ตอนที่ 630
บทที่ 630 ข้อเสนอ ข้าต้องการค่าตอบแทนที่สูงแล้วอย่างไร
October 21, 2026
เสด็จอาเก้าชอบนางหรือไม่?
เฟิ่งชิงเฉินพลันเอียงหัวเล็กน้อย ดวงตาที่คล้ายกับเหม่อลอย เสมือนว่านางมิรู้จะตอบเช่นไรดี
ซูโหยวพลันร้อนใจยิ่งนัก พร้อมทั้งพูดจาเกลี้ยกล่อมเพิ่มว่า "เฟิ่งชิงเฉิน เจ้าบอกกับข้า เสด็จอาเก้าชอบเจ้าหรือไม่?"
คำตอบนี้ สำหรับพวกนางแล้วนับว่ามีความสำคัญยิ่งนัก ซูโยวมิกล้าปล่อยไปเลยแม้แต่นิดเดียว ขอเพียงแค่นางมั่นใจในจุดนี้ พวกเขาก็จะสามารถหาแผนการมาตอบโต้เสด็จอาเก้าได้
"ไม่รู้ บางทีก็ชอบ บางทีก็ไม่ชอบ" เฟิ่งชิงเฉินตอบกลับมาอย่างซื่อ ๆ
"จะไม่รู้ได้อย่างไรกัน ชอบก็คือชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ" ซูโหยวร้อนใจยิ่งนัก พลางตวาดน้ำเสียงที่เล็กแหลมของนางด้วยความโมโห เฟิ่งชิงเฉินเสมือนกับว่าตกใจไปครู่หนึ่ง คล้ายกับว่ากำลังจะตื่นจากภวังค์
ซูโหยวจึงใช้มือแกว่งลูกปัดอีกครั้ง ลูกปัดสีเขียวจึงแกว่งไปมาตามแรงโน้มถ่วงในทันที พร้อมกับเฟิ่งชิงเฉินที่ตกอยู่ในอาการเหม่อลอยดังเดิม
ซูโหยวค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย
นี่เป็นโอกาสเดียวของนางแล้ว หากมีครั้งหน้าอีก ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสที่เหมาะเจาะเช่นนี้หรือไม่
เฟิ่งชิงเฉินที่เพิ่งออกมาจากคุกนั้น ร่างกายของนางย่อมต้องเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย เมื่อร่างกายของนางอ่อนแอเช่นนี้ การป้องกันตนเองย่อมต้องลดน้อยลง เมื่อรวมไปถึงกลิ่นไม้สงบใจที่นางเอามาเป็นตัวช่วยด้วยนั้น พลันทำให้วิชาสะกดของจิตของนางใช้การได้ดียิ่งขึ้น หากเป็นในยามปกติละก็ เฟิ่งชิงเฉินที่มีจิตใจและทักษะทางกายที่แข็งแกร่งนั้น ย่อมไม่อาจหลงกลวิชาสะกดเช่นนี้ได้
ซูโหยวยังคงไม่ถอดใจ พร้อมกับกล่าวถามด้วยคำถามเดิมอีกว่า "เสด็จอาเก้าชอบเจ้าหรือไม่?"
"มีบางครั้งชอบ บางครั้งไม่ชอบ" นางก็ยังคงได้รับคำตอบเช่นเดิม ซูโหยวรู้สึกท้อแท้ยิ่งนัก แต่นางก็พอจะเข้าใจได้ว่า บางทีเฟิ่งชิงเฉินอาจจะไม่รู้จริง ๆ ว่าเสด็จอาเก้าชื่นชอบนางหรือไม่
คนเช่นเสด็จอาเก้านั้น ความคิดลึกล้ำมากเกินไป เกรงว่า แม้แต่ตนเองก็ยังคงไม่รู้กระมังว่าตนเองคิดกับเฟิ่งชิงเฉินเช่นไรกันแน่
ซูโหยวจึงมิคิดติดใจกับคำถามนี้อีก พร้อมทั้งเริ่มถามคำถามใหม่ขึ้นมาว่า "เฟิ่งชิงเฉิน เจ้าแก้หมากในกระดานได้อย่างไร?"
นี่นับว่าเกี่ยวพันถึงเรื่องการแพ้หรือชนะของตระกูลซูเลยทีเดียว นางไม่อาจพ่ายแพ้ได้
"ไม่มีทางแก้" ปัญหานี้ นับว่าเฟิ่งชิงเฉินตอบได้อย่างสบายอารมณ์
"เจ้าที่วางแผนหมากในกระดานตนเอง จะไม่รู้วิธีแก้ได้อย่างไรกัน?" ซูโหยวมิเชื่อ
"มันเป็นทางตัน ไม่มีทางแก้ได้"
อะไร? ทางตัน?
ดี ดียิ่งนักเฟิ่งชิงเฉิน
หากมิใช่ว่ายังอยู่ในช่วงของการสะกดจิตนั้น ซูโหยวคงอดไม่ได้ที่จะตบเฟิ่งชิงเฉินไปหนึ่งฉากเสียแล้ว เฟิ่งชิงเฉินผู้นี้ นับว่าน่ารังเกียจเสียจริง นางสร้างหมากที่ไม่อาจหาหนทางมาแก้ได้ เพื่อมาตบหน้าตระกูลซูเช่นนี้
ทำเกินไป!
เฟิ่งชิงเฉิน เจ้ารอได้เลย ข้าจะค่อย ๆ คิดบัญชีแค้นกับเจ้าเอง
ซูโหยวพยายามข่มความโกรธเกรี้ยวภายในใจของนางลงไป จากนั้นจึงถามต่อว่า "เฟิ่งชิงเฉิน ปิ่นเฟิ่งของเจ้าอยู่ที่ใด?"
ในเมื่อคำถามสำคัญไม่อาจได้รับคำตอบนั้น ถ้าหากแม้ว่าปิ่นเฟิ่งนางยังไม่อาจหาคำตอบมาได้ นางก็ไม่รู้จะมีหน้าไปบอกกับองค์ชายสามเช่นไรแล้ว
"ปิ่นเฟิ่งอยู่บนหัว"
บนหัวของเฟิ่งชิงเฉินหาได้มีปิ่นเฟิ่งไม่ ซูโหยวเห็นตั้งแต่แรกแล้ว "เจ้าลองคิดดูดี ๆ เสีย เจ้านำปิ่นเฟิ่งไปไว้ที่ใดกัน?"
"ปิ่นเฟิ่งอยู่บนฟ้า ปิ่นเฟิ่งอยู่บนคุกหลวง จากนั้นก็ไม่เจออีกเลย"
คำตอบเช่นนี้ทำเอาซูโหยวแทบกระอักเลือดไปเลยทีเดียว จักรพรรดิตงหลิงผู้นั้น ลงมือก่อนนางไปก้าวหนึ่งแล้วงั้นหรือ ทำเกินไปแล้ว
"เฟิ่งชิงเฉิน เจ้ารู้จักระเบิดเทียนเหล่ยหรือไม่?" ซูโหยวยังคงถามต่อไป
"รู้"
"เจ้าทำเป็นหรือไม่?" ข้อสงสัยขององค์ชายสามนั้น เสมือนกับว่าเฟิ่งชิงเฉินจะรู้วิธีทำระเบิดเทียนเหล่ย ฉะนั้นแล้ว เขาจึงอยากให้นางมาลองถามลองเชิงเฟิ่งชิงเฉินดู
เฟิ่งชิงเฉินส่ายหน้าไปมา "ไม่รู้"
นอกจากข้อมูลที่ไร้ประโยชน์บางอย่างแล้ว ซูโหยวหาได้ข้อมูลอะไรออกมาจากปากเฟิ่งชิงเฉินไม่ ในเวลานี้เอง ก็เป็นซูโหยวที่ไม่อาจทนออกมาได้อีก บนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อมากมาย พร้อมทั้งแย้มยิ้มออกมาเพื่อที่จะถามคำถามสุดท้าย "เฟิ่งชิงเฉิน ข้ารู้ว่าเจ้ามีความลับบางอย่างภายในตัวของเจ้า จงบอกเล่าความลับของเจ้ามาให้ข้าฟังเสีย"
ผู้ใดจะไปรู้ว่า เมื่อได้ยินคำถามนั้น เฟิ่งชิงเฉินเอาแต่ส่ายหน้าไปมา สีหน้าพลันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเกินทน แววตาของนางพลันล่อกแล่กไปมา หาได้เลื่อนลอยเหมื่อนในคราแรกไม่ พร้อมกับร้องตะโกนออกมาไม่มีหยุด