ตอนที่ 642
บทที่ 642 สู่ขอ ข้าเฟิ่งชิงเฉินจะจำไว้
October 21, 2026
เฟิ่งชิงเฉินจึงมิคิดสนใจอันใดอีก ทว่า ชุยห้าวถิงหาได้รู้สึกสบายใจเหมือนเฟิ่งชิงเฉินไม่ เขายังรักชีวิตของตนเองอยู่ โอกาสที่เขาจะมีหนทางกลับมามีชีวิตที่ดีอีกครั้ง หาได้มาง่าย ๆ ไม่ เขาจะมิยอมให้มีเหตุการณ์อันใดมาขัดขวางเป็นอันขาด
ชุยห้าวถิงรู้ดีว่า เฟิ่งชิงเฉินมิพอใจในการกระทำของเขา ที่นำองครักษ์ของตนมาปกป้องจวนเฟิ่งเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่ยินยอมที่ต้องผ่อนปรนความปลอดภัยของตนเองไปเช่นกัน
"เฟิ่งชิงเฉิน เจ้ามิควรละเลยการป้องกันตัวของผู้อื่น ข้ามิต้องการให้เกิดปัญหาอันใดขึ้นมา ยามที่ข้าต้องอยู่ในจวนของเจ้าเช่นนี้ ข้าจะคอยดูแลคนเหล่านี้ มิให้ไปสร้างปัญหาอันใดให้เจ้าเอง หลังจากที่ข้าออกไปจากที่นี่แล้ว เจ้ามิต้องเป็นกังวลไป ข้าจะพาพวกเขาออกไปให้หมด ไม่ทำให้เจ้าลำบากอย่างแน่นอน"
ตระกูลชุยลำบากมากมายกว่าจะฝึกองครักษ์เหล่านี้ขึ้นมาได้ พวกเขาจะดูเบาเฟิ่งชิงเฉินไปได้อย่างไรกัน
เมื่อชุยห้าวถิงเอ่ยออกมาเช่นนี้แล้ว เฟิ่งชิงเฉินจึงมิพูดอะไรออกมาอีก จึงได้แต่ต้องยินยอมเขาไป อีกทั้งมันยังถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีอีกด้วย เผื่อเอาไว้ว่า หากมีตระกูลชุยบางคนมิต้องการให้ชุยห้าวถิงมีชีวิตรอดออกไปละก็ นำฝูงนักฆ่ามาลอบเข้ามาสังหารชุยห้าวถิงเช่นนี้ การมีองครักษ์เหล่านี้เอาไว้ ย่อมเป็นเรื่องที่ดีมากกว่า
เมื่อรอจนมาได้ครึ่งวันแล้วนั้น นางก็ยังมิเห็นหยุนเซียวมาอีก เฟิ่งชิงเฉินจึงเอ่ยปากถามขึ้นมาว่า "หยุนเซียวเล่า ? เหตุใดเขายังไม่มาอีก?"
"แค่กแค่ก" เมื่อชุยห้าวถิงได้ยินเสียงของเฟิ่งชิงเฉินกล่าวถามถึงคุณชายรองตระกูลหยุนนั้น ก็พลันเกิดอาการสำลักออกมาในทันที ทว่า เมื่อเห็นเฟิ่งชิงเฉินมองมาที่ตนเองด้วยท่าทีสงสัยนั้น เขาก็รีบร้อนนั่งตัวตรง พลางกล่าวออกมาว่า "ตระกูลหยุนมีแขกมาหา หยุนเซียวจึงต้องไปคอยดูแลพวกเขา"
จู่ ๆ ชุยห้าวถิงพลันมีความคิดแปลก ๆ ออกมาว่า ถ้าหากเฟิ่งชิงเฉินรู้ว่าตระกูลหยุนมาที่นี่เพราะเหตุใด นางจะมีท่าทีแบบใดกันแน่ นับว่าน่าสนใจยิ่งนัก น่าเสียดายที่เขามิมีโอกาสได้เห็น
สีหน้าของชุยห้าวถิงรู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
มีคนมาหางั้นหรือ เหตุใดชุยห้าวถิงจึงมีท่าทีเช่นนี้ เฟิ่งชิงเฉินพลันเหลือบมองไปที่ชุยห้าวถิงด้วยความสงสัย น่าเสียดายนัก ที่ชุยห้าวถิงปรับเปลี่ยนอารมณ์ด้วยความรวดเร็ว เฟิ่งชิงเฉินจึงมิทันได้สังเกตเห็น
เช่นนั้นก็ได้ หากนางลดการอยากรู้อยากเห็นน้อยลง นางจะได้มีชีวิตที่ยาวนานยิ่งขึ้น เฟิ่งชิงเฉินเองก็คร้านที่จะถามต่อเช่นกัน ในเมื่อหยุนเซียวไม่มาเช่นนี้ เฟิ่งชิงเฉินจึงมิคิดที่จะอยู่รอที่จวนเฟิ่งอีกต่อไป หลังจากที่ฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้กับชุยห้าวถิงเสร็จแล้วนั้น นางจึงกลับไปที่เรือนเล็กซีซวีในทันที
หลังจากที่กลับมาถึงเรือนเล็กซีซวีแล้วนั้น ก็พลันได้ยินทงจื่อและทงเหยา พูดถึงเรื่องที่ตระกูลหยุนมาเยือนเรือนเล็กซีซวีในยามบ่าย เฟิ่งชิงเฉินถึงได้เข้าใจแล้วว่า ยามที่ชุยห้าวถิงได้ยินคำว่า "หยุนเซียว"สองคำนี้ เหตุใดถึงปฏิกิริยาเช่นนั้น
ตระกูลของหยุนเซียว มาเพื่อสู่ขอนาง!
สู่ขอ!
พระเจ้า เฟิ่งชิงเฉินพลันรู้สึกอยากจะเป็นลมลงไปในทันที "เจ้าหมายความว่า ตระกูลหยุนต้องการมาสู่ขอข้าเพื่อหยุนเซียว พร้อมทั้งจะสู่ขอให้ข้าเป็นฮูหยินเอก?"
เฟิ่งชิงเฉินให้ความสำคัญกับสองคำนี้มากนัก "ฮูหยินเอก" เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของทงจือและทงเหยาที่พยักหน้าด้วยความมั่นใจแล้วนั้น เฟิ่งชิงเฉินได้แต่สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ด้วยเพราะว่า ไม่รู้ว่าควรจะร้องไห้หรือว่ายิ้มออกมาดี "นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก สถานการณ์เช่นนี้ ยังมีคนคิดจะมาสู่ขอข้าไปเป็นฮูหยินอีกงั้นหรือ"
ท้ายที่สุดแล้วเฟิ่งชิงเฉินก็ได้แต่ยิ้มออกมา หากแต่เป็นรอยยิ้ม ที่น่าเกลียดยิ่งกว่าการร่ำไห้ออกมาอีก
ถ้าหาก ถ้าหากว่าเป็นก่อนหน้านั้นสักสี่เดือน มีคนมาสู่ขอนางไปเป็นฮูหยินละก็ นางคงตอบตกลงอย่างไม่คิดลังเลเลยทีเดียว แต่ทว่าในเวลานี้
นางได้ละทิ้งความฝันที่จะไปเป็นฮูหยินของใครสักคนไปแล้ว อีกทั้งนางยังมิมีความคิดที่จะแต่งงานออกไปอีก โดยเฉพาะ ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีบุรุษคนใดคิดที่จะแต่งฮูหยินที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปเป็นฮูหยินเอกหรอก
"ซิ่ว" ทงจือและทงเหยาต่างก็มองดูเฟิ่งชิงเฉินด้วยความสงสาร พวกนางรู้ดีว่าเฟิ่งชิงเฉินรู้สึกเช่นไร
หลายปีที่ผ่านมานั้น เฟิ่งชิงเฉินผ่านพบเหตุการณ์มามากมาย ทั้งชื่อเสียง เรื่องของพรหมจรรย์ ทุกอย่างที่เป็นสิ่งสำคัญนั้ น ล้วนแต่ได้สูญหายไปหมดแล้ว นางที่เป็นเช่นนี้ ย่อมไม่อาจแต่งให้หยุนเซียวได้ อีกทั้งยังไม่อาจไปแต่งให้ผู้ใดได้อีกด้วย
เฟิ่งชิงเฉินค่อย ๆ สูดน้ำมูกที่ค่อย ๆ จะไหลลงมาให้หายไป พร้อมทั้งแย้มยิ้มถามว่า "ข้ามิเป็นอันใด หลังจากนั้นเล่า?"
นางมิเป็นอันใดจริง ๆ มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกชั่วครู่เท่านั้น เมื่อเทียบกับการที่ตนเองต้องไปเป็นฮูหยินให้บุรุษแปลกหน้าแล้วนั้น นางพอใจกับชีวิตในปัจจุบันของนางมากกว่า
เสด็จอาเก้าก็ดีต่อนางมากเช่นกัน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว นางหวังแต่เพียงว่า เรื่องที่ตระกูลหยุนมาสู่ขอนางเช่นนี้ จะไม่ลอยไปเข้าหูเสด็จอาเก้าก็พอ มีเช่นนี้เขาคงหึงหวงนางจนตายเป็นแน่