ตอนที่ 955
บทที่ 956 ลงโทษตัวเอง,ขับไล่เสด็จอาเก้าออกจากเมืองจักรพรรดิ
October 21, 2026
เรื่องของหมากกระดานจะดึงดูดความสนใจมากแค่ไหน ตระกูลซูจะโกรธหรืออย่างไร เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่สนใจ และไม่ทำให้สถานการณ์มันแย่ลงไปมากกว่านี้
นับตั้งแต่วันที่นางปรากฏตัวออกไปเผชิญหน้ากับสำนักบัณฑิตในวันนี้ เฟิ่งชิงเฉินก็หมกตัวอยู่ในจวนไม่ออกไปไหน แม้ว่าในทุกวันจะมีปรมาจารย์หมากรุกมาหานางถึงจวน เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่ต้อนรับ ใช้เหตุผลที่ตนเองไม่สบายในการปฏิเสธที่จะพบกับผู้อื่น
พฤติกรรมของเฟิ่งชิงเฉินเป็นการหลีกเลี่ยงอย่าเห็นได้ชัด ในสายตาคนนอกจะมองว่านางเป็นคนขี้ขลาดและหวาดกลัว แต่เหล่าผู้มีปัญญาต่างรู้ว่า เฟิ่งชิงเฉินกำลังนั่งชมละครอยู่ข้างเวที เฝ้ามองเหล่าผู้ผดุงความยุติธรรมบังคับให้ตระกูลซูแห่งหนานหลิงถอดถอนแผ่นป้าย และลบชื่อตระกูลซูแห่งหนานหลิงของพวกเขา
คำพูดเหล่านั้นของเฟิ่งชิงเฉินที่พูดออกมาต่อหน้าสำนักบัณฑิต แม้จะไม่ได้ร้ายแรงมาก แต่มันก็ไม่สามารถทำให้ตระกูลซูแห่งหนานหลิงถอยกลับไปได้เช่นกัน ในเวลานั้นมีปรมาจารย์มากความรู้เป็นพยานมากมาย แม้ว่าตระกูลซูต้องการปฏิเสธก็ไม่สามารถทำได้ หลังจากนี้หากพวกเขากล้าเรียกตัวเองว่าตระกูลซูแห่งหนานหลิง พวกเขาก็มีแต่จะถูกดูหมิ่นเท่านั้น
ตระกูลซูอยู่ในตำแหน่งที่อึดอัด ถูกรังเกียจโดยเหล่าบัณฑิต ตอนแรกพวกเขาคิดจะมาเดินบนเส้นทางแห่งจักรพรรดิตงหลิง และเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของจักรพรรดิอย่างสุดใจ แต่คิดไม่ถึงเวลาจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นกับตงหลิงในเวลานี้ จักรพรรดิไม่มีเวลาจะมาสนใจตระกูลซู แม้แต่ซูเหนียงเหนียงผู้มีเสน่ห์ จักรพรรดิก็ไม่มีเวลาที่จะไปหาเป็นการส่วนตัว
“สุสานจักรพรรดิถูกทำลาย ทหารนับหมื่นนายเสียชีวิตในการต่อสู้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของผู้ใด พวกเจ้าบอกข้า ข้ามองผิดไปหรือไม่” สาส์นกราบทูลในมือของจักรพรรดิทุบลงไปบนศีรษะของไท่เป่า “สุสานและโลงศพของจักรพรรดิองค์ก่อนถูกทำลาย แต่พวกเจ้านอกจากนำเรื่องพวกนี้มารายงานก็ทำอะไรไม่ได้เลย เจ้าลองพูดมา ข้าเลี้ยงดูคนไร้ประโยชน์อย่างพวกเจ้าไว้เพื่อสิ่งใดกัน”
ปัง......น่าเสียดายที่อายุของไท่เป่านั้นมากแล้ว ถูกทุบจนเลือดออกหมดสติ ตอนแรกคิดว่าได้ไปพักผ่อนที่สำนักหมอหลวงเพื่อหนีจากภัยพิบัติ แต่คิดไม่ถึงว่าจักรพรรดิเหมือนกับมองไม่เห็นเขา ปล่อยให้เขานอนแข็งทื่ออยู่บนพื้น
จักรพรรดิโกรธและกวาดสายตามองไปยังเหล่าขุนนางใหญ่ คนพวกนี้นอกจากคุกเข่ารอรับโทษก็ไม่พูดอะไรออกมาทั้งนั้น จักรพรรดิโกรธจนแทบจะระเบิดออกมา จักรพรรดิจึงสั่งให้องครักษ์พาขุนนางเหล่านี้ออกไปโบย แม้แต่ไท่เป่าที่หมดสติอยู่ก็ไม่มีข้อยกเว้น
ในช่วงเวลาที่จักรพรรดิโกรธ ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามารบกวน แต่มีคนผู้หนึ่งที่ไม่กลัวความตาย เลือกเข้าพระราชวังมาในเวลานี้
“ฝ่าบาท ใต้เท้าฝู่มาขอเข้าเฝ้า” ขันทีน้อยตกใจจนขาสั่น แต่ก็ยังกัดฟันพูดออกไป ตอนแรกคิดว่าจะถูกตวาดกลับมาด้วยความโกรธ แต่คิดไม่ถึงว่าจักรพรรดิจะระงับความโกรธ และสั่งให้คนไปพาฝู่หลินเข้ามา
หลังจากผ่านพิธีทำความเคารพ ฝู่หลินก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมาพร้อมใบหน้าที่จริงจัง “จักรพรรดิ ข้าได้ยินมาว่าสุสานจักรพรรดิถูกทำลาย ไม่ทราบว่าความจริงเป็นเช่นไร?”
“เจ้าดูเอาเองแล้วกัน” จักรพรรดิมองไปที่ฝู่หลินอย่างพึงพอใจ ในเวลาเช่นนี้ยังมีขุนนางที่มีความกล้าเช่นนี้อยู่
ฝู่หลินเองก็ไม่ได้โวยวาย หลังจากหยิบสาส์นเปื้อนเลือดขึ้นมาอ่าน หัวหน้ากองทหารรักษาการณ์ทราบดีถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ เขาจึงไม่กล้าปิดยังความจริงแม้แต่น้อย และเขียนรายละเอียดทุกอย่างไว้ชัดเจน
“ฝ่าบาท เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีคนวางแผนไว้ และคนผู้นั้นก็จงใจมุ่งเป้ามาที่ตงหลิงของพวกเรา” ฝู่หลินรีบหาเหตุผลที่อีกฝ่ายลงมือทันที
หลังจากได้ระบายความโกรธ จักรพรรดิเองก็สงบลงไม่น้อย มองไปยังขุนนางที่ตนเองชื่นชม กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ฝู่หลิน เจ้าสงสัยใครอย่างนั้นหรือ?”
“ฝ่าบาท อีกฝ่ายจะต้องอยู่ในดินแดนตงหลิงเป็นแน่ เวลาสั้น ๆ เพียงแค่หนึ่งชั่วยาม สามารถทำลายกองทหารนับหมื่นลงได้ มันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่ง และดูจากวิธีการอันชั่วร้ายของฝ่ายตรงข้าม แต่กลับไม่ได้นำสมบัติล้ำค่าในสุสานจักรพรรดิไป แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่เพื่อเพียงให้ตงหลิงอับอาย หากข้าเดาไม่ผิด ผู้โจมตีไม่ใช่กบฏจากราชวงศ์ก่อน แต่เป็นอีกสามประเทศที่เหลือ”
จักรพรรดิพยักหน้าด้วยความชื่นชม แม้จะไม่มีหลักฐาน แต่คนที่ความแข็งแกร่งเช่นนี้ในแผ่นดินจิ่วโจวอันยิ่งใหญ่ จะมีอยู่สักกี่คน ไม่ต้องพูดถึงใครอื่นไกล จักรพรรดิรู้สึกสงสัยในตัวเสด็จอาเก้าเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อคิดได้ว่าศพที่ฝังอยู่ในสุสานจักรพรรดิก็เป็นพ่อแม่ของเสด็จอาเก้าเช่นกัน จักรพรรดิจึงหยุดความคิดดังกล่าว
“ใต้เท้าฝู่ เรื่องนี้ฝากให้เป็นหน้าที่ของเจ้า”
“ข้าน้อยน้อมรับคำบัญชา”
เรื่องสุสานจักรพรรดิถูกทำลาย ส่งผลกระทบในวงกว้าง เสด็จอาเก้าเคยพูดต่อหน้าของจักรพรรดิแล้ว ว่าจักรพรรดิจำเป็นต้องอธิบายทุกอย่างแก่ราชวงศ์ตงหลิงและประชาชนในใต้หล้า แม้แต่สุสานของบรรพบุรุษของตนเองยังรักษาไว้ไม่ได้ จักรพรรดิควรจะรู้สึกละอายใจไม่ใช่หรือ
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ เพื่อร่วมพูดคุย