ตอนที่ 654
บทที่ 654 การปลอบโยน เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้ต้องการความสงสารอันไร้ค่า
October 21, 2026
"ท่านอาจารย์!"
ซุนซือสิงเห็นดังนั้นแล้ว หยดน้ำตาของเขาก็ร่วงหล่นลงมา
ท่านอาจารย์ของเขากำลังแบกความทุกข์อยู่แท้ๆ แต่กลับต้องการปลอบใจเขา หากเทียบกันแล้ว ความทุกข์ของเขาไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งของความทุกข์ของนางเลย
ซุนซือสิงเหมือนถูกของหนักกระแทกเข้าที่อก สมองเขาว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น รู้แต่เพียงว่าเขาอยากส่งมอบความอบอุ่นให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ให้ท่านอาจารย์ของเขาได้รับรู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางยังมีลูกศิษย์คนนี้อยู่เสมอ
ซุนซือสิงเดินเข้าไปหาเฟิ่งชิงเฉินแล้วสวมกอดนาง เมื่อได้สัมผัสโดนร่างกายที่เย็นยะเยือกแล้ว ซุนซือสิงก็ยิ่งปวดใจ
"ท่านอาจารย์ ท่านอย่าโศกเศร้าเสียใจไปเลยนะ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น พวกเราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ ตระกูลเฟิ่งเหลือท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น ท่านจะต้องดูแลสุขภาพให้ดีๆ แม่ทัพเฟิ่งและเฟิ่งฮูหยิน หากเห็นท่านทุกข์โศกอยู่แบบนี้ก็คงจะไม่สบายใจ ท่านต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ท่านทั้งสองจึงจะสุขใจ"
เขาเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าพ่อกับแม่ของเขาจะหายไปด้วยสาเหตุใดก็ตาม จะต้องเป็นเพราะพวกเขาหวังดีกับตนเอง ดังนั้นเขาจะระทมทุกข์ไม่ได้ จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีที่สุด เพื่อให้คุ้มค่าต่อการเสียสละของท่านพ่อและท่านแม่
ทงจือกับทงเหยาและสาวใช้คนอื่นๆต่างตกใจในการกระทำอันบุ่มบ่ามของซุนซือสิง แต่ก็ไม่มีใครห้ามเขา คุณหนูของพวกนางต่อให้จะเข้มแข็งเพียงใด นางก็ยังเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ หากได้มีที่พักพิงทางใจบ้าง ก็คงดีต่อคุณหนูไม่น้อยเลย
เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่ได้ขัดขืน นางปล่อยให้ซุนซือสิงกอดนาง ต่อให้นางอยากผลักเขาออกไป แต่นางก็ไม่มีเรี่ยวแรง นางอยากตบหลังซุนซือสิงเบาๆ แต่กลับพบว่ามือของนางแข็งทื่อ เฟิ่งชิงเฉินจึงได้แต่โต้ตอบด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา "ทุกอย่างจะต้องดีกว่าเดิม สิ่งที่เลวร้ายต่างๆจะต้องผ่านพ้นไป ซือสิง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า หากผ่านเรื่องนี้ไปได้ ต่อจากนี้ไป ก็จะไม่มีอะไรมาฉุดข้าให้ล้มลงได้อีกแล้ว"
เฟิ่งชิงเฉินค่อยๆหันคอที่เส้นตึงไปพูดกับสาวใช้ "ทงจือ ทงเหยา......ไปสืบดูว่าเย่เย่ค้นหาร่างของท่านพ่อท่านแม่ข้าเจอได้อย่างไร มีใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้บ้าง แล้วอีกอย่างหนึ่ง ข้าต้องการรู้ว่าในช่วงที่เกิดเหตุ มันเกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อท่านแม่ข้ากันแน่"
เหตุใดพ่อของนางจึงได้ตายอย่างอนาถเช่นนั้น กระดูกของแม่นาง เหตุใดจึงมีรอยฟันแทะของสัตว์ได้ เย่เย่ไปพบเจอร่างของพ่อแม่นางจากที่ไหนกันแน่ สิ่งเหล่านี้ นางจะต้องรู้ให้ได้ นางไม่มีทางเชื่อเย่เย่เด็ดขาด
กระดูกของแม่นางยังพอมีกลิ่นดินติดอยู่ แสดงว่ากระดูกเหล่านี้เพิ่งถูกขุดขึ้นมาจากดินได้ไม่นาน ไม่ได้เป็นตามที่เย่เย่เคยกล่าวไว้ว่าไปพบกระดูกของแม่นางในจุดที่แม่นางตกลงไป......
นางต้องการทราบความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีนั้น นางจะไม่ยอมใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความคลุมเครืออีกต่อไป!
"คุณหนู โปรดวางใจเถอะเจ้าค่ะ พวกเราได้ส่งคนไปสืบแล้ว ตราบใดที่พอมีร่องรอย พวกเราต้องสืบได้แน่นอน" เฟิ่งชิงเฉินมอบอำนาจให้ทงจือกับทงเหยาไปแล้ว สองคนนี้ก็ไม่ใช่คนโง่ เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาแล้ว จะไม่ให้ตามสืบได้อย่างไร หลังจากที่คนอื่นๆออกไปจากจวนเฟิ่งแล้ว พวกนางก็สั่งการอย่างรวดเร็ว
ตามสืบ......ต่อให้ยากลำบากเพียงใดก็ต้องสืบมาให้ได้
เมื่อทงจือและทงเหยาพูดจบ ก็ก้มหน้ารอฟังคำสั่งเฟิ่งชิงเฉิน แต่รออยู่พักใหญ่ เฟิ่งชิงเฉินก็ยังไม่ยอมพูดอะไร สาวใช้ทั้งสองจึงเอะใจว่าจะต้องเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากล และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาดู ก็ต้องตกใจอย่างสุดขีด "คุณชายซุน คุณหนูหมดสติแล้วเจ้าค่ะ"
เฟิ่งชิงเฉินเป็นลมคาไหล่ของซุนซือสิงไปเสียแล้ว
"เร็วเข้า มาประคองนางไปที่ห้อง" ซุนซือสิงจะทำการตรวจชีพจรให้กับเฟิ่งชิงเฉิน แต่สภาพเฟิ่งชิงเฉินในตอนนี้ ไม่สามารถตรวจวัดอะไรได้ จะต้องทำให้ร่างกายอุ่นลงเสียก่อน
ซุนซือสิงเพียงคนเดียวไม่สามารถอุ้มเฟิ่งชิงเฉินได้ จึงต้องรบกวนทงจือและทงเหยา แต่ละคนจึงช่วยกันประคองเฟิ่งชิงเฉินไปที่ห้อง
ซุนซือสิง ชุนฮุ่ย ชิวฮว่า ตงชิง และเซี่ยหว่านคอยอยู่ข้างๆเฟิ่งชิงเฉินเพื่อช่วยดูแลนาง ส่วนทงจือและทงเหยากลับรีบวิ่งออกไปนอกห้อง เพื่อไปเก็บร่างของพ่อแม่เฟิ่งชิงเฉิน
ที่พักของชุยห้าวถิงอยู่ไม่ไกลจากเรือนเฟิ่งชิงเฉินมากนัก เมื่อมีเสียงดังเอะอะแว่วมา จะให้เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ไม่ได้ แถมเดิมทีเขาก็กำลังรอฟังข่าวจากทางฝั่งเฟิ่งชิงเฉินอยู่แล้วด้วย
"ชะตาชีวิตของเฟิ่งชิงเฉินช่างขื่นขมจริงๆ" จังหวะที่ชุยห้าวถิงวางหมากเม็ดสีขาวลงไปบนกระดาน ก็พลันนึกถึงตอนที่เขาเล่นหมากล้อมอยู่กับเฟิ่งชิงเฉิน คิดแล้วก็หดหู่ยิ่งนัก