ตอนที่ 610
บทที่ 610 ความกตัญญู นำมาตอบแทนความเสียสละของเสด็จอาเก้า
October 21, 2026
หวังจิ่นหลิงหลับตาลง เขาไม่อยากเสียเวลามองหน้าผู้อาวุโสทั้งสามอีก เขาเตรียมการมาเนิ่นนาน ก็เพื่อต้องการเขี่ยคนพวกนี้ไปให้พ้นๆทาง
ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว หากเขาไม่ใช้โอกาสนี้มาเหยียบย่ำผู้อาวุโสทั้งสามก็คงจะโง่เขลาสิ้นดี หากโค่นล้มสามคนนี้ไม่ได้ แล้วเขาจะตอบแทนความเสียสละของเสด็จอาเก้าได้อย่างไร
ผู้อาวุโสทั้งสามยกความกตัญญูมาต่อรอง เขาก็จะใช้ความกตัญญูโต้ตอบ ช่วงที่เขาศึกษาอยู่ที่สำนักจี้เซี่ย เขาก็เรียนรู้ทุกอย่างได้ยอดเยี่ยม เรื่องผู้อาวุโสทั้งสามนี้ เขาไม่จำเป็นต้องเก็บไปใส่ใจ
หวังจิ่นหลิงค่อยๆลืมตาขึ้น ลูกตาสีดำขลับของเขาดูเหมือนมีแรงดึงดูดวิญญาณคน นอกจากผู้อาวุโสทั้งสามแล้ว หวังจิ่นหลิงก็ได้กวาดสายตามองดูคนอื่นๆ แต่ละคนจึงวางตัวไม่ถูก ได้แต่รอฟังหวังจิ่นหลิงพูด
หลังจากควบคุมสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว หวังจิ่นหลิงจึงมองผู้อาวุโสทั้งสามด้วยท่าทีที่ดูเหมือนกลัดกลุ้ม พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาว่า "ผู้อาวุโสทั้งสามพูดถูก ลูกหลานตระกูลหวังของเราจะอกตัญญูไม่ได้ ลูกหลานตระกูลหวังของเราไม่ควรฝ่าฝืนคำสอนบรรพชน การที่ผู้อาวุโสทั้งสามละเมิดหลักคำสอนของบรรพบุรุษ หากข้ายังโอนอ่อนให้พวกท่าน ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการอกตัญญูต่อบรรพบุรุษ จิ่นหลิงจะไม่ขอเป็นคนอกตัญญู แต่ถ้าหากพวกท่านมองว่าข้าไม่ยุติธรรมกับพวกท่าน เช่นนั้นเราก็จะเรียกประชุมครอบครัวต่อหน้าศาลบรรพชน ให้สมาชิกครอบครัวคนอื่นๆมาช่วยกันตัดสินว่าควรจัดการพวกท่านอย่างไรดี"
หากทำเช่นนั้นจริง ผู้อาวุโสทั้งสามและคนรุ่นหลังของพวกเขาก็จะถูกตระกูลหวังขับไล่ แถมยังไม่มีแซ่หวังนำหน้าชื่อ ไม่ได้รับการเหลียวแลจากตระกูล หวังจิ่นหลิงถอยหลังในครานี้ก็เพื่อตั้งหลักมาจู่โจมคนทั้งสาม
เห็นบอกว่าเขาอกตัญญู เขาจึงกตัญญูให้ทั้งสามได้เห็น
ผู้อาวุโสช่านถึงกับกระอักเลือดในทันที เขาตาเหลือก มือสั่น แล้วฟุบไปกับเก้าอี้
แสร้งทำเป็นป่วยอย่างนั้นหรือ?
หวังจิ่นหลิงยืนยิ้ม รอยยิ้มนั้นดูมีเลศนัย ก่อนที่จะผสมโรงไปด้วยกัน
"เร็วเข้า ไปตามหมอมาเร็ว ผู้อาวุโสช่านแย่แล้ว"
"หมอ หมออยู่ไหนล่ะ"
ผู้อาวุโสเหรินและผู้อาวุโสจื้อเป็นคนฉลาด เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาแล้วก็รีบโวยวาย ลูกหลานของพวกเขาก็พลอยร้อนอกร้อนใจไปด้วย บางคนก็รีบวิ่งออกไปตามหาหมอ
แต่เมื่อเดินไปถึงประตู ก็มีเสียงปิดประตูปัง เมื่อประตูถูกปิด ภายในห้องก็ถูกความมืดเข้าปกคลุม
"หา......" แต่ละคนแตกตื่น หลังจากนั้นเทียนก็ถูกจุดขึ้นจนห้องกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง เมื่อคนที่กำลังจะวิ่งไปด้านนอกถูกขัดขวางกะทันหัน ก็รีบหันมาตวาดใส่หวังจิ่นหลิง "จิ่นหลิง นี่เจ้าคิดจะทำอะไร อย่าคิดนะว่าเป็นผู้นำแล้วจะทำทุกอย่างได้ตามใจ ผู้อาวุโสช่านได้ทุ่มเทเพื่อตระกูลมามาก ตอนนี้เขากำลังหมดสติ ไยเจ้าจึงมาขัดขวางพวกข้าไม่ให้ช่วยคนล่ะ"
"นั่นน่ะสิ อย่าคิดว่าจะเอาแต่ใจได้นะ ตระกูลหวังไม่ได้มีเจ้าแค่คนเดียวเสียหน่อย"
เสียงคนโวยวายมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หวังจิ่นหลิงก็ยังใจเย็นอยู่ เขาปรบมือส่งสัญญาณ แล้วหมอสำหรับตระกูลหวังก็เดินออกมาจากอีกประตูหนึ่ง "ท่านผู้นำ"
"ช่วยดูอาการผู้อาวุโสช่านด้วยล่ะ รักษาให้สุดฝีมือนะ"
เมื่อหมอมาตรวจชีพจรจนแน่ใจว่าผู้อาวุโสช่านปลอดภัยดี หวังจิ่นหลิงก็สั่งให้ทุกคนเงียบ
แต่ผู้อยู่ในเหตุการณ์กลับทำหูทวนลม ใครเสียงดังได้ก็เสียงดัง หวังจิ่นหลิงจึงปาถ้วยน้ำชาในมือทิ้ง
"เพล้ง" ถ้วยน้ำชาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้คนอื่นๆเริ่มไม่กล้าส่งเสียง พวกเขามองเศษแก้วที่ตกแตกอยู่บนพื้นด้วยความหวั่นเกรง ท่าทางหวังจิ่นหลิงจะโกรธจัด แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นหวังจิ่นหลิงยังยิ้มอยู่ หลายคนก็พากันโล่งอก และมองว่าหวังจิ่นหลิงจัดการอารมณ์ได้ดีเยี่ยม ดูเหมือนว่าเขาแทบจะไม่โกรธเคืองผู้ใดเลย ส่วนคนที่ยังอยากตำหนิหวังจิ่นหลิงก็ไม่นึกไม่ฝันว่าตัวเองจะถูกหวังจิ่นหลิงเล่นงาน
"ก่อความไม่สงบภายใน ตามกฎตระกูลหวัง ให้ขับไล่ออกไปจากตระกูล ข้าจะให้โอกาสพวกท่านอีกครั้งเดียว ข้าจะนับ 1 ถึง 3 หากใครยังไม่กลับไปนั่งที่ก็จะถูกข้าตัดสินโทษ และส่งพวกท่านออกไปจากตระกูล"