ตอนที่ 899
บทที่ 900 ความน่าเกรงขามของใต้เท้าตี๋
October 21, 2026
จั่วอั้นไม่ใช่คนพูดจาดีมาแต่ไหนแต่ไร แต่ภายใต้ความแน่วแน่ของหวังจิ่นหลิง จั่วอั้นกลับลงมือทำตามคำขอของหวังจิ่นหลิงโดยไม่พูดถึงเงื่อนไขแต่อย่างใด ทำให้เฟิ่งชิงเฉินตะลึงจนอ้าปากค้าง
“จั่วอั้นพูดง่ายถึงเพียงนี้เลยหรือ?” เฟิ่งชิงเฉินเข้าใจอย่างชัดเจนว่าจั่วอั้นเป็นคนที่ต่อรองยากถึงเพียงใด เพื่อรั้งจั่วอั้นไว้ข้างกาย นางต้องสูญเสียอะไรไปไม่ใช่น้อย
“เขาก็มิได้พูดยากแต่อย่างใด แต่ก็มิได้พูดง่ายถึงเพียงนั้น” หวังจิ่นหลิงชี้ไปยังแผ่นหลังของจั่วอั้น จากนั้นกล่าวออกมาอย่างมั่นใจว่า “เขาเป็นคนง่าย ๆ นิสัยของเขาคล้ายกับศิษย์ของเจ้ามาก หากเต็มใจก็จะลงมือ มิมีอะไรมากไปกว่านั้น”
“จั่วอั้นมันง่ายขนาดนั้นเสียที่ไหน เขาเป็นคนฉลาด เขาทำเช่นนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าเท่านั้น” นางกับเสด็จอาเก้าต้องการให้จั่วอั้นลงมือ จำเป็นจะต้องสูญเสียของมีค่าจำนวนมาก
“นั่นเป็นเพราะว่าข้ามิได้เห็นเขาเป็นมือสังหาร และไม่ได้ปฏิบัติกับเขาเหมือนกับการซื้อขายสินค้า ดังนั้นในสายตาของจั่วอั้น ข้าจึงมิใช่นายจ้าง ข้าเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ข้าเอ่ยปาก หากจั่วอั้นเต็มใจเขาก็จะลงมือ หากมิเต็มใจก็จะไม่ลงมือ ข้าเองก็ว่าอะไรเขามิได้” คนเรียบง่าย ความถูกพิษในสายตาของพวกเขานั้นมันชัดเจนมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป
จั่วอั้นเห็นเสด็จอาเก้าและเฟิ่งชิงเฉินเป็นเป้าหมายในการทำธุรกิจ ดังนั้นหากเสด็จอาเก้าและเฟิ่งชิงเฉินต้องการให้เขาลงมือก็จำเป็นจะต้องจ่ายสิ่งตอบแทนให้กับเขา
“อ่า......เช่นนั้นข้าก็คงเสียทรัพย์สินจำนวนมากไปโดยเปล่าประโยชน์” หากรู้ว่ามันเรียบง่ายถึงเพียงนี้ เช่นนั้นนางคงไม่ต้องไปต่อรองอะไรมากมาย แค่ขอให้จั่วอั้นคอยปกป้องนางก็พอแล้ว
หวังจิ่นหลิงยิ้มทั้งพูดออกมา “เจ้าคิดว่าจั่วอั้นเป็นคนไร้สมองหรืออย่างไร เรื่องยอมลงมือให้ความช่วยเหลือก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องการคุ้มกันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สองเรื่องนี้นั้นต่างกัน สำหรับเขาแล้ว เรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายเหมือนกับการยกมือขึ้น แต่เรื่องหลังมันคือความยุ่งยาก
สำหรับจั่วอั้น เจ้าที่ถูกเหล่ามือสังหารของแผ่นดินจิ่วโจวอันยิ่งใหญ่ไล่ล่า มันคือปัญหาอันยิ่งใหญ่ เขาจะต้องต่อสู้กับศัตรูมากมาย ดังนั้นหากมิได้สิ่งตอบแทนที่คุ้มค่ามากพอ เขาไม่มีทางยอมลงมือเพื่อแบกรับปัญหาของเจ้า เจ้าควรจะรู้สึกขอบคุณจั่วอั้นที่ยอมตกลงให้ความช่วยเหลือแก่เจ้า มิใช่ยอมเป็นศัตรูกับเจ้า”
“ก็จริง ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล สำหรับจั่วอั้น การปกป้องข้าถือเป็นปัญหาอันยิ่งใหญ่ เขายอมรับภารกิจปกป้องข้าก็เหมือนกับว่าเขายอมเป็นศัตรูกับพันธมิตรนักฆ่า” เมื่อคิดได้เช่นนี้เฟิ่งชิงเฉินก็รู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายได้ประโยชน์
“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีแล้ว มีจั่วอั้นคอยให้การปกป้องดูแล เท่านี้เจ้าก็รู้สึกปลอดภัยได้” สำหรับเรื่องนี้แม้แต่หวังจิ่นหลิงเองก็ต้องยอมเลยว่า การกระทำของเสด็จอาเก้านั้นถูกต้องที่สุด
มีจั่วอั้นอยู่ พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของเฟิ่งชิงเฉิน หวังจิ่นหลิงจ้องมองออกไปด้านนอกของจวนเฟิ่ง
ร่างกายของเย่เย่ได้รับบาดเจ็บ ประกอบกับความทุกข์ทรมานที่ต้องสูญเสียบิดาอันเป็นที่รัก หลังจากถูกการโจมตีของจั่วอั้นเขาก็หมดสติไป เมื่อเหล่าองครักษ์สูญเสียผู้นำ ภายใต้การโจมตีอันหนักหน่วงของจั่วอั้น ทำให้เหล่าองครักษ์พ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว ล้าถอยกลับไป ละทิ้งความตั้งใจในการต่อสู้และรีบเคลื่อนย้ายกำลังออกไปจากจวนเฟิ่ง
ในตอนที่ตี๋ตงหมิงมาถึง การต่อสู้ระหว่างจวนเฟิ่งและคนของเมืองเย่เฉิงก็ได้จบลงแล้ว จั่วอั้นก็ไม่รู้ว่าตนเองควรจะไปอยู่ที่ไหน องครักษ์ของจวนเฟิ่งและเมืองเย่เฉิงอยู่คนและฝั่ง จ้องมองกันแต่ไม่ได้ลงมือแต่อย่างใด
“นี่ข้ามาเร็วไปอย่างนั้นหรือ?” ตี๋ตงหมิงลงจากม้าด้วยท่าทางอันสง่างาม ด้านหลังของเขามีทหารตามมากลุ่มหนึ่ง ในตอนที่เขาลงจากม้า ผู้ช่วยซึ่งอยู่ด้านหลังของเขาก้าวมาด้านหน้าเพื่อรับแซ่จากมือของเขา
จากการกระทำของเขา......ทำให้เฟิ่งชิงเฉินนึกถึงวันขึ้นปีใหม่ในปีนั้น การแสดงออกของตี๋ตงหมิงขณะอยู่ที่จวนเฟิ่ง เจ้าเด็กผู้นี้ชอบแสดงละครเหลือเกิน เฟิ่งชิงเฉินส่ายหน้า ก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมกล่าวว่า “คารวะใต้เท้าตี๋”
“มิต้องมากพิธี” ตี๋ตงหมิงยกมือขึ้นมาโบก ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยพลัง ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับไม่ได้จริงจังอะไร
หากไม่ใช่เพราะว่าเดินเข้ามาใกล้และเห็นตี๋ตงหมิงกะพริบตา เฟิ่งชิงเฉินคงสงสัยว่าตี๋ตงหมิงถูกซู่ชินอ๋องฝึกจนเชื่อง และกำลังพัฒนาใช้งานในทางการได้ดีขึ้น
“ขอบพระคุณใต้เท้า” เฟิ่งชิงเฉินลุกขึ้นอย่างสง่างาม ยืนอยู่ด้านข้างเพื่อหลีกทางให้กับตี๋ตงหมิง ใต้เท้าตี๋