ตอนที่ 825
บทที่ 826 นิ่งๆ อย่าขยับ
October 21, 2026
แสงมีดที่มองเห็นเลือดในความมืด แต่ในความจริงกลับมองไม่เห็น ไม่จำเป็นต้องให้เสด็จอาเก้าแจ้งเตือน เฟิ่งชิงเฉินก็รู้ว่าเวลานี้สถานการณ์ตึงเครียดแค่ไหน นางไม่สามารถเคลื่อนไหวบุ่มบ่ามได้ อย่างน้อยก่อนที่จักรพรรดิจะลงมือ นางก็ไม่สามารถทำลายแผนการของจักรพรรดิ
ในห้องหนังสือ เมื่อได้ยินว่าซุนซือสิงยังปลอดภัยดีก็รู้สึกโล่งใจ เฟิ่งชิงเฉินกล่าวว่าจะกลับจวนเฟิ่ง แต่เสด็จอาเก้าไม่เห็นด้วย อธิบายสถานการณ์ออกไปอย่างถี่ถ้วน แต่เฟิ่งชิงเฉินก็ยังตั้งใจแน่วแน่ที่จะจากไป
บ้าที่สุด ให้อยู่จวนอ๋องเก้าต่อไป นอกจากจะอยู่เพื่อร่วมรักกับเสด็จอาเก้า ก็คงอยู่เพื่อพักฟื้นร่างกาย นางจึงไม่อยากอยู่เพื่อทำเรื่องบ้าบอเช่นนั้น ทำไมต้องทำตามใจเสด็จอาเก้า เฟิ่งชิงเฉินไม่อยู่ก็คือไม่อยู่
เสด็จอาเก้าคิดว่าช่วงนี้ตนเองมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังต้องไปสะสาง ประกอบกับเฟิ่งชิงเฉินแน่วแน่ว่าจะจากไป เสด็จอาเก้าทำได้เพียงถอยมาก้าวหนึ่ง ให้เฟิ่งชิงเฉินนำสองสาวใช้สายลับกลับไป ในเวลาซึ่งจั่วอั้นไม่อยู่ ให้สาวใช้ทั้งสองเป็นผู้ดูแล คอยปกป้องเฟิ่งชิงเฉิน
ความปลอดภัยของตนเอง เฟิ่งชิงเฉินให้ความสำคัญกับมันมาโดยตลอด แน่นอนว่าไม่มีทางปฏิเสธ ดังนั้นในคืนดังกล่าวนางจึงพาสาวใช้ทั้งสองกลับไปยังจวนเฟิ่ง เมื่อถึงจวนเฟิ่งก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากมาย แม้กระทั่งเรื่องของซุนซือสิงเองก็เช่นกัน นางบอกกับทงจือและพวกของทงเหยาไปแค่ว่า ซุนซือสิงยังสบายดี
ต้องบอกเลยว่าคำพูดนั้นของเสด็จอาเก้าทำให้เฟิ่งชิงเฉินตื่นตัวเป็นอย่างมาก ความภักดีทั้งหมด มีไว้เพื่อทรยศในวินาทีสุดท้าย หลังจากได้รับความไว้วางใจจากเจ้านาย และโต้กลับในเวลาสำคัญ นั่นมันก็หมายความว่า......
เลวร้ายเป็นอย่างมาก
เฟิ่งชิงเฉินรู้ว่านางไม่สามารถรับกับผลที่ตามมาได้ ดังนั้นนางจึงไม่สามารถมอบความเชื่อใจให้ใครได้ ไม่สามารถปล่อยใครผู้ใดผู้หนึ่งผูกขาดทางอำนาจ เนื่องจากจะปล่อยให้จวนเฟิ่งต้องลมสลายเพราะคนทรยศเพียงคนเดียวไม่ได้
เฟิ่งชิงเฉินตัดสินใจหาโอกาสทดสอบชุนฮุ่ย เซี่ยหว่าน ชิวฮว่าและตงชิง หากพวกนางสามารถใช้ประโยชน์ได้ ก็จะให้พวกนางมาถ่วงดุลอำนาจของทงจือและทงเหยา เนื่องจากอำนาจผูกขาดนั้นมันน่ากลัวเกินไป
เรื่องนี้เป็นเพียงแผนการในใจของเฟิ่งชิงเฉิน นางไม่สามารถทำให้ทงจือและทงเหยารู้สึกหนาวเหน็บหัวใจเพียงเพราะความคิดของนาง ต่อให้กังวลก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้ เนื่องจากหากแสดงให้เห็นว่าสงสัยในตัวของผู้รับใช้ทั้งที่พวกเขามีใจภักดี นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้พวกเขาหักหลังได้
ตั้งแต่กลับมาจากจวนอ๋องเก้า ทุกคนต่างจับตาดูเฟิ่งชิงเฉิน นึกถึงท่าทางอันสง่าผ่าเผยของนางในห้องพิพากษาวันนั้น ตอนแรกคิดว่าการที่นางมีเสด็จอาเก้าคอยให้การสนับสนุน นางจะทำการโจมตี องครักษ์เสื้อโลหิตและจวนซุ่นหนิงโหวอย่างดุเดือดอีกครั้ง แต่คิดไม่ถึงว่านางจะเก็บตัวอยู่ในบ้านทั้งวันทั้งคืน ราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องพิพากษานั้นไม่ใช่นาง
จวนซุ่นหนิงโหวรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงส่งคนไปสืบดู แต่กลับไม่ได้ข้อมูลอะไรกลับไปเลยแม้แต่น้อย การต่อสู้กันของเบื้องบนมันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ไร้อำนาจอย่างพวกเขาจะเอื้อมถึง
หลังจากองครักษ์เสื้อโลหิตทะเลาะกับเฟิ่งชิงเฉิน ทุกอย่างก็ถูกปิดไว้อย่างมิดชิด คนนอกไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยว และคนในก็ไม่สามารถเผยแพร่ข้อมูลได้
ผ่านไปห้าวัน ทุกอย่างเงียบสงบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ในตอนที่ทุกคนกำลังลืม คิดว่าเฟิ่งชิงเฉินสงบศึกกับองครักษ์เสื้อโลหิตและจวนซุ่นหนิงโหว ในเวลานั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ขึ้น
“ลู่เส้าหลินถูกจับ”
ข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปยังคนที่สมควรรับรู้ภายในระยะเวลาครึ่งชั่วโมง แม้เฟิ่งชิงเฉินจะรู้ว่าลู่เส้าหลินไม่มีทางจบสวย แต่เมื่อได้ยินข่าวนี้ นางก็อดตกใจไม่ได้
นางคิดไม่ถึงว่าจักรพรรดิจะจับกุมลู่เส้าหลินและเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างต่อสาธารณชนเร็วถึงขนาดนี้ นางคิดว่าหน่วยข่าวกรองรับควรจะจัดการอย่างลับ ๆ แต่ต่อมานางถึงได้รู้ว่าจักรพรรดิต้องการประหารลู่เส้าหลินต่อสาธารณชนเพื่อปูทางให้ตงหลิงจื่อลั่ว
ลู่เส้าหลินถูกคุมขัง ตงหลิงจื่อลั่วขึ้นประจำการองครักษ์เสื้อโลหิต เพื่อตรวจสอบการประพฤติทุจริตขององครักษ์เสื้อโลหิตโดยละเอียด หลังจากสังหารคนไปจำนวนมาก ตงหลิงจื่อลั่วเข้ามารับช่วงองครักษ์เสื้อโลหิตต่อ และหน้าที่รับผิดชอบขององครักษ์เสื้อโลหิตก็คือการตรวจสอบขุนนางและองค์กรต่าง ๆ รวมตรวจสอบหน่วยข่าวกรองลับที่อยู่ในความมืดซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ