ตอนที่ 680
บทที่ 680 จิตใจคน แผนการเทพ
October 21, 2026
ซูโหรว?
“อาการของนางยังไม่ดีขึ้นหรือ?” เฟิ่งชิงเฉินเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
อาการของซูโหรวเป็นอย่างไรนางรู้ดีกว่าคนอื่น เนื่องจากซูโหรวมีอาการเจ็บป่วยนี้ก็เพราะนาง แต่นางไม่คิดว่าซูโหรวจะอ่อนแออย่างนี้
เห็นได้ชัดว่าในตอนนั้นที่ซูโหรวพยายามสะกดจิตนาง ได้พยายามอย่างเหลือล้น
“เจ้ารู้เรื่องอาการของนางหรือ?” หยุนเซียวรู้สึกประหลาดใจกว่าเฟิ่งชิงเฉินเสียด้วยซ้ำ เพราะเรื่องนี้เกรงว่าแม้แต่หนานหลิงจิ่นฝานก็ไม่รู้ หากไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นคุณชายน้อยของร้านขายยา เขาเองก็คงไม่มีวันรู้เรื่องนี้
ซูโหรว สตรีผู้นี้ระแวดระวังยิ่งนัก
“นางเจ็บป่วยเพราะข้า ดังนั้นข้าจึงรู้ดี หากตอนนี้นางยังต้องกินยา คาดว่านางคงไม่ได้เล่าเรื่องที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากข้าไปให้หนานหลิงจิ่นฝานฟัง มิเช่นนั้นด้วยนิสัยอันไม่ยอมใครของหนานหลิงจิ่นฝาน คงจะต้องเอาผิดกับข้าอย่างถึงที่สุด และข้าคงจะโชคร้ายเป็นแน่ ซึ่งเขาก็จะมีเหตุผลยืดเวลาการแข่งขันระหว่างข้ากับตระกูลซูออกไป”
เดิมทีเฟิ่งชิงเฉินคิดว่าซูโหรวเป็นคนฉลาด บัดนี้มองดูแล้วก็ไม่เท่าไร นางเข้าใจถึงความคิดของหนานหลิงจิ่นฝาน แต่ซูโหรวกลับไม่เข้าใจและมองไม่ออก สมน้ำหน้านางที่รนหาเรื่องเอง
นับแต่การประลองกันครั้งล่าสุด เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่ได้ไปให้ความสนใจกับซูโหรวอีก สิ่งเดียวที่ซูโหรวสามารถพึ่งพาได้นั่นก็คือการสะกดจิตของนาง แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้ผลกับเฟิ่งชิงเฉินเลย
ซูโหรวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง และตอนนี้ทำให้นางเห็นด้วยกับความคิดนั้น อีกอย่างนางกับซูโหรวจะต้องแข่งขันกันอีกเพียงครั้งสุดท้าย แพ้หรือชนะนั้นไม่ได้สำคัญกับนางเลย
ด้านของฉิน นางชนะ
หมากรุก ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับตัวนาง หากนางอยากชนะนางก็สามารถชนะได้ หากนางอยากแพ้ก็แพ้ได้เช่นกัน
ด้านคัดลายมือ นางชนะ
วาดภาพ นางชนะ
ด้านมารยาท นางแพ้
ด้านการรักษา นางสละสิทธิ์ดังนั้นจึงได้พ่ายแพ้
ศิลปะการต่อสู้ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุในสนามเลี้ยงสัตว์หลวง ดังนั้นจึงไม่มีผลลัพธ์ใดออกมาจากการแข่งขัน แต่สามารถตัดสินได้ว่านางแพ้ เนื่องจากนางเดินออกมาด้วยมือเปล่า แต่อย่างน้อยซูหว่านก็ยังมีผลงานออกมาบ้างเล็กน้อย
บัดนี้เหลือเพียงแค่การขี่ม้าและยิงธนู คิดว่าผลการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับการแข่งขันในครั้งนี้ แต่หาได้รู้ไม่ ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็ขึ้นอยู่กับตัวของเฟิ่งชิงเฉินเองว่านางอยากให้เป็นเช่นไร กระดานหมากรุกเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์ของการแข่งขัน เพียงแค่ไม่มีใครรู้เท่านั้นเอง เฟิ่งชิงเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากของนางเผยอขึ้น ทำให้หยุนเซียวรู้สึกหนาวสั่นสะท้านไปทั้งร่างกาย เขาสัมผัสได้ว่าซูโหรวถูกเฟิ่งชิงเฉินเล่นงานเข้าเสียแล้ว ว่าแต่เฟิ่งชิงเฉินไปพบกับซูโหรวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
“เจ้าเคยต่อกรกับซูโหรวหรือ?” เหตุใดเขาจึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ช่องทางข่าวสารของเขาช่างย่ำแย่เหลือเกิน
เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้า “จะนับว่าเช่นนั้นก็เป็นได้ นางเดินทางมาหาข้าเอง แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะออกมาในทางไม่ดีนัก นางได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียด้วย บัดนี้เมื่อได้ยินเจ้ากล่าวถึง ดูเหมือนนางจะไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใคร ในเมื่อเป็นเช่นนี้ รอให้หิมะหยุดตกแล้วข้าจะเดินทางไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท ให้เขาแจ้งไปทางซูโหรวว่าให้รีบทำการแข่งขันในสนามสุดท้ายให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เมื่อถึงเวลานั้นข้าอยากจะรู้เหลือเกินว่าหนานหลิงจิ่นฝานจะมีเหตุผลใดแอบอ้างที่จะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองตงหลิงอีก”
หนานหลิงจิ่นฝานช่วยอำนวยความสะดวกในการแข่งขันให้กับตระกูลซู เนื่องจากเขาต้องการเหตุผลให้ใครสักคนแอบอ้างโดยการจะได้มีชีวิตอยู่ในตงหลิง ส่วนเหตุใดองค์จักรพรรดิจึงเห็นด้วย นั่นก็เป็นเพราะเขาต้องการรั้งหนานหลิงจิ่นฝานเอาไว้
มิเช่นนั้น องค์ชายของราชวงศ์อื่นมาอยู่ในเมืองหลวงอีกเมืองหนึ่งเป็นเวลานาน ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
นางเองก็อยากจะเห็นยิ่งนัก หลังจากที่การแข่งขันระหว่างนางกับตระกูลซูจบสิ้นแล้ว หนานหลิงจิ่นฝานจะใช้เหตุผลใดในการอยู่ที่ราชวงศ์ตงหลิง และร้องขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์ตงหลิงอีก
“เจ้าต้องการแข่งขันในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บเช่นนี้หรือ จากที่ข้าพอจะรู้มา องค์ชายแห่งหนานหลิงคงจะไม่ยินยอมอย่างแน่นอน” แน่นอนว่าหยุนเซียวก็เข้าใจว่าเหตุใดการแข่งขันระหว่างตระกูลซูและเฟิ่งชิงเฉินจึงได้ยืดช้าออกไป น่าเสียดายที่ซูโหรวไม่เข้าใจมัน มิเช่นนั้นนางคงจะนำเรื่องที่เฟิ่งชิงเฉินได้รับบาดเจ็บบริเวณมือไปบอกแก่หนานหลิงจิ่นฝานอย่างแน่นอน เเละให้หนานหลิงจิ่นฝานใช้เหตุผลนี้เพื่อตำหนิเฟิ่งชิงเฉิน เลื่อนการแข่งขันออกไปอย่างแน่นอน
“เขาจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน หากเขาไม่เห็นด้วยข้าก็จะหาเหตุผลมาให้เขาเห็นด้วยกับข้า” เฟิ่งชิงเฉินยิ้มขึ้นด้วยแววตาลึกล้ำอย่างไม่อาจคาดเดาได้ ประกายในแววตาของนางนั้นส่องประกาย