ตอนที่ 595
บทที่ 595 ถอดออกนอนลง เอาใจเสด็จอาเก้ายากจริง
October 21, 2026
เฟิ่งชิงเฉินได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย ประกอบกับเสด็จอาเก้าพาทหารมาด้วย จึงไม่สะดวกนักหากจะเข้าไปในเมือง พวกเขาทั้งหลายจึงได้เดินทางอยู่นอกเมืองและตั้งกระโจมพักผ่อน ที่พักของเฟิ่งชิงเฉินอยู่ถัดไปจากเสด็จอาเก้าสองหลัง ข้าหลวงได้จัดเตรียมน้ำร้อนและเสื้อผ้าสะอาดให้แก่เฟิ่งชิงเฉินไว้แล้วก่อนหน้า
เมื่อเฟิ่งชิงเฉินรู้ว่าเสด็จอาเก้าได้พบเขากับหวังจิ่นหลิงและฝู่หลินที่หุบเขา จากนั้นได้ดูแลจัดการทั้งสองคนอย่างดิบดี นางก็วางใจลง หากมีเสด็จอาเก้าอยู่ด้วย นางจะต้องกังวลเรื่องใดอีก
เรื่องใหญ่เพียงใดเสด็จอาเก้าล้วนสามารถจัดการแก้ไขได้ด้วยตนเอง
เมื่อมองเห็นควันสีขาวลอยออกมาจากอ่างอาบน้ำ เฟิ่งชิงเฉินต้องการจะลงไปอาบน้ำอุ่น แต่เนื่องจากบาดแผลที่หลังของนาง อีกทั้งยังมีบาดแผลที่ต้นขา นางจึงทำได้เพียงเช็ดล้างร่างกายไม่ให้ตนดูสกปรก
เมื่อได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากร่างกายของตน เฟิ่งชิงเฉินก็คิดขึ้นได้และรู้สึกยกย่องเสด็จอาเก้าผู้มีความรักสะอาดเป็นเลิศ เหตุใดเขาจึงได้ทนอุ้มนางมานานได้เพียงนี้ เมื่อนางนึกถึงตอนที่เสด็จอาเก้ากลับไปยังกระโจมของเขา แล้วทำการเช็ดล้างร่างกายอย่างสุดความสามารถ เฟิ่งชิงเฉินก็หัวเราะขึ้นอย่างมีความสุข
เมื่อใดที่เสด็จอาเก้ารู้สึกหงุดหงิด นางก็จะมีความสุขยิ่งนัก
เมื่อนางหัวเราะขึ้น เรื่องน่าเศร้าก็บังเกิด ต้นขาของนางฉีกออก เฟิ่งชิงเฉินเจ็บปวดจนร่างกายหดตัวลงตามสัญชาตญาณ เฟิ่งชิงเฉินได้แต่ดวงตาแดงเรื่อ
ให้ตายสิ นางจะโชคร้ายกว่านี้อีกหรือไม่ เฟิ่งชิงเฉินไม่มีอารมณ์จะไปอาบน้ำต่อ นางสระผมอย่างเร่งรีบ จากนั้นห่อผมเอาไว้เพื่อไม่ให้น้ำจากผมหยดไปโดนหลัง หลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว นอกจากชุดชั้นในนางเพียงแค่สวมชุดบางๆ ไว้ข้างนอก มองไปดูโล่งสบายแต่ก็ดูยั่วยวนเล็กน้อย
จะทำอย่างไรได้เล่า บาดแผลที่ต้นขาของนางไม่ดีขึ้นเลย ตอนที่อยู่กับหวังจิ่นหลิง แม้ว่าเป็นตอนนอนนางก็จะปิดเอาไว้อย่างมิดชิด แต่บาดแผลที่หลังตั้งแต่บริเวณไหปลาร้าไปถึงเอว นางไม่อาจจะสวมใส่เสื้อผ้าได้เลย
เฟิ่งชิงเฉินหยิบยาและเครื่องอุปกรณ์เครื่องใช้รักษาจากกระเป๋ายาอัจฉริยะออกมา นางกำชับให้ไปตามหมอทหารมา ทางที่ดีควรจะเป็นผู้หญิง เนื่องจากบาดแผลที่หลังของนางจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือในการรักษา คิดไม่ถึงว่านางไม่ทันจะได้รับคำตอบจากข้าหลวง กลับได้ยินเสียงของเสด็จอาเก้าก้าวบอกให้ข้างหลวงถอยออกไป
เสด็จอาเก้า?
เมื่อมองเห็นเสด็จอาเก้าเดินตรงเข้ามา เฟิ่งชิงเฉินก็ดึงเสื้อผ้าเข้ามาให้มิดชิด ทำสีหน้าจริงจัง
เสด็จอาเก้ามองไปทางเฟิ่งชิงเฉิน เสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่เห็นท่าทางเมื่อครู่ของนาง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปข้างในโดยไม่มองไปทางอื่น
ปิดบังอะไรกัน ส่วนใดของเจ้าที่ข้าไม่เคยเห็นบ้าง? มาปิดเอาตอนนี้ไม่สายไปหน่อยหรือ?
“อืม” แม้จะโมโห แต่เมื่อเห็นบาดแผลบนร่างกายของเฟิ่งชิงเฉินเสด็จอาเก้ารก็อดไม่ได้ที่จะตอบรับนาง
เฟิ่งชิงเฉินยิ้มขึ้นแล้วดูเหมือนว่าการกระทำของตนเมื่อครู่จะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่นางก็ไม่ได้ปล่อยมือออก ไม่เพียงเท่านี้ นางยังดึงเสื้อผ้าเข้าหากันให้แน่นขึ้นเพื่อห่อตนเองเอาไว้
เมื่อบาดแผลสัมผัสเข้ากับเนื้อผ้า เฟิ่งชิงเฉินก็รู้สึกเจ็บปวดเสียจนหัวใจเกร็งแน่น แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาอันพินิจพิเคราะห์ของเสด็จอาเก้า เฟิ่งชิงเฉินทำได้เพียงยิ้มขึ้นด้วยแววตาอันสดใสราวกับว่าบาดแผลนั้นไม่เจ็บแม้แต่น้อย
แท้จริงแล้วนางยังไม่อยากให้เสร็จอาเก้าเห็นบาดแผลบนร่างกายของนาง เนื่องจากบาดแผลของนางนั้นนอกจากที่หลังแล้วยังมีที่เอวอีกด้วย เป็นบริเวณเอวและต้นขารอยฟกช้ำต่างๆ นานา กล่าวได้ว่าทั้งเรือนร่างของนางเต็มไปด้วยแผล นอกเสียจากใบหน้าและมือทั้งคู่ที่โผล่ออกมาจากเสื้อผ้าแล้ว ไม่มีที่ใดเลยที่สมบูรณ์แบบ แม้แต่ฝ่าเท้าก็เช่นกัน
นางเชื่อว่าหากเสด็จอาเก้าเห็นสภาพนางเช่นนี้คงจะต้องโกรธอย่างแน่นอน เนื่องจากหากว่านางเห็นเสด็จอาเก้ามีบาดแผลมากมายเช่นนี้ นางเองก็คงจะโทษเขาที่ทำอะไรไม่ระมัดระวัง และใส่ยาให้เขาอย่างปวดใจ
แต่เสด็จอาเก้าหากเห็นบาดแผลมากมายเช่นนี้บนร่างกายนาง ต่อให้เขาจะรู้สึกปวดใจแทนก็จะไม่กล่าวออกมาเพียงแค่เอ่ยโทษนาง จากนั้นก็โมโหและโมโห
นางยังไม่ได้เอาใจเสด็จอาเก้าถึงเรื่องหนีออกมาเลย หากว่าตอนนี้มีเรื่องเพิ่มขึ้นไปอีกล่ะก็นางคงจะร้องไห้จริงๆ
น่าเสียดายเหลือเกินที่ชะตาของเฟิ่งชิงเฉินต้องพบกับความล้มเหลว เสด็จอาเก้าเดินทางมาในเวลานี้ก็เพื่อที่จะทายาให้เฟิ่งชิงเฉิน หากไม่ใช่เพราะว่าเสื้อผ้าของเขาสกปรกจึงจำเป็นต้องกลับไปยังกระโจมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน คาดว่าเสด็จอาเก้าคงจะเดินทางมาก่อนหน้านี้แล้ว เขาจะปล่อยให้เฟิ่งชิงเฉินอาบน้ำเองได้อย่างไร
เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทำมาก่อน แม้จะกล่าวว่าในยุคสมัยเช่นนี้ไม่มีผู้ใดทำเช่นเขานั่นก็คือ นำทหารไปออกรบเพื่อสตรี แต่ถึงกระนั้นเรื่องราวเหล่านี้เขาชื่นชอบที่จะทำ ใครมีปัญหาอะไรเล่า
เสด็จอาเก้าลืมตาขึ้นเล็กน้อย เขามองไปทางเฟิ่งชิงเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า นอกจากรู้สึกว่าเฟิ่งชิงเฉินแปลกๆ ไปก็มาได้พบว่าสิ่งอื่นมีอะไรผิดปกติ
เสด็จอาเก้าจึงไม่ได้คิดสิ่งใดมาก เขาชี้ไปยังเก้าอี้ซึ่งวางอยู่ด้านข้าง และไม่ปล่อยให้เฟิ่งชิงเฉินปฏิเสธ เขากล่าวว่า “ถอดเสื้อผ้าออกแล้วนอนลงเสีย”
เมื่อประโยคนี้ถูกกล่าวออกมา เสด็จอาเก้าจึงได้รู้ตัวว่าตนเป็นกังวลเกินไป เขากล่าวออกมาเช่นนั้นได้อย่างไร แต่ในเมื่อกล่าวออกมาแล้วเขาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้อีก จึงทำได้เพียงก้มหน้าลงราวกับไม่ได้กล่าวคำเหล่านั้นออกมา
ต่อให้กล่าวผิดก็ไม่ใช่ความผิดของเขา เป็นเพราะเฟิ่งชิงเฉินต่างหาก ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยจะเอ่ยผิดแบบนี้เลย
“ถอดเสื้อผ้าแล้วนอนลงงั้นหรือ? เสด็จอาเก้าท่านคงไม่ได้......” เฟิ่งชิงเฉินทำสีหน้าบิดเบี้ยว “เสด็จอาเก้า ร่างของข้าเต็มไปด้วยบาดแผลอีกอย่างบัดนี้เป็นเวลากลางวัน ข้างนอกมีผู้คนมากมาย”
เฟิ่งชิงเฉินไม่รู้ว่าเสด็จอาเก้าต้องการทำสิ่งใด แต่นางรู้เพียงว่าหากนางเอนกายลงไปบาดแผลในร่างกายก็คงจะถูกเปิดเผยออกมา ดังนั้นนางจึงตั้งใจจะตีความหมายของเสด็จอาเก้าในทางนั้น ใครใช้ให้เสด็จอาเก้ากล่าวคำคลุมเครือเช่นนั้นออกมาเล่า
เมื่อสักครู่นางไม่ได้กล่าวคำว่าโหดเหี้ยมดั่งสัตว์ร้ายออกมา และนางก็ไม่กล้ากล่าว
เอาเถอะ ตอนนี้ใบหน้าของเสด็จอาเก้าดูเคร่งขรึม น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นลงกว่าเดิม แต่เสียงกลับสูงขึ้น “เฟิ่งชิงเฉินเจ้าคิดไปถึงไหนกัน ข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ แต่ละวันในสมองของเจ้าคิดแต่เรื่องเหล่านั้นหรืออย่างไร?”