ตอนที่ 742
บทที่ 742-1 ข้ายึดอำนาจแล้วทำไม
October 21, 2026
เผ่าเสวียนเซียวกง ข้าขอยึดมัน!
เสด็จอาเก้านี่จะไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเลยหรืออย่างไร อยู่ในติดแดนของผู้อื่น แต่กลับพูดจาไม่เกรงใจออกมาเช่นนี้ อย่าว่าแต่ผู้นำเลย ขนาดรูปปั้นในตำหนักได้ยินอย่างรู้สึกโกรธ
คำพูดนี้นอกจากเซวียนเส้าฉี ทำให้คนของเผ่าเสวียนเซียวกงทั้งหมดไม่มีความสุข ในตอนนั้นศิษย์ทั้งสิบแปดขมวดคิ้วขึ้นมา มองไปยังเสด็จอาเก้าด้วยความไม่พอใจ แต่ไม่ได้ลงมือ เนื่องจาก......
เซวียนเส้าฉีหันมาส่ายหัวให้พวกเขา
ยังไงก็ต้องเห็นแก่หน้าองค์ชายน้อย ศิษย์ทั้งสิบแปดมองมายังท่านผู้นำ หวังว่าเขาจะพูดอะไรออกมาสักคำ พวกเขาจำเป็นต้องไว้หน้าองค์ชายน้อย แต่ท่านผู้นำนั้นไม่จำเป็น
ผู้นำเผ่าเสวียนเซียวกงไม่ทำให้ศิษย์ทั้งสิบแปดผิดหวัง ตอบสนองออกมาด้วยความโกรธ มองไปยังเสด็จอาเก้าด้วยใบหน้ามืดมน พูดออกไปอย่างเย่อหยิ่ง “ยึดดินแดนแห่งเผ่าเสวียนเซียวกงของข้า? เจ้านะหรือ?”
ตอนที่สายตาจ้องมองไปยังร่างของเฟิ่งชิงเฉิน มันเป็นสายตาซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอันอบอุ่น มันทำให้เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกหนาวสั่น
ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ได้ไวเหลือเกิน
เสด็จอาเก้าไม่ได้พูดอะไร มองไปยังผู้นำด้วยสายตาอันเย็นเยือก จากนั้นก็ดึงสายตาของเขากลับมา ไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย เขากล้าพูดออกมาเช่นนี้ แน่นอนว่ามันต้องมีเหตุผล เขาไม่เพียงแค่ต้องการยึดเผ่าเสวียนเซียวกงเท่านั้น แต่ยังต้องการเปลี่ยนมันให้เป็นสนามรบแห่งแรกของเขากับตงหลิง ซีหลิง และหนานหลิง
เสด็จอาเก้าหันไปใช้สายตากับเซวียนเส้าฉีเพื่อบ่งบอกให้อีกฝ่ายพูดทุกอย่างให้จัดเจน เซวียนเส้าฉีพยักหน้า ก้าวออกมายืนอยู่ข้างเสด็จอาเก้า จ้องมองไปยังพ่อของตนเอง “ข้าเอง! ข้าเห็นด้วยกับการยึดเผ่าเสวียนเซียวกงของเสด็จอาเก้า ท่านพ่อ”
เสียงไม่ได้ดังแต่ทุกคำพูดนั้น ทุกคนต่างได้ยินอย่างชัดเจน ตอนนี้ที่เผ่าเสวียนเซียวกง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำพูดของเขา
“เจ้า เจ้าลูกเนรคุณ เจ้ากลับชาติมาเกิดหรืออย่างไร?” ร่างกายของผู้นำสั่นเทา ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตนเองได้ยิน
“ท่านพ่อจะว่าใช่มันก็คงใช่ ข้าอธิบายออกไปท่านก็คงไม่มีทางฟัง ในสายตาของท่านพ่อ ข้าไม่เคยทำอะไรถูกอยู่แล้ว ตอนนั้นข้าบอกท่านว่าอย่าแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ท่านบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ตอนนี้......ท่านก็คิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของข้าแล้วกัน” เซวียนเส้าฉีไม่ได้อธิบาย แต่คำพูดเพียงประโยคเดียวของเขากลับผลักความรับผิดชอบทั้งหมดออกไป
ใช่ ตอนนั้นเซวียนเส้าฉีห้ามไม่ให้ผู้นำแต่งงานกับฮูหยิน ก็เพราะไม่อยากให้เขาถูกหลอก ตอนนี้ถือการทำเพื่อเผ่าเสวียนเซียวกง ทำไมผู้นำถึงคิดไม่ได้ ลูกศิษย์ทั้งสิบแปดมีความคิดเห็นอย่างไร ตอนนี้จิตสังหารของทั้งสิบแปดคนจางลง พวกเขาสลายมันไปโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้เผ่าเสวียนเซียวกงกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต ขอแค่ส่งผลดีกับเผ่าเสวียนเซียวกง พวกเขาจะสนับสนุนอย่างเต็มที่
แม้จะเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย แต่ ณ ที่แห่งนี้ก็ไม่มีใครเป็นคนโง่ แววตาของผู้นำเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ตอนนี้เขาเองก็ไม่สนใจที่จะถามเรื่องของลู่อีหรานกับลู่อี่โม่ เขาแค่อยากรู้ว่า......
“เจ้าจะเอาอย่างไร?” เส้นเลือดบนใบหน้าของผู้นำโป่งขึ้น แสดงให้เห็นว่าเขายังไม่ชัดเจน เผชิญหน้ากับอำนาจและความรักจอมปลอม เขาต้องการอำนาจมากกว่านี้ แม้ในสถานการณ์ปัจจุบันเขาจะควบคุมอำนาจนั้นไม่ไหวก็ตาม
“ท่านพ่ออายุมากแล้ว ถึงเวลาพักผ่อน ความสัมพันธ์ของท่านพ่อกับฮูหยินนั้นดีเสมอมา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปท่านทั้งสองใช้ชีวิตวัยชราอยู่ในตำหนักในสบาย ท่านพ่อวางใจ ลูกชายคนนี้จะกตัญญูและปฏิบัติตามคำสอนของท่าน ลูกรู้ว่าคนที่ท่านพ่อรักนอกจากฮูหยินแล้วยังมีเซวียนเฟยและลู่อีหรานอีก ข้าจะให้พวกเขาทั้งสองเข้ามา ให้พวกเขาดูแลพวกท่าน......ไปจนตาย!” ที่ผ่านมาเซวียนเส้าฉีเป็นคนอบอุ่นอยู่เสมอ แต่เมื่อเขาโหดร้ายขึ้นมา เขาก็พร้อมจะโหดร้ายกับทุกคน ดูจากคำพูดนี้ของเขาก็รู้แล้ว
ในวันนี้สิ่งที่พ่อของเขาสูญเสียไปนั้นไม่ใช่แค่ความรักของเขาอย่างเดียวเท่านั้น มันรวมถึงการสูญเสียอำนาจด้วย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พ่อของเขาจะไม่เหลืออะไรเลย
“ปัง ปัง” เซวียนเส้าฉีปรบมือ เสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านนอก “พาตัวเซวียนเฟยและเซวียนเส้าเจี๋ยเข้ามา”
นี่คือการรัฐประหารในพระราชวัง!
ผู้นำจ้องเขม้นไปที่เซวียนเส้าฉี เขารับรู้ในทันทีว่าตนเองไม่เข้าใจลูกชายคนนี้เลยสักนิด ลูกชายของเขาผู้นี้ยึดอำนาจในมือของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว ยึดเผ่าเสวียนเซียวกงไปอยู่ในครอบครอง เขาทำได้อย่างไร