ตอนที่ 632
บทที่ 632 รางวัลใหญ่ ใต้หล้านี้ไม่มีข้าวที่ได้กินเปล่าๆ
October 21, 2026
จะเริ่มลงมือรักษาเมื่อไหร่?
นางย่อมหวังว่าจะเป็นยามที่เสด็จอาเก้าออกมาแล้วจึงค่อยรักษาเขา แต่เสด็จอาเก้าจะออกมาได้เมื่อไหร่นั้นนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ อาจจะสิบวันครึ่งเดือนหรืออาจถึงครึ่งปีก็ไม่แน่
อย่างไรข้อหาของเสด็จอาเก้าก็ไม่เล็กเลย ไม่ใช่ว่าเมื่อตระกูลหวังและตระกูลชุยร่วมมือกันแล้วจะต้องสำเร็จ โลกของชุยห้าวถิงไม่อาจเสียเวลาได้อีก หากยังล่าช้าออกไปอีกอย่าว่าแต่ความสำเร็จเจ็ดส่วนเลย แม้สามส่วนก็ยังไม่เหลือ
ถึงยามนั้นชุยห้าวถิงตายด้วยสาเหตุนี้ อย่าว่าแต่ตระกูลชุยจะไม่ปล่อยนางไปเลย แม้แต่ตัวนางเองก็คงไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ นางข่มขู่ชุยห้าวถิงเพื่อเสด็จอาเก้าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากทำร้ายชุยห้าวถิงจนสิ้นชีวิตเพื่อเสด็จอาเก้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
กำหนดการผ่าตัดยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น หากเป็นไปได้เฟิ่งชิงเฉินคิดอยากผ่าตัดเสียพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ “หากคุณชายชุยไม่มีความเห็นอื่นใด ชิงเฉินคิดว่าวิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น หากเรียงเสียเวลาต่อไปจะไม่ดีต่อตัวท่านเอง พรุ่งนี้รอข้าพบคุณชายใหญ่แล้วจะมาตรวจท่านและกำหนดเวลารักษา”
คำสัญญาของวิญญูชน เฟิ่งชิงเฉินไม่กังวลเลยแม้แต่น้อยว่าหากเขาหายป่วยแล้วจะไม่ยอมช่วยเหลือ แต่กังวลว่าในระยะพักฟื้น ทางตระกูลชุยจะไม่มีคนออกแรง
นางรักษาโรคให้ชุยห้าวถิง ตระกูลชุยย่อมมีคนออกหน้าไปร่วมมือกับตระกูลหวัง ร่างกายของชุยห้าวถิงไม่เหมาะที่จะต้องออกแรงจนเหนื่อย
คำพูดนี้ล้วนเห็นแก่ชุยห้าวถิงและคิดแทนเขา เมื่อชุยห้าวถิงได้ยินดังนั้นก็สบายใจ “แม่นางเฟิ่งตรงไปตรงมายิ่งนัก”
แม้จะบอกว่าเรื่องที่ถูกเฟิ่งชิงเฉินข่มขู่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก แต่ความตรงไปตรงมาและความน่าเชื่อถือของนางกลับทำให้ชุยห้าวถิงรู้สึกดีขึ้นมาก
เมื่อพูดคุยหาข้อตกลงได้แล้ว ชุยห้าวถิงก็ไม่มีเหตุผลให้อยู่ต่อจึงขอตัวกลับไป เมื่อกลับไปถึงห้องก็สั่งให้หยวนจี๋ส่งข่าวไปยังตระกูลชุย ให้พวกเขาหาคนที่มีความสามารถมาคนหนึ่งพร้อมทั้งแสดงอำนาจของตระกูลชุยแห่งตงหลิงขึ้นมาอีกครั้ง
ตระกูลซุยเร้นกายจากโลกภายนอกไปหลายสิบปี ในหลายสิบปีมานี้พวกเขาได้สั่งสมกำลังมาโดยตลอด หลายปีมานี้ตระกูลชุยได้ฟื้นฟูขึ้นแล้วและถึงเวลาแล้วที่จะกลับสู่โลกภายนอก เรื่องการร่วมมือกับตระกูลหวังเพื่อช่วยเสด็จอาเก้านั้นเป็นโอกาสอันดีของตระกูลชุย โอกาสที่จะออกมาอีกครั้ง มิเช่นนั้นชุยห้าวถิงก็คงไม่ตอบรับอย่างแบ่งรับแบ่งสู้เช่นนี้หรอก
ดังเช่นที่ชุยห้าวถิงได้พูดไว้ ตระกูลชุยไม่ใช่ผู้ที่จะมาข่มขู่ได้ง่ายๆ หากพวกเขาเอาจริงขึ้นมาก็มีนับร้อยวิธีที่จะทำให้เฟิ่งชิงเฉินจำเป็นจะต้องช่วยเขา เขามีจุดอ่อน เฟิ่งชิงเฉินก็มีจุดอ่อนเช่นกัน
ใต้หล้านี้ไม่มีใครออกแรงเพื่อใครโดยเปล่าประโยชน์ ตระกูลชุยไม่ทำ เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่ทำเช่นกัน เฟิ่งชิงเฉินคิดวางแผนให้ตระกูลชุยออกแรง เหตุใดพวกเขาจึงจะไม่อาศัยโอกาสนี้ออกจากเขา หากไม่มีผลประโยชน์แล้วไซร้ ใครเล่าจะยอมทำ
เรื่องของชุยห้าวถิงจัดการเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งชิงเฉินก็รู้สึกโล่งอก มีตระกูลชุยและตระกูลหวังร่วมมือกัน ถึงแม้จะเป็นองค์จักรพรรดิก็ต้องหวั่นเกรงอยู่บ้าง หัวกลับอำนาจของเสด็จอาเก้า เสด็จอาเก้าคงใกล้จะได้ออกมาแล้ว
เรื่องจะต้องค่อยๆ ทำไปทีละเล็กละน้อยดังเช่นอาหารที่ต้องค่อยๆ กินไปทีละคำ ในใจของเฟิ่งชิงเฉินร้อนรน แต่นางไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ไม่ว่าเรื่องใดก็ต้องค่อยๆ วางแผนไป
เฮ้อ… เฟิ่งชิงเฉินถอนหายใจพลางนวดดวงตาที่ปวดล้า ในคุกฟ้านางนอนหลับไม่ดีเอาเสียเลย ไม่ใช่เพราะกลัวหนาวแต่เป็นเพราะไม่กล้านอนต่างหาก
คืนแรกในคุกฟ้าก็มีคนลอบเข้ามาในห้องขังของนางยามวิกาลเพื่อมาหาปิ่นเฟิ่ง โชคดีที่นางเก็บมันไว้ในกล่องเครื่องมือแพทย์อัจฉริยะ มิเช่นนั้นข้อหาธรรมของพระราชทานหายจะต้องถูกยัดเยียดมาให้นางแน่ นางเกรงว่าจะต้องเข้าคุกฟ้าไปอีก
บนรถม้ายามที่ซูโหรวถามขึ้นก็ไม่นับว่านางโกหก
เฟิ่งชิงเฉินหาวออกมาและหยิบชาเข้มข้นที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดื่มพร้อมทั้งเรียกทงจือทงเหยาเข้ามา
นั่งอยู่ในคุกฟ้าเป็นเวลาสิบวันและถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่าง ในสิบวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง นางจำเป็นต้องรู้ มิฉะนั้นพรุ่งนี้นางจะเจรจากับหวังจิ่นหลิงได้อย่างไร
แม้ว่าทงจือและทงเหยาจะมีความสามารถ แต่เรื่องที่พวกนางสอบถามมาได้ก็มีขีดจำกัด นอกจากเรื่องจวนกั๋วกงถูกปล้นแล้วก็มีเพียงเรื่องภูเขาหลายลูกที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงระเบิดเท่านั้น
องค์จักรพรรดิบอกว่าเจิ้นกั๋วกงเป็นคนทำ ส่วนเรื่องข่าวลือนั้นทั้งสองคนรู้เพียงนิดหน่อยเพราะองค์จักรพรรดิปิดข่าวไว้อย่างแน่นหนา บวกกับในสิบวันมานี้เสด็จอาเก้าและหวังจิ่นหลิงก็ทำตัวค่อนข้างสงบเสงี่ยม ข่าวลือจึงยังไม่ได้แพร่สะพัดขึ้นมา
แต่ไม่ว่าอย่างไรนี่ล้วนเป็นคลื่นใต้น้ำ ไม่แน่ว่าอาจมีวันใดจะเกิดโหมกระหน่ำขึ้นมา
“จวนกั๋วกงถูกปล้นงั้นหรือ นำว่าพวกเขาโชคดีนะ” จวนกั๋วกงประสบเคราะห์ร้าย แต่เฟิ่งชิงเฉินกลับไม่ได้รู้สึกยินดี