ตอนที่ 660
บทที่ 660 แต่ละคนล้วนเก่งกาจ
October 21, 2026
ข้างนอกไม่เหมาะสำหรับจะกล่าวคุยเรื่องเหล่านี้ กลับไปคุยที่จวนจะเหมาะสมกว่า ทงจือและทงเหยาคิดว่าเฟิ่งชิงเฉินจะเอ่ยถามเรื่องราวของข้อมูลที่พวกนางไปพบมาเมื่อกลับไปถึงจวน แต่พวกนางคิดไม่ถึงว่าเฟิ่งชิงเฉินจะเร่งรีบ นางให้คนไปเตรียมน้ำร้อนเพราะนางต้องการอาบน้ำกินข้าว
นางต้องการบำรุงร่างกายของตนด้วยการกินให้มากพอ จะได้มีกำลังเผชิญกับสิ่งต่อไปในอนาคตและเผชิญหน้ากับความจริง บัดนี้ความจริงได้ค้นพบแล้ว นางไม่จำเป็นต้องทำตัวรีบร้อนเช่นนี้
โชคดีที่สาวรับใช้ทั้งสี่คนรู้นิสัยของเฟิ่งชิงเฉินเป็นอย่างดี เมื่อพวกนางรู้ว่าเฟิ่งชิงเฉินออกมาจากห้องผ่าตัดก็ต้องการอาบน้ำก่อน ชุนฮุ่ยและชิวฮว่าจึงได้สั่งให้คนเตรียมน้ำร้อนเอาไว้แล้วก่อนหน้า ทันทีที่เฟิ่งชิงเฉินออกมาก็มีน้ำร้อนเตรียมไว้ให้อาบ
หลังจากแช่ตัวในน้ำร้อนสักพัก เฟิ่งชิงเฉินก็พยายามผ่อนคลายร่างกายของนางให้มากที่สุดด้วยการปิดตาของนางลง ปกปิดความเศร้าและความไม่สบายใจในดวงตาของนางเอาไว้
ไม่ใช่เรื่องดีนักสำหรับการค้นหาสิ่งที่นางต้องการได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่นางคาดไว้มาก และมีคนที่เกี่ยวข้องมากกว่าที่นางคิด
มีคนต้องการใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ ใช้ประโยชน์จากการตายของบิดามารดานาง
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ หัวใจของเฟิ่งชิงเฉินก็เต็มไปด้วยความขมขื่น คนเหล่านั้นไม่แม้แต่ที่จะปล่อยให้คนที่ตายไปแล้วสองคนได้อยู่อย่างสงบ พวกเขาไม่เอาใจเขามาใส่ใจเราดูบ้างหรือ คิดดูเถิดว่านางจะเศร้าใจเพียงไรในฐานะลูก
ไม่ว่านางจะเป็นใคร ในใจของนางพ่อเฟิ่งและแม่เฟิ่งก็คือพ่อแม่ของนาง และพ่อแม่ของนางก็มีเพียงพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้น เมื่อชาติที่แล้ว พ่อแม่ของนางคนหนึ่งได้ทิ้งนางไป อีกคนหนึ่งไม่ยอมรับนาง นางไม่อาจเรียกพวกเขาว่าพ่อแม่ได้เต็มปาก
นางตรึงความปรารถนาทั้งหมดไว้ที่พ่อแม่ของนาง ในความคิดของนางเมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก พ่อเฟิ่งอุ้มนางไว้ในอ้อมแขนของเขาและตบหัวเล็กๆ ของนางด้วยมืออันอบอุ่นของเขา กล่าวว่า "เสี่ยวเฉินของเรานั้นจะเป็นเด็กหญิงที่น่ารักและสวยที่สุด เมื่อเจ้าเติบโตขึ้น พ่อจะเลือกคู่ครองที่ดีที่สุดในโลกให้กับเจ้า รับช่วงต่อจากพ่อ ทำให้ลูกมีความสุขต่อไปตลอดชีวิต”
นั่นคือความรักของพ่อแม่ที่นางใฝ่หามาเป็นเวลานาน และมันเป็นความรักในครอบครัวที่นางใฝ่ฝัน แต่กลับถูกทำลายโดยคนอื่น
จ๋อม......น้ำตาไหลลงมาตามหางตาของเฟิ่งชิงเฉินไหลลงสู่อ่างน้ำ
เรื่องบางเรื่องนางสามารถหลีกเลี่ยงได้หากรำคาญ แต่มีบางสิ่งที่แม้นนางจะรู้ว่าเป็นปัญหา แต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน
ทุกคนมีเส้นข้ามแดนที่แตกต่างกัน สำหรับเฟิ่งชิงเฉินแล้วนั้น ญาติคือข้อห้ามของนางจะมายุ่งเกี่ยวกับญาติๆ นางไม่ได้ บิดามารดาที่เสียชีวิตไปแล้วของนางเป็นญาติสนิทที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ใครกล้าทำร้ายญาติของนาง นางจะเอาคืนเป็นร้อยเท่า การกระทำของเย่เย่ดูถูกกระดูกพ่อแม่ของนางซึ่งเป็นขีดจำกัดข้อห้ามของนางอย่างไม่ต้องสงสัย
......เฟิ่งชิงเฉินลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ หยดน้ำไหลลงมาตามผิวหนังของนาง เฟิ่งชิงเฉินเดินออกไปด้วยเท้าเปล่า
เฟิ่งชิงเฉินไม่ใช่คนใหญ่คนโต หากไม่ใช่เพราะว่าเสด็จอาเก้าปฏิบัติต่อนางแตกต่างไป องค์จักรพรรดิก็คงไม่รู้ถึงการมีตัวตนของนาง สำหรับคนอย่างเฟิ่งชิงเฉินนี้ องค์จักรพรรดิสามารถทำให้นางอยู่หรือตายก็ได้ทั้งนั้น
หลังจากที่จักรพรรดิเสร็จสิ้นการจัดการกับหนังสือคำร้องต่างๆ ก็คิดได้ว่าเฟิ่งชิงเฉินได้ย้ายกลับไปยังจวนเฟิ่งแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน ได้ยินว่านางรักษาอาการเจ็บป่วยของคุณชายตระกูลชุยผู้นั้น เขาก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจ
“เฟิ่งชิงเฉินอยู่ที่ใด? ช่วงนี้นางทำอะไรมาบ้าง?” จักรพรรดิไม่เห็นเฟิ่งชิงเฉินในสายตาของเขา สิ่งที่เฟิ่งชิงเฉินสามารถทำได้ในฐานะสตรีคงเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
สิ่งที่เฟิ่งชิงเฉินสามารถทำได้ในตอนนี้คือการรักษาชื่อเสียงที่สั่นคลอนของเสด็จอาเก้า เมื่อเขาฆ่าเสด็จอาเก้าทิ้งไปเสีย เฟิ่งชิงเฉินก็จะไม่มีอะไรเหลือ ตอนนี้...... ปล่อยให้นางกระโดดโลดเต้นไปเถิด
“ทูลฝ่าบาท วันที่เฟิ่งชิงเฉินขึ้นบ้านใหม่ บุตรสาวจวนหรงก่อจลาจลขึ้นในจวนเฟิ่ง และบัดนี้มีคำกล่าวว่า “ข้าคือฮวาเหนียงชิงเฉิง” เผยแพร่สะพัดไปตามท้องถนนและตรอกซอกซอย แต่แม่นางเฟิ่งหาได้สนใจและส่งบุตรสาวของจวนหรงไปที่ซุ่นเทียนฝู่ มีคนบอกให้ดูแลนางอย่างดีทางซุ่นเทียนฝู่จะส่งบุตรสาวจวนหรงไปยังค่ายทหาร”
ขันทีใหญ่รู้ถึงสิ่งที่จักรพรรดิต้องการได้ยินดี เขาจึงเลือกสิ่งดูแย่ที่สุดของเฟิ่งชิงเฉินในการนำมากราบทูล ซึ่งจะทำให้จักรพรรดิมีความสุข หากจักรพรรดิมีความสุข ทุกอย่างก็ว่าง่าย
“บุตรสาวของตระกูลหรง? ใครเป็นคนพานางออกมา?” จักรพรรดิกล่าวด้วยความสนใจอย่างมาก แม้ว่าเฟิ่งชิงเฉินจะจัดการกับเรื่องนี้ได้ทันเวลา แต่ชื่อเสียงของเฟิ่งชิงเฉินก็เสียหายไปแล้ว แม้ไม่ใช่วิธีการสูงส่งอันใด แต่ก็มีประโยชน์มากสำหรับสตรี
“องค์หญิงอันผิงพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีก้มศีรษะลง เป็นเพราะว่าเรื่องนี้องค์หญิงอันผิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เขาจึงจงใจนำเรื่องนี้มาแจ้งให้จักรพรรดิทราบ
“อันผิง? นางกำลังจะแต่งงานกับเป่ยหลิงในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลินี้แล้ว ยังกระทำตัววุ่นวายอยู่อีก” เมื่อได้ยินเช่นนี้ จักรพรรดิก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
องค์จักรพรรดิยังคงรู้สึกไม่สบายใจที่ธิดาอันเป็นที่รักผู้นี้กำลังจะแต่งงานกับเป่ยหลิง ดังนั้น......
“จงไปหาเหรัญญิกชั้นในของข้าและเลือกของมีค่าส่งไปให้อันผิง เพื่อที่นางจะได้เตรียมตัวออกเรือนอย่างสงบสุข” จักรพรรดิไม่ได้ตั้งใจจะลงโทษอันผิง กลับกัน เขาต้องการปลอบโยนนาง
จักรพรรดิมีความโกรธอันไม่มีที่จะแสดงออกมาได้ การแต่งงานกับเป่ยหลิงนับว่าเป็นฝีมือของเสด็จอาเก้า หากไม่สามารถระบายความแค้นต่อเสด็จอาเก้าได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงระบายความแค้นต่อเฟิ่งชิงเฉิน