ตอนที่ 619
บทที่ 619 ฝู่หลิน จิ่นหลิงบอกว่า...
October 21, 2026
“เกิดอะไรขึ้น เฟิ่งชิงเฉินถูกทหารล้อมอีกแล้วหรือ”
ตี๋ตงหมิงพาทหารกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา เครื่องทหารอันองอาจบนตัวเขากลับดูมีความขี้เล่นเล็กน้อยซ่อนอยู่ เฟิ่งชิงเฉินเลิกคิ้ว ครั้งนี้ตี๋ตงหมิงจะมาไม้ไหนอีก?
“คารวะท่านชาย” เมื่อองครักษ์เห็นผู้ที่มาก็มีสีหน้าบิดเบี้ยวขึ้นทันที ไม่ง่ายเลยกว่าจะทำให้แม่นางเฟิ่งมีท่าทีอ่อนข้อให้ แต่ดันมีคนที่รับมือยากโผล่ออกมาอีก ราชองครักษ์แอบปวดหัวแต่ก็ยังทำความเคารพตามมารยาท
ตี๋ตงหมิงโบกมือด้วยท่าทางคุณชายเจ้าสำราญและไม่ได้ใส่ใจกับคำถามของเฟิ่งชิงเฉิน เขาก้าวเข้าไปแทรกอยู่ระหว่างเฟิ่งชิงเฉินกับฝู่หลิน
ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ เมื่อไหล่ของตี๋ตงหมิงกระตุกทีหนึ่งก็ดันฝู่หลินไปอีกด้าน เมื่อฝู่หลินเซไป คนของตี๋ตงหมิงก็แยกตัวเขาไว้ แม้เฟิ่งชิงเฉินจะไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา นางเชื่อว่าการกระทำของตี๋ตงหมิงของมีเหตุผลรองรับ
“เฟิ่งชิงเฉิน ไปเถอะๆๆ ไม่ใช่ว่าเจ้าจะเลี้ยงเหล้าพวกเราหรอกหรือ พอดีเลย ข้าพบคนของซุ่นเทียนฝู่พอดี พวกเราไปดื่มด้วยกันเถอะ” ตี๋ตงหมิงไม่ให้เฟิ่งชิงเฉินได้เอ่ยปาก เขากึ่งดึงกึ่งลากนางไปและทิ้งฝู่หลินให้เผชิญหน้ากับเหล่าทหาร
นี่มันเรื่องอะไรกัน ท่านชายไม่ได้มาช่วยสนับสนุนเฟิ่งชิงเฉินแต่มาช่วยพวกเขาหรอกหรือ?
ไม่ว่าอย่างไรตี๋ตงหมิงก็ลากเฟิ่งชิงเฉินไปแล้ว หากทหารองครักษ์จะจับฝู่หลินก็ไม่มีคนขัดขวางแล้ว พวกเขาจึงจับตัวฝู่หลินไปส่งยังคุกของซุ่นเทียนฝู่ ส่วนฝู่หลินก็เป็นผู้ฉลาด เขารู้ว่านางจะปกป้องเขานั้นยากมากจึงไม่ได้พูดอะไร อย่างไรเชาก็ปรากฏตัวต่อหน้าเฟิ่งชิงเฉินแล้ว ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องปกป้องเขา ต้องรู้ว่าผู้ที่ตัวตนไม่ชัดเจนเช่นเขาเป็นผลร้ายถึงที่สุดต่อเสด็จอาเก้า
เฟิ่งชิงเฉินยอมให้ตี๋ตงหมิงลากตัวอย่างให้ความร่วมมือจนกระทั่งเมื่อพ้นจากสายตาของทหารเหล่านั้นแล้ว เฟิ่งชิงเฉินจึงสะบัดมือที่จับแน่นของเขาออก “ตี๋ตงหมิง เจ้ารู้จักฝู่หลิน?”
เอาเถอะ ที่จริงนางก็สงสัยฝู่หลิน ดังนั้นจึงได้เล่นไปตามน้ำให้ตี๋ตงหมิงพาตัวนางมา
ช่วยไม่ได้ ฝู่หลินปรากฏตัวได้อย่างเหมาะเจาะเกินไป ไม่ใช่ว่านางชอบคิดแต่ในแง่ร้าย แต่หากจะบอกว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ ให้ตายอย่างไรนางก็ไม่เชื่อว่าในโลกนี้จะมีเรื่องบังเอิญอะไรเพียงนั้น
ในฐานะผู้ที่ถูกทหารจับตัว ฝู่หลินไม่ใช่คนโง่เขลาเบาปัญญา เหตุใดจึงได้วิ่งออกมาทางถนนใหญ่ อีกทั้งบนถนนยังมีคนมากมายถึงเพียงนี้ เขาจะชนใครก็ไม่ชนแต่กลับมาชนนางเข้าเสียนี่
“ไม่รู้จัก แต่เคยได้ยินจิ่นหลิงเอ่ยถึง จิ่นหลิงบอกว่าเขาเป็นเจ้าของหมาดำชางซานเพิ่งได้รู้จักเจ้าและไปช่วยชีวิตจิ่นหลิงด้วยกัน” ตี๋ตงหมิงขจัดภาพคุณชายเจ้าสำราญออกและโบกมือให้ทหารรอบตัวถอยออกไปพลางเดินไปข้างหน้ากับเฟิ่งชิงเฉิน
คนที่อยู่ข้างหลังห่างกับพวกเขาสิบกว่าก้าว ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจแยกตัวคนที่อยู่บนถนนออกไป เช่นนี้เมื่อทั้งสองสนทนากันจึงจะไม่ถูกผู้อื่นได้ยินเข้าโดยง่าย พวกเซี่ยหว่านก็เดินตามอยู่ข้างหลังด้วยใบหน้าขมขื่น
คุณหนูของพวกนางเดินไม่เหนื่อย แต่พวกนางเหนื่อย!
แน่นอนบนท้องถนนไม่ใช่สถานที่เหมาะสมที่จะสนทนา ทั้งสองคนพูดคุยกันมาถึงตรงนี้ก็หยุดลงมองไปยังโรงน้ำชาที่อยู่ไม่ไกล ทั้งสองคนจึงมุ่งหน้าไปยังโรงน้ำชานั้น เมื่อซีหลิงเทียนเหล่ยที่ตามพวกเขามาเห็นดังนั้น เงาร่างของเขากะพริบและหายเข้าไปที่ด้านหลังโรงน้ำชาก่อน
เมื่อเราจนลูกน้องตรวจสอบภายในโรงน้ำชาเสร็จ พวกเขาก็เหมาห้องที่อยู่รอบด้าน จากนั้นตี๋ตงหมิงจึงเอ่ยขึ้นว่า “ชิงเฉิน เจ้าต้องระวังชายที่ชื่อฝู่หลินนั่น จิ่นหลิงบอกว่าชายผู้นั้นไม่ธรรมดาแน่ แม้ว่าเขาจะจงใจปกปิดลมปราณของตนเอง แต่ก็มักจะมีการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เผยออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจกลับแสดงให้เห็นว่าเขาได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี ไม่ใช่ตระกูลธรรมดาที่จะเลี้ยงออกมาได้เช่นนี้แน่นอน”