ตอนที่ 993
บทที่ 993 ไป,อดหวั่นไหวไม่ได้
October 21, 2026
ทำไมงั้นหรือ?
“เจ้ายังมีหน้ามาถามอีกงั้นหรือ?” เห็นใบหน้าที่ไร้เดียงสาของเสด็จอาเก้า เฟิ่งชิงเฉินอยากจะบีบหน้าของเขาแรง ๆ ดึงไปดึงมา เพื่อระบายความโกรธของนาง
ผู้ชายคนนี้ช่างไร้ยางอายเหลือเกิน
นางรู้สึกสงสารที่เขาทำงานหนัก แต่เขากลับมากลั่นแกล้งนาง......
“เหตุใดข้าต้องละอายด้วย” เสด็จอาเก้าถามออกไปอย่างใจเย็น เห็นเฟิ่งชิงเฉินกัดฟันแน่น เขาก็ถามออกไปด้วยหัวใจอันชั่วร้าย “หรือว่าชิงเฉิน เจ้าหรือว่าเจ้ารู้สึกละอาย?”
“ข้า? เหตุใดข้าต้องละอายด้วย ข้าไม่ได้รู้สึกอะไรสักหน่อย ไม่มีชื่อ ไม่มีแซ่ ใครจะไปรู้ว่าเจ้าเขียนถึงใคร” เฟิ่งชิงเฉินขมวดคิ้วและพูดอย่างดื้อรั้น แต่ใบหูสีแดงของนางเผยให้เห็นถึงความคิดของนางในเวลานี้
แม้ว่าเฟิ่งชิงเฉินจะหันหลังให้เขา แต่เสด็จอาเก้าก็คาดเดาถึงอาการของเฟิ่งชิงเฉินในตอนนี้ได้ เสด็จอาเก้ายิ้มออกมาพร้อมกล่าวว่า “ชิงเฉิน เจ้าอย่าคิดมาก ข้าก็แค่เขียนเล่นเท่านั้น ไม่ได้เขียนถึงผู้ใด”
เสด็จอาเก้ากุมมือของเฟิ่งชิงเฉินไว้ ตักรังนกตุ๋นใส่ปากตนเอง จากนั้นตักขึ้นมาอีกช้อนและป้อนใส่ปากของเฟิ่งชิงเฉิน
เฟิ่งชิงเฉินเบ้ปาก จากนั้นหันมาหาเสด็จอาเก้าอย่างรวดเร็ว “เขียนเล่น? เจ้าคิดจะหลอกใคร ยังไม่รีบพูดออกมา เจ้าเขียนถึงผู้ใดกันแน่?”
“ชิงเฉินรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?” เสด็จอาเก้าทานรังนกตุ๋นไปพร้อมกับพูดออกมาเชิงหยอกล้อ
“ใครจะไปรู้ เจ้ายังไม่รีบพูดออกมาอีก” ต่อให้รู้ก็จำเป็นต้องให้เสด็จอาเก้าพูดออกมา ไม่เช่นนั้นหากตนเองใส่ความรู้สึกมากเกินไป เช่นนั้นคงไม่ดีแน่
“ได้ ได้ ได้ ข้าพูด ข้าพูดเท่านี้ยังไม่ชัดเจนงั้นหรือ” เสด็จอาเก้าพูดออกมา จากนั้นทานรังนกตุ๋นที่เหลือจนหมด วางถ้วยลงบนโต๊ะหนังสือ นำสิ่งที่ตนเองเขียนขึ้นมาไว้ตรงหน้าหน้าของเฟิ่งชิงเฉิน
“กังวลแต่กับคนไข้ นอนไม่หลับพลิกตัวทั้งคืนค่ำ พื้นที่แห่งความรักกลายเป็นผุยผง ยิ่งปรารถนาในความรัก ก็ยิ่งไร้ซึ่งวาสนา ชิงเฉิน เจ้าว่าข้าเขียนถึงใครงั้นหรือ*” หลังจากอ่านจบ เสด็จอาเก้าวางศีรษะบนไหล่ของเฟิ่งชิงเฉิน และพูดด้วยความคับแค้นใจ
“ข้า ข้าจะรู้ได้อย่างไร” ใบหน้าของเฟิ่งชิงเฉินเป็นสีแดง พยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของเสด็จอาเก้า แต่ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่เกิดผล นางคิดไม่ถึงว่าเสด็จอาเก้าจะอ่านมันออกมาข้างหูของนางเช่นนี้
เสด็จอาเก้าจูบไปตรงต้นคอของเฟิ่งชิงเฉิน จากนั้นพูดอย่างหดหู่ “ชิงเฉิน เจ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร ว่าข้ายิ่งปรารถนาในความรัก ก็ยิ่งไร้ซึ่งวาสนา”
ลมหายใจที่แผดเผาพ่นรดต้นคอ เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกเพียงมีความร้อนไหลออกมาจากช่องท้องส่วนล่าง แก้มของนางร้อนผ่าว นางดีใจมากที่ได้นั่งหันหลังให้เสด็จอาเก้า ไม่เช่นนั้นนางคงเกรงว่าตนเองคนอดไม่ได้ที่จะกัดฝ่ายตรงข้าม
สิ่งที่ผู้ชายคนนี้เขียนออกมาบนกระดาษ ถือว่ายังไม่เท่าไหร่ เขายังอ่านออกมาให้นางฟัง นางคิดว่าเป็นเพียงความไพเราะ แต่เขายังกลับถามนางออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม มันช่าง......
“ชิงเฉิน ข้า......” เห็นเฟิ่งชิงเฉินไม่พูดอะไรออกมา เสด็จอาเก้าจึงเอ่ยปากออกมาอีกครั้ง เฟิ่งชิงเฉินโกรธมาก พูดออกมาอย่างอารมณ์เสีย “เจ้าไปทางโน้นเลย”
“ชิงเฉินช่างใจร้ายยิ่งนัก” เสด็จอาเก้าเปิดปาก กัดไปยังติ่งหูของเฟิ่งชิงเฉิน ก่อนที่เฟิ่งชิงเฉินจะไม่พอใจ เขาก็กล่าวออกมาอีกครั้ง “รักตั้งแต่แรกพบ อยากจะสานสัมพันธ์กับเจ้า อยากถามความเห็นของแม่หญิงงาม เจ้าพร้อมจะเป็นและตายไปพร้อมกับข้าหรือไม่ พร้อมจะเป็นและตายไปพร้อมกับข้าหรือไม่ ที่รัก เจ้ายินดีหรือไม่*”
แน่นอน แน่นอนว่านางเต็มใจ
ไม่มีคำสารภาพที่สวยหรู ไม่มีการป่าวประกาศแห่งความรักอันร้อนแรง ไม่มีคำสัญญาว่าจะรักเจ้าไปทั้งชีวิต เพียงแต่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าตลอดไป เรียบง่ายแต่จริงใจ
นาง นางจะไม่ยินดีได้อย่างไร เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกแสบตรงจมูก สูดลมหายใจเข้าอยู่หลายครั้ง เฟิ่งชิงเฉินตบขาของเสด็จอาเก้าด้วยความเขินอาย และพูดด้วยเสียงอันแหบแห้งว่า “เจ้านี่มันช่าง......” เหตุใดต้องทำให้ข้ารู้สึกประทับใจเช่นนี้