ตอนที่ 811
บทที่ 812 หัวใจจักรพรรดิ เสด็จอาเก้าเคียงข้างเสมอ
October 21, 2026
แม้จะไม่พูดว่าโกรธหรือมีความสุข เสด็จอาเก้ามักจะมองมาจากที่สูง แสดงออกอย่างไร้ความรู้สึก เยือกเย็นและเย่อหยิ่งทำให้คนอื่นมองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อได้อยู่ด้วยกันมาระยะเวลาหนึ่ง เฟิ่งชิงเฉินก็สามารถรับรู้ได้ แม้จะไม่กล้าพูดออกมา แต่เวลาที่เสด็จอาเก้าโกรธนาง ดวงตาของเขาจะสั่นไหว ทำให้นางรับรู้ได้ทันที
เมื่อเปลือกตาของเสด็จอาเก้ายกขึ้น นางก็รู้ได้ทันทีว่าเสด็จอาเก้ากำลังโกรธนางอยู่ เฟิ่งชิงเฉินรีบส่ายหน้า กล่าวปลอบโยนออกมาว่า “ไม่ ข้าไม่รู้ว่าลู่เส้าหลินใช่สายลับหรือไม่ และก็ไม่รู้ว่าสายลับของตระกูลชุยในพระราชวังเป็นใคร แต่ข้ารู้ถึงการเคลื่อนไหวของลู่เส้าหลินในหลายปีที่ผ่านมา แน่นอนว่ามันต้องทำให้จักรพรรดิไม่พอใจ
ผู้มีอำนาจส่วนใหญ่มักสงสัย ต่อให้ผิดก็ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ ช่วงนี้ตระกูลชุยลงมือติดต่อกันหลายครั้ง แต่องครักษ์เสื้อโลหิตกลับไม่เคลื่อนไหว แน่นอนว่าจักรพรรดิจะต้องสงสัยในตัวของลู่เส้าหลิน ทำให้ลู่เส้าหลินขาดความเชื่อใจ
นอกจากนี้จักรพรรดิยังต้องพิจารณาเรื่องของการสอบ ทำอย่างไรจึงสามารถดึงดูดเหล่าบัณฑิตให้เข้ามาในเมืองได้ การกำจัดองครักษ์เสื้อโลหิตในตอนนี้ทำให้เหล่าบัณฑิตสามารถมองเห็นด้านดีของจักรพรรดิได้ เนื่องจากไม่ว่าอย่างไรองครักษ์เสื้อโลหิตก็ไม่ได้ดูดีในสายตาของประชาชนอยู่แล้ว
หากจักรพรรดิต้องการจัดการกับองครักษ์เสื้อโลหิต แน่นอนว่าต้องมีเหตุผล และเหตุผลนั้นจะต้องใหญ่พอ ไม่อย่างนั้นการที่จักรพรรดิลงมือกับหน่วยซึ่งตนเองสร้างขึ้นมากับมือ จะทำให้เหล่าขุนนางสั่นคลอน คิดว่าจักรพรรดิต้องการทำความสะอาดพระราชวัง เพื่อล้างตำแหน่งให้กับบัณฑิตใหม่ ดังนั้นข้าจึงมอบเหตุผลให้กับจักรพรรดิ ให้เขาได้ยกมีดเล่มใหญ่ในการทำความสะอาดองครักษ์เสื้อโลหิต
แม้เหตุผลนี้จะสร้างความเสื่อมเสียให้กับองครักษ์เสื้อโลหิตได้ แต่จะจักรพรรดิก็คงไม่มีทางเหลียวมอง จึงจำเป็นต้องสร้างความวุ่นวายให้มากขึ้น หากจักรพรรดิจัดการได้ดี เขาจะชนะใจของประชาชน และลดอำนาจขององครักษ์เสื้อโลหิตลงในขณะเดียวกัน หน่วยลับอย่างองครักษ์เสื้อโลหิตไม่ควรออกมาแสดงตัว พวกเขาควรทำงานอยู่ในความมืด และเปิดเผยตัวออกมาเป็นครั้งคราวเท่านั้น
เมื่อนำเหตุผลเหล่านี้มาประกอบเข้าด้วยกัน ข้าก็เดาว่าจักรพรรดิได้ทอดทิ้งลู่เส้าหลินไปแล้ว ดังนั้นข้าจึงกล้าพาคนบุกเข้าไปในเรือนจำขององครักษ์เสื้อโลหิต สร้างสถานการณ์ต่าง ๆ ของมา และสุดท้ายก็ไปฟ้องร้องกับศาลต้าหลี่”
การอ่านใจของจักรพรรดินั้นถือเป็นความสามารถเฉพาะตัว แม้เฟิ่งชิงเฉินจะพูดออกมาอย่างมีเหตุผล แต่ก็ไม่กล้าแน่ใจ หลังจากพูดจบนางก็หันไปมองเสด็จอาเก้าและถามออกมาว่า “ข้าพูดถูกหรือไม่?”
ความโกรธทั้งหมดของเสด็จอาเก้าหายไป กล่าวออกมาอย่างชื่นชม “แม้จะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็ถือว่าถูกเป็นส่วนใหญ่ จักรพรรดิต้องการสะสางกิจการของรัฐบาล องครักษ์เสื้อโลหิตโอหังและหยิ่งผยองมากเกินไป แน่นอนว่าต้องทำให้จักรพรรดิไม่พอใจ”
ใบหน้าอันแข็งทื่อของเสด็จอาเก้าเผยให้เห็นรอยยิ้มอันอ่อนโยน ดวงตาที่ลึกล้ำของเขาเป็นประกายเล็กน้อย “เจ้าฉลาดมาก สิ่งที่องค์ชายหลายคนคิดไม่ถึง แต่เจ้ากลับคิดออกมาได้”
จักรพรรดิไม่ได้เพิ่งมาคิดจัดการกับองครักษ์เสื้อโลหิตเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่เป็นเพราะจักรพรรดิยังเชื่อใจลู่เส้าหลินอยู่ ประกอบกับในมือยังไม่มีใครเหมาะสมจะสร้างเรื่องขึ้นมา จึงเอาแต่เฝ้าดู ไม่ลงมือ
ในตอนที่เฟิ่งชิงเฉินกล่าวหาองครักษ์เสื้อโลหิต มันก็ไปสะกิดความคิดที่จะทำความสะอาดองครักษ์เสื้อโลหิตของจักรพรรดิ ตอนนี้สามารถจัดการกับองครักษ์เสื้อโลหิตได้ จึงเป็นโอกาสดีในการหาตัวของสายลับจากหนานหลิง ซีหลิง ตระกูลชุยและตระกูลที่ซ่อนเร้นทั้งหลาย
เมื่อได้การยืนยันจากเสด็จอาเก้า เฟิ่งชิงเฉินละทิ้งความกังวลก่อนหน้านี้ออกไป ร่างทั้งร่างเปล่งประกาย พูดในสิ่งที่ตนเองไม่กล้าพูดและเก็บเอาไว้ทั้งหมดออกไป
“จากเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องพิจารณาคดีวันนี้ เขาเองก็คิดว่าสิ่งที่ข้าเดานั้นถูกต้อง หากจักรพรรดิไม่ต้องการจัดการกับองครักษ์เสื้อโลหิต ข้าจะมีโอกาสเข้าไปในห้องพิจารณาคดีได้อย่างไร องครักษ์เสื้อโลหิตก็แค่หาเหตุผลอะไรมาสักข้อ จากนั้นสร้างพยานเท็จขึ้นมา เท่านั้นก็สามารถจัดการจวนเฟิ่งได้แล้ว
นอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือจากซู่ชินอ๋อง ตี๋ตงหมิงมาช่วยเหลือข้าจากใจจริง เรื่องนี้ข้าเชื่อ แต่ซู่ชินอ๋องไม่มีทางยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือข้าโดยเปล่าประโยชน์ ต่อให้เขาโกรธองครักษ์เสื้อโลหิตในเรื่องที่มีสายลับขององครักษ์เสื้อโลหิตอยู่ในจวนซู่ชินอ๋อง เขาก็ไม่จำเป็นต้องจัดการอีกฝ่ายอย่างชัดเจนถึงขนาดนี้
ข้าเอาว่าซู่ชินอ๋องเองก็น่าจะเข้าใจความคิดของจักรพรรดิที่ต้องการจัดการกับองครักษ์เสื้อโลหิต ดังนั้นจึงยื่นมือเขามาช่วย หากข้าเดาไม่ผิด เรื่องที่องครักษ์เสื้อโลหิตปล่อยให้ซุนซือสิงหายตัวไป เรื่องนี้มันจะต้องเกี่ยวข้องกับการทูตต่างประเทศ แต่ไม่รู้ว่าประเทศไหนจะเป็นผู้โชคร้าย” มีจักรพรรดิและเสด็จอาเก้าอยู่เบื้องหลัง องครักษ์เสื้อโลหิตยังมีอะไรให้นางต้องกลัว
“ซีหลิง ในองครักษ์เสื้อโลหิตมีคนของซีหลิงอยู่ จักรพรรดิจะต้องโยนเรื่องนี้ให้เป็นความผิดของซีหลิง ความคับข้องใจของเจ้ากับองค์หญิงเหยาหวาเป็นที่รู้กันดีของทั้งสองประเทศ แม้ว่าเหตุผลจะดูเกินจริงไปหน่อย แต่ก็ยังพอสมเหตุสมผล” เมื่อเสด็จอาเก้าเห็นว่าเฟิ่งชิงเฉินสามารถอนุมานสิ่งต่าง ๆ ได้มากมายจากรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เขาก็ไม่มีความตั้งใจที่จะปิดบังมัน