ตอนที่ 1105
ตอนที่ 1105 โทสะของเฮ้อซานเตา
October 22, 2026
ตอนที่ 1105 โทสะของเฮ้อซานเตา
หลิวจิ่นรู้สึกขาอ่อนขึ้นมาทันใด เขาวิ่งราวกับบินเข้าไปด้านในโรงน้ำชาชุนยุน
หลังของเฮ้อซานเตามีเหงื่อผุดขึ้นมาทันใด เจ้าสุนัขพวกนี้ พวกเจ้ามิทราบเลยหรือว่าความตายนั้นสะกดเยี่ยงไร !
ด้านในคือองค์จักรพรรดิ !
เจ้าสุนัขเหล่านี้คือคนของกองทัพเรือที่สามกองพลที่หนึ่ง !
ชีจ่างห้าว !
เจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วสินะ !
เฮ้อซานเตาเดือดดาลอย่างถึงที่สุด นี่มันโทษปลงพระชนม์จักรพรรดิเลยนะ !
เขาที่เป็นเพียงเศรษฐีที่ดินผู้ต่ำต้อยจะแบกรับไหวเยี่ยงนั้นหรือ ?
ที่มันโทษหนักถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตร !
ทหารกลุ่มนั้นต่างก็ตกตะลึงขึ้นมาทันใด ผู้บัญชาการเรียกหัวหน้าจางให้พาพวกเขามาจัดการเรื่องเล็กน้อยที่นี่ แล้วเหตุใดหัวหน้าจางถึงได้เข้าไปเนิ่นนานถึงเพียงนี้กัน ?
ก็เป็นเพียงแค่การฆ่าคนคนหนึ่งเท่านั้นมิใช่หรือ ?
ทหารที่อยู่ด้านนอกยังมิเห็นว่าทหารฝ่ายตนเองได้เสียชีวิตไปแล้วหกราย แม้แต่หัวหน้าจางก็ตกตายไปแล้ว… แท้จริงแล้วคนที่อยู่ด้านในนั้นเป็นผู้ใดกันแน่ ?
คำเอ่ยของเฮ้อซานเตาย่อมเด็ดขาดกว่าชีจ่างห้าวเป็นแน่ เยี่ยงไรเสียพวกเขาก็เป็นผู้บัญชาการที่น่าเกรงขาม
ดังนั้นเหล่าทหารจึงเก็บปืน แล้วออกไปจากเมืองเซี่ยเย๋ทันที
ทันทีที่เฮ้อซานเตาก้าวเท้าเข้าไปในโรงน้ำชาชุนยุน ประกายของกระบี่ก็พาดผ่านใบหน้าเข้ามา กระบี่ของหนิงซือเหยียนพาดอยู่ที่คอของเฮ้อซานเตา เขามิได้ขมวดคิ้วแต่อย่างใด ทว่ากลับก้มศีรษะลงอย่างเศร้าสลด
“ฝ่าบาท…หากกระหม่อมจะเอ่ยว่า กระหม่อมมิทราบโดยแท้จริง ฝ่าบาทจะทรงเชื่อหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ? ”
ฟู่เสี่ยวกวนเก็บปืนลง หยิบชาขึ้นมาจิบ จากนั้นก็หันไปมองทางเฮ้อซานเตา จ้องมองเขาด้วยความจริงจัง สายตาของเขาราวกับมิเคยรู้จักกันมาก่อน
หลังของเฮ้อซานเตามีเหงื่อไหลอาบจนอาภรณ์เปียกโชก เขาด่าทอบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของชีจ่างห้าวอยู่ภายในใจ เขาได้รับข่าวจากหลิวจิ่น ทราบว่าฝ่าบาทออกมาตรวจการที่เมืองเซี่ยเย๋ พระองค์เชิญเขามาเข้าพบ นี่คือความโปรดปรานที่ฝ่าบาททรงมีต่อเขา
นี่มันหมายความว่าเยี่ยงไรน่ะหรือ ?
ก็หมายความว่าฝ่าบาทยังเห็นเขาเป็นสหายเป็นพี่น้องเหมือนดั่งเก่าก่อน !
เขาปรี่มาที่นี่ด้วยความดีอกดีใจ ทว่ากลับพบเรื่องเลวร้ายที่ต่อให้กระโดดลงไปชำระล้างที่แม่น้ำหวงเหอก็ล้างออกมิหมด
“เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ข้าได้เรียกพวกเยี่ยนซีเหวินมาพบที่เมืองกวนหยุน ในระหว่างงานเลี้ยงข้าเอ่ยว่าสหายทั้งชีวิตของข้านั้นมีเพียงมิกี่คน เฮ้อซานเตาเจ้าก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น สิ่งสำคัญระหว่างพวกพ้องคือสิ่งใด ? คือความไว้วางใจเยี่ยงไรเล่า ความไว้วางใจที่มิแม้แต่จะเผื่อใจ ! ”
“ดังนั้นข้าจึงมอบกองทัพเรือที่สามให้แก่เจ้า ทั้งยังมอบกองนาวิกโยธินให้แก่เจ้าอีกด้วย เจ้ามิได้หักหลังต่อความคาดหวังของข้า กำลังรบของกองนาวิกโยธิน 20,000 นายแข็งแกร่งยิ่งกว่าคน 50,000 คนเสียอีก ข้าเกรงว่ากองทัพทหารเรือที่สามจะมีกำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่กองทัพทหารเรือด้วยกัน”
“แต่ข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังหลงระเริงใช่หรือไม่ ? มิว่าจะเป็นกองทัพบกหรือกองทัพเรือ มันมิใช่กองทัพของฟู่เสี่ยวกวน และยิ่งมิใช่กองทัพของเจ้าเฮ้อซานเตา ! มันเป็นกองทัพของราษฎรในประเทศต้าเซี่ย ! ”
“ภารกิจของกองทัพคืออันใด ? บัดนี้ข้าจะบอกเจ้าเอง เจ้าจงสลักมันลงไปให้ถึงแกนกระดูก ! ”
“สิ่งที่กองทัพของประเทศต้าเซี่ยต้องทำก็คือปกป้องความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรชาวต้าเซี่ย ปลายกระบอกปืนของกองทัพประเทศต้าเซี่ย จะมิมีทางหันเข้าใส่ราษฎรของประเทศต้าเซี่ยเป็นอันขาด ! ”
“ทว่ากองทัพที่อยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าเล่า ? ”
“คาดมิถึงว่าพวกมันจะใช้กำลังข่มขู่ผู้คนในเมืองเซี่ยเย๋ ! พวกมันมิเพียงแต่จะมิรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตของราษฎร พวกมันยังหลอกลวงขู่กรรโชกราษฎรที่นี่อีกด้วย”
“เฮ้อซานเตา เจ้าจงเงยหน้าขึ้นมามองตาข้า แล้วบอกกับข้ามา เจ้าขาดแคลนเงินทองจริง ๆ เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
คำเอ่ยของฟู่เสี่ยวกวนกดทับลงบนบ่าของเฮ้อซานเตาราวกับเขาไท่ซานที่หนักอึ้ง เหงื่อเย็นเยียบชโลมไปทั่วร่าง หน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ
เขาเงยหน้าขึ้นมาอย่างยากลำบากพลางจ้องมองไปทางฟู่เสี่ยวกวน “กระหม่อมเฮ้อซานเตาขอสาบานต่อฟ้าดิน กระหม่อมมิทราบเรื่องเหล่านี้โดยแท้จริง กระหม่อมก่อโทษทางอาชญากรรมที่มิอาจละเว้นได้ ทั้งยังสร้างความเสียหายคราใหญ่ให้กับราษฎรของที่นี่ กระหม่อม…ยินยอมรับโทษจากฝ่าบาทแต่โดยดีพ่ะย่ะค่ะ ! ”
หนิงซือเหยียนเก็บกระบี่ ฟู่เสี่ยวกวนเดินเข้าไปตบบ่าของเขาปุ ๆ
“ซานเตาเอ๋ย การยึดครองนั้นง่ายกว่าการปกปัก เจ้ารู้ความคิดของข้าดี ต่อจากนี้จะจัดการเยี่ยงไร นี่คือเรื่องของเจ้าแล้ว”
เฮ้อซานเตาโค้งคำนับ “กระหม่อมขอตัวไปจัดการชั่วครู่ ! ”
“ดี ! ข้าจะรอเจ้าที่ร้านหม้อไฟฝั่งตรงข้าม”
เฮ้อซานเตาหันหลังเดินออกไป หนิงซือเหยียนถึงได้นั่งลงอย่างโล่งอก “ฝ่าบาท…ทรงวางพระทัยจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ ? ”
“อือ…เขายังคงเป็นสหายของข้า”
…..
…..
เฮ้อซานเตาทะยานออกไปจากเมืองเซี่ยเย๋ ประจวบเหมาะกับถังเชียนจวินที่กำลังนำทหารกองนาวิกโยธิน 3,000 นายมาถึงประตูเมืองพอดิบพอดี
เมื่อทั้งสองพบกัน เฮ้อซานเตาจึงเอ่ยเพียงหนึ่งประโยคว่า “ส่งกองกำลังมาให้ข้า ข้าจะไปจัดการเรื่องนี้เอง”
ถังเชียนจวินจ้องมองเฮ้อซานเตาชั่วครู่ “ฝ่าบาทเป็นอันใดหรือไม่ ? ”
“มิได้เป็นอันใด พระองค์ยังสบายดี บัดนี้ข้าต้องไปจัดการชีจ่างห้าว”
“ดี ! อย่าสังหารผู้บริสุทธิ์ล่ะ”
ถางเชียนจวินส่งมอบกองกำลังให้กับเฮ้อซานเตา เขามิได้กลับไปยังฐานทัพ ทว่ากลับตรงเข้าเมืองไป
เฮ้อซานเตาพาทหารกองนาวิกโยธินเข้ามายังฐานทัพของกองทัพเรือที่สามกองพลที่หนึ่งในช่วงพลบค่ำ
ในกระโจมของผู้บัญชาการกองพลที่หนึ่ง ชีจ่างห้าวกำลังด่าทอหัวหน้ากองพันนายหนึ่ง “พวกเจ้าล้วนเป็นเพียงแค่ถังข้าวสาร ข้าให้พวกเจ้าไปสังหารคนผู้หนึ่ง มิเพียงแต่จะสังหารมิได้ทว่ากลับโดนฆ่าไปถึงหกคน ทั้งยังเสียหัวหน้าจางไปอีก ! ”
“นายท่านเจ็ด ท่านแม่ทัพเฮ้อมาถึงโรงน้ำชาชุนยุนแล้วขอรับ”
ชีจ่างห้าวชะงักงัน “ว่าเยี่ยงไรนะ ? ท่านแม่ทัพเฮ้อไปที่ใดนะ ? ”
“ในตอนที่พวกเรากำลังบุกเข้าไปในโรงน้ำชาชุนยุน ท่านแม่ทัพเฮ้อก็ได้รุดมาถึง และให้พวกเราทั้งหมดกลับมา”
ชีจ่างห้าวขมวดคิ้วแน่นเป็นปม เรื่องนี้ไปถึงหูของเฮ้อซานเตาได้เยี่ยงไร ?