตกปากรับคำจากองค์กรเรื่องการทำงานพิเศษ ด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่านางอยู่ว่างๆและรู้สึกเบื่อหน่าย
ในตอนนั้น นางเคยคิดที่จะหนีไปให้ไกลแสนไกล แต่นางก็ไม่อาจไปใช้ชีวิตในเมืองที่สงบสุขได้ เพราะในเมืองที่สงบสุข นางก็เหมือนเป็นวิญญาณเร่ร่อน ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีแรงจูงใจ แต่หากอยู่ในเมืองคอนกรีต ก็ไม่มีคนที่นางสามารถพูดคุยด้วยได้เลย
นางจำได้ว่าสมัยก่อนมีเพื่อนคนหนึ่งอิจฉาชีวิตนาง บอกว่านางสามารถทำทุกอย่างได้ตามใจปรารถนา ไม่มีใครมาก้าวก่ายชีวิตนาง ไม่ต้องแบกรับความคาดหวังของครอบครัว ไม่ต้องรับผิดชอบภาระของทางบ้าน ไม่ต้องไปยุ่งกับพ่อแม่ที่มักจะดุด่าหรือญาติๆที่ทำตัวน่ารำคาญ นางเป็นนกที่โบยบินอยู่บนท้องนภา ชีวิตมีแต่ความอิสระเสรี......
แต่ใครจะรู้ว่าการที่นางต้องอยู่ตัวคนเดียวนานๆมันน่ากลัวเพียงใด นางกลัวการนั่งอยู่ในบ้านตามลำพัง นางไม่ชอบที่ทุกครั้งที่นางกลับมาบ้านก็เห็นแค่เพียงห้องสี่เหลี่ยมที่เย็นชา
นางวาดฝันว่าจะมีแม่ที่ชอบจู้จี้นาง มีพ่อที่เข้มงวดกับนาง ถึงแม้ว่าความใฝ่ฝันของนางจะขัดกับวิถีชีวิตนาง แต่นางก็รู้สึกสุขใจ อย่างน้อยๆนางก็มีครอบครัว ไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป
แต่สิ่งที่นางเคยวาดฝันเอาไว้ ในตอนนี้ นอกจากครอบครัวที่ล่วงลับไปแล้วนางก็มีพร้อมเกือบทุกอย่าง นางมีบ้าน มีคนรัก มีเพื่อน มีเป้าหมายในการมีชีวิตรอดต่อไป
รอนางกลับไป จวนของนางก็คงสร้างเสร็จแล้ว นางจะได้ย้ายกลับจวนเฟิ่งเสียที และยังมีเสด็จอาเก้ารอนางอยู่ มีหลานจิ่วชิงเฝ้าคอยนาง เบื้องหลังนางก็ยังมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ นางจะต้องพาหวังจิ่นหลิงกลับออกไปให้ได้
ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นและความปรารถนาอันแรงกล้า ในที่สุดเฟิ่งชิงเฉินก็พาหวังจิ่นหลิงปีนขึ้นมาถึงด้านบนของหุบเขาได้สำเร็จ
"พวกเราออกมาได้แล้ว" หลังจากวางหวังจิ่นหลิงลงแล้ว เฟิ่งชิงเฉินก็หมดเรี่ยวหมดแรง นางทิ้งตัวลงไปบนพื้น แถมยังเนื้อตัวเปียกโชกราวกับเพิ่งขึ้นมาจากผิวน้ำ นางเหงื่อท่วมตัวจนเส้นผมของนางติดแนบกับใบหน้า......
"พวกเราออกมาได้แล้ว" ระยะทางเพียงไม่กี่ร้อยเมตร แต่สำหรับพวกเขาแล้ว นั่นเหมือนการเดินทางหลายพันลี้ มีเพียงหวังจิ่นหลิงที่รู้ว่าการแบกตนขึ้นมาจากหุบเขา เฟิ่งชิงเฉินต้องลำบากแค่ไหน นางทำในสิ่งที่ผู้หญิงทั่วไปไม่สามารถทำได้
หวังจิ่นหลิงไม่มีผ้าเช็ดหน้า จึงจำต้องใช้แขนเสื้อช่วยเช็ดเหงื่อบนใบหน้าให้กับเฟิ่งชิงเฉิน แต่นางก็ยิ้มและปฏิเสธไป "ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเสื้อของท่านจะเปื้อนเสียเปล่า"
เมื่อพูดจบ เฟิ่งชิงเฉินก็เอาแขนเสื้อของตัวเองมาปาดหน้า แขนเสื้อของนางมีทั้งฝุ่นและคราบต่างๆเกาะอยู่ การเช็ดหน้าครั้งนี้จึงทำให้นางหน้าลายเหมือนลูกแมว
หวังจิ่นหลิงก็ไม่ได้บอกนาง ได้แต่ยิ้มและยืนมองลูกแมวที่มอมแมม หลังจากนั้นจึงเอ่ยถามนางว่า "อยากดื่มน้ำหรือเปล่า"