ตอนที่ 999
บทที่ 999 สูญสลายราวหลั่งเลือดย้อมมหาสมุทร
October 21, 2026
กรมคลังเปรียบเสมือนรังแตน และตงหลิงจื่อลั่วกับสำนักตรวจสอบก็ดันไปแหย่รังแตนเข้า มิใช่ว่าพวกเขาคิดอยากจะปลดตัวเองออกมาแล้วจะทำได้ คำคุยโวของตงหลิงจื่อลั่วก่อนหน้านี้ที่จะตรวจสอบปัญญาภายในกรมคลัง ซึ่งตอนนี้หากเขากล่าวว่าไม่พบปัญหาใด ๆ คนของกรมคลังที่เคยเห็นด้วยก็อาจจะมิเห็นด้วยอีกต่อไปเป็นแน่
การเพิ่มระยะเวลาการตรวจสอบบัญชีให้นานขึ้นนั้นยิ่งทำให้รู้จำนวนขุนนางที่เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน หลังจากตงหลิงจื่อลั่วได้ฟังคำเตือนจากขุนนางชั้นผู้น้อยแล้ว เขาจึงฉุกคิดถึงเงินจำนวนกว่าหนึ่งแสนตำลึงขึ้นมาในทันที และสุดท้ายเขาก็เอาเข้ากระเป๋าตนเอง
ตงหลิงจื่อลั่วเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตรวจบัญชีเหล่านั้นซึ่งเพิ่งโยกย้ายมาจากกรมต่าง ๆ ด้วยสีหน้าโมโหฉุนเฉียว แต่ตงหลิงจื่อลั่วเองไม่สามารถระบายออกมาได้ จึงได้แต่เอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเนิบช้าว่าวันนี้ควรพักผ่อนเถิด
คณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีเองก็ไม่ได้แสดงอาการท่าทีเหมือนตอนมาถึงกรมคลังในตอนแรก โดยแต่ละคนเดินออกมาจากกรมคลังด้วยสีหน้าเซื่องซึมอ่อน เปลี้ยเพลียแรงราวกับมะเขือเฉา ส่วนตงหลิงจื่อลั่วนั้นแสดงสีหน้ากังวลวิตก และไม่แสดงท่าทีลำพองตนเหมือนเมื่อสองวันก่อน
ตงหลิงจื่อลั่วปรารถนาอยากแสร้งป่วยเหมือนกับเจ้ากรมคลังโฉ และจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ทว่าเขากลับทำไม่ได้ เขาจำเป็นต้องดำเนินการเรื่องนี้ต่อ
เงินจำนวนหนึ่งแสนตำลึงคือยอดสูงสุดในขณะนี้ ตงหลิงจื่อลั่วรู้สึกปวดศีรษะทันทีเมื่อคิดถึงเรื่องดังกล่าว เขาคาดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่าหลังจากตรวจสอบไปตรวจสอบมาแล้ว แต่ตรวจหาความผิดของเสด็จอาเก้าไม่เจอ ทว่ากลับตรวจพบความผิดของตนเสียเอง ทั้งยังเรียกทหารมาต่อหน้าต่อตาคนจำนวนมากเยี่ยงนั้นอีก ซึ่งตอนนี้ตนก็ขายหน้าจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรีแล้ว
การตระเตรียมหารายการสิ่งของเพื่อขอเงินซื้อจากกรมคลังนั้นเป็นสิ่งที่กรมอื่น ๆ ทั้งหกมักกระทำกันจนเป็นเรื่องปกติ โดยที่กรมคลังเองก็ไม่กล่าวเสนอมากมายนัก ซึ่งก็ไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับบัญชี แต่ทว่าเหตุใดครั้งนี้กลับถูกตรวจสอบทั้งหมดเล่า
ตงหลิงจื่อลั่วกังวลเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าจะกราบทูลรายงานจักรพรรดิเยี่ยงไร แต่เรื่องใหญ่โตขนาดนี้ตงหลิงจื่อลั่วเองก็ไม่กล้าปกปิดเอาไว้เช่นกัน ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องทนกัดฟันเขียนหนังสือรายงานถวายกราบทูล หลังจากองค์จักรพรรดิทอดพระเนตรอ่านแล้วก็ทรงเขวี้ยงสมุดพับใส่หน้าของตงหลิงจื่อลั่วทันที
“โอรสที่ดีของข้า ขุนนางข้าราชบริพารที่ดีของข้าเอ๋ย” เป็นไปไม่ได้ที่องค์จักรพรรดิจะมิทรงกริ้ว แต่ทว่ากลับไม่ได้โมโหโกรธาดุเดือดดังที่ตงหลิงจื่อลั่วจินตนาการไว้ หลังจากจักรพรรดิทรงตำหนิแล้วก็สั่งให้ตงหลิงจื่อลั่วออกไปตรวจสอบต่อ
ช่วงเวลาเช้าตรู่ของวันที่สอง องค์จักรพรรดิทรงมิได้เอ่ยพระโอษฐ์ตรัสสิ่งใดเลย และจักรพรรดิก็ทรงนำคนที่กล่าวถึงเรื่องการเงินของกรมคลังมาด้วย ข้าราชบริพารขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารนับร้อยทั้งหลายต่างตื่นกลัวกลับท่าทีเยี่ยงนี้ ไม่รู้เลยว่าองค์จักรพรรดิทรงคิดที่จะทำอะไร
ขุนนางของจักรพรรดิตงหลิงต่างพากันหวั่นวิตก โดยในแต่ละวันมักมีขุนนางไปแวะเวียนจวนเจ้ากรมคลังโฉ เพราะคาดหวังให้เจ้ากรมโฉออกมาควบคุมสถานการณ์ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปวงการบรรดาขุนนางอาจสูญสิ้นไปอย่างน้อยถึงหนึ่งในสองเชียวละ
แต่การที่เจ้ากรมโฉแสร้งป่วยโดยไม่ยอมออกมาพบเจอใครทั้งสิ้นนั้นจักรพรรดิเองก็ทรงแจ้งพระทัยถึงสภาพเหตุการณ์กำลังเป็นไป ณ ขณะนี้ดี ก่อนหน้า
ตงหลิงจื่อลั่วจะได้รับราชโองการนั้น เขาจำเป็นต้องคอยตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และทำรายงานความคืบหน้าแจ้งทุกวัน......
จักรพรรดิทรงรวบรวมสมุดพับทั้งหมดเอาไว้ แต่กลับมิได้ทรงแสดงโกรธกริ้วใส่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเลย อีกทั้งเจ้ากรมโฉยังแสร้งป่วยไม่ยอมออกมา แม้จักรพรรดิจทรงดำริสั่งให้เข้าเฝ้าก็ดันมาแสร้งว่าตนจะตายอีก ซึ่งนี่ทำให้ผู้คนจำนวนมากยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจเพิ่มขึ้น เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างพากันรู้สึกใจร้อนและหุนหันพลันแล่นกันถ้วนหน้า
ถึงจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ แต่องค์จักรพรรดิกลับไม่ทรงตรัสอันใด ทรงทำเพียงแค่ประวิงเวลาเอาไว้เท่านั้น ความกระวนกระวายใจของเหล่าขุนนางจึงยิ่งทวีเพิ่มขึ้น และจิตใจของคนก็โลเลไม่มั่นคง เมื่อฝู่หลินเห็นว่าสภาพการณ์เริ่มเลวร้ายลงทุกขณะจึงกล่าวเตือนด้วยถ้อยคำระมัดระวัง “ฝ่าบาท เรื่องของกรมคลังนั้นยังต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไปใช่หรือพะยะค่ะ?”
“ตรวจสอบต่อสิ เหตุใดจะไม่ตรวจสอบต่อเล่า” จักรพรรดิทรงประชดอย่างเฉยชาด้วยน้ำเสียงไม่พอพระทัยนัก ทว่าฝู่หลินกลับมิเกรงกลัว พร้อมเอ่ยต่อไปว่า “ฝ่าบาท น้ำใสเกินไปก็ไร้ปลา การตรวจสอบกรมคลังอย่างต่อเนื่องเช่นนี้เกรงว่าอาจทำให้ทุกคนเกิดความวิตกกังวล หากฝ่าบาทมิทรงดำริประการใดเพิ่มเติม เหล่าบรรดาขุนนางทั้งราชสำนักก็มิอาจคลายความกังวลลงได้”
เพราะพระดำริของพระองค์ในตอนนี้ยังทรงคลุมเครือไม่ชัดเจน ทำให้เหล่าขุนนางก็มิอาจกระทำการใดได้ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปตงหลิงคงเกิดความวุ่นวายเป็นแน่ และจะต้องโกลาหลอย่างมากเชียวละ
“หากไม่แก้ปัญหากรมคลังให้แล้วเสร็จ ข้าเองก็มิคลายกังวลเช่นกัน” เมื่ออยู่ต่อหน้าฝู่หลิน จักรพรรดิจึงไม่ทรงปิดบังพระประสงค์ของพระองค์เอง
การกระทำอันไม่โปร่งใสของกรมคลังเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้ากรมคลังต้องรับผิดชอบ ซึ่งจักรพรรดิก็ทรงรอให้เจ้ากรมโฉออกมายอมรับผิด เมื่อเขาออกมาจักรพรรดิก็จะใช้โอกาสนั้นปลดเขาออกจากตำแหน่งและนำกรมคลังกลับมาไว้ในมือ