ตอนที่ 995
บทที่ 995 หนีเอาชีวิตรอด,ไม่มีเวลามาพูดถึงเหตุผลแล้ว
October 21, 2026
แม้ว่าเฟิ่งชิงเฉินจะไม่เป็นวรยุทธ์ แต่การต่อสู้ระยะประชิดคือจุดแข็งของนาง ประกอบกับปืนที่อยู่ในมือ ทำให้การต่อสู้ในระยะประชิดของนางมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น หลังจากทั้งสามถูกล้อม รอบกายของเฟิ่งชิงเฉินนั้นมีศพกองอยู่มากที่สุด
“มองไม่ออกเลยว่า เจ้าเองก็มีประโยชน์เช่นกัน” มองเฟิ่งชิงเฉินใช้ปืนยิงศัตรู แต่ก็ไม่ลืมที่จะใช้หมัดของเขาโจมตีศัตรู จากนั้นก็กล่าวชมเฟิ่งชิงเฉินอย่างเฉยเมย
ช่วยไม่ได้ คุณชายโจ่วอารมณ์ไม่ดี และยังพบว่าตนเองไม่ดีเท่ากับผู้หญิง ทำให้ยิ่งรู้สึกหดหู่ใจขึ้นไปอีก
ไม่สนว่าโจ่วอันจะมองเห็นหรือไม่ เฟิ่งชิงเฉินก็ไม่ลืมที่จะกลอกตาขาวมองมายังโจ่วอัน และจังหวะนั้นเป็นจังหวะที่ทหารคนหนึ่งแอบโจมตีมาทางด้านหลังของโจ่วอัน เฟิ่งชิงเฉินรู้ว่าโจ่วอันสามารถหลบการโจมตีได้ แต่เพื่อสร้างความย่ำยีหัวใจให้กับเขา นางจึงยิ่งทหารผู้นั้นไปหนึ่งนัด
ปัง......เสียงปืนดังขึ้น กระสุนพุ่งเข้าไปตรงหว่างคิ้ว ดาบในมือของทหารผู้นั้นค้างอยู่บนอากาศ โจ่วอันหันศีรษะกลับมาก็เห็นทหารผู้นั้นล้มลงพื้นไปแล้ว โจ่วอันหดหู่ใจ หันมาพูดกับเฟิ่งชิงเฉินว่า “เฟิ่งชิงเฉิน ใครใช้ให้เจ้าสังหารคนของข้า”
“แล้วเจ้าล่ะ? เจ้ามีความสัมพันธ์พิเศษเช่นนี้กับเขาตั้งแต่เมื่อใด เหตุใดข้าจึงไม่รู้” เฟิ่งชิงเฉินจงใจบิดเบือน และเน้นคำว่าพิเศษให้ชัดเจนกว่าปกติ
“เฟิ่งชิงเฉิน เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ เจ้าช่างน่ากลัวเหลือเกิน เหตุใดจึงบอกว่าข้ามีความสัมพันธ์ที่วิเศษกับเขา” โจ่วอันโกรธมาก พุ่งมาด้านข้างของเฟิ่งชิงเฉิน ราวกับต้องการระบายความโกรธ กำจัดผู้คนที่อยู่รอบ ๆ เฟิ่งชิงเฉินอย่างสิ้นซาก
เฟิ่งชิงเฉินเห็นว่ามีคนปกป้องนางอยู่ นางจึงไม่สนใจเหล่าทหารที่อยู่ใกล้นาง เล็งปืนไปที่คนของกองทัพเพลิงที่อยู่ไกลออกไป
มีคนมากมายถึงเพียงนี้ และอยู่ใกล้ชิดติดกัน เฟิ่งชิงเฉินหันปืนไปก็สามารถเล็งได้หนึ่งคน มันเร็วกว่าวิธีการของเสด็จอาเก้าและโจ่วอันเป็นอย่างมาก
แต่เฟิ่งชิงเฉินก็จุดอ่อนอันยิ่งใหญ่อยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือจำนวนกระสุนของนางมีจำนวนจำกัด แคก แคก......เฟิ่งชิงเฉินยิงปืนออกไปอีกนัด แต่กลับไม่มีกระสุนพุ่งออกไปจากปากกระบอก
“ฮ่าฮ่าฮ่า เฟิ่งชิงเฉิน เจ้ากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาอยู่ใช่หรือไม่” โจ่วอันถามอย่างภาคภูมิใจ
แม้ว่าอาวุธลับของเฟิ่งชิงเฉินจะสุดยอด แต่หากต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่แท้จริง มันก็ไม่ได้มีประโยชน์ถึงเพียงนั้น และการเปลี่ยนกระสุนก็ถือเป็นข้อเสียอันยิ่งใหญ่ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวนั้นนานกว่าเวลาระเบิดของระเบิดเทียนเหล่ยเสียอีก
“ท่านผู้ผดุงความยุติธรรม” เฟิ่งชิงเฉินเบื่อที่จะสนใจเฟิ่งชิงเฉิน จากนั้นทิ้งปลอกกระสุนที่นางใช้ไปแล้วออกมา
“อย่าทำให้ศึกมันยืดเยื้อ” เสด็จอาเก้าที่เงียบมาโดยตลอด ทันทีที่พูดออกมาก็ทำให้เฟิ่งชิงเฉินและโจ่วอันยอมหลบให้พ้นทาง
“ได้ ปกป้องข้าไว้ ข้าจะเปลี่ยนกระสุนใหม่” เฟิ่งชิงเฉินเองก็รู้ว่าสิ่งที่เสด็จอาเก้าและโจ่วอันทำก่อนหน้านี้น่าจะเกิดผลแล้ว เพื่อไม่ให้สิ่งที่ทำลงไปนั้นเปล่าประโยชน์ เฟิ่งชิงเฉินไม่กล้าที่จะหยุด ดังนั้นจึงทำการเปลี่ยนกระสุน
“ตกลง” เสด็จอาเก้าหันมาปกป้องเฟิ่งชิงเฉิน ตอนแรกอยากจะปกป้องนางไว้ในอ้อมแขน แต่เฟิ่งชิงเฉินนั้นเป็นคนเลือกวิธีการด้วยตนเอง หันหลังให้เสด็จอาเก้า ทหารบางคนเข้ามาประชิดตัวนาง แม้นางจะไม่สามารถใช้ปืนได้ แต่นางก็สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้
จริงอยู่ว่านางเป็นผู้หญิง แต่นี่มันคือสนามรบ อีกฝ่ายไม่มีทางยั้งมีเพราะเหตุผลที่ว่านางเป็นผู้หญิง ดังนั้นนางจำเป็นต้องปกป้องตนเอง
เปลี่ยนกระสุนไม่ได้ใช้ระยะเวลานานถึงขนาดนั้น หลังจากเสด็จอาเก้าจัดการทหารได้หกนาย เฟิ่งชิงเฉินก็บรรจุกระสุนจนเสร็จ “เรียบร้อยแล้ว”
“โจ่วอัน ไปกันเถอะ!”
เสียงแห่งการเสียดสีดังขึ้น แสงสีเงินพุ่งออกมาจากแขนเสื้อของเสด็จอาเก้า จากนั้นก็พุ่งออกมาจากแขนเสื้อของโจ่วอันเช่นเดียวกัน ซึ่งพวกมันพุ่งออกไปในทิศทางเดียวกัน
ครั้งนี้แม่ทัพที่ออกคำสั่งตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขารีบออกคำสั่งทันใด “เตรียมธนู อย่าให้เสด็จอาเก้าหนีไปได้”
แต่ไม่ว่าจะรวดเร็วแค่ไหนก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง เสด็จอาเก้าอุ้มเฟิ่งชิงเฉินขึ้นมา ทรงตัวบนหลังม้า จากนั้นกระโดดและบินขึ้นไป และแสงสีเงินที่พุ่งออกมาจากแขนเสื้อของเสด็จอาเก้า ในตอนนี้มันก็พุ่งไปติดกับข้างภูเขา