ตอนที่ 1187
ตอนที่ 1187 ออกเดินทาง
October 22, 2026
ตอนที่ 1187 ออกเดินทาง
ณ เมืองกวนยุน
หลังจากที่ร่วมงานเลี้ยงฉลองวันไหว้พระจันทร์เสร็จแล้ว ซือหม่าเทาและคนอื่น ๆ ที่เหลือก็ได้ดื่มฉลองกันต่อที่หลิวหยุนถาย
เช้าวันนี้เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็เป็นยามสายแล้ว เมื่อเขาล้างหน้าล้างตาเสร็จก็กินเพียงอาหารเช้าง่าย ๆ จากนั้นก็ออกเดินทางไปที่โรงน้ำชาชุนยุน
เมื่อวานเขาได้ทราบข่าวคราวจากผู้เป็นน้องสาวว่าบรรดาพระสนมในพระราชวังเตรียมจะออกประพาสต่างเมือง และปลายทางครานี้ก็คืออดีตเมืองว่อเฟิงซึ่งก็คือเมืองฉางอันในปัจจุบันนี้
ฟู่เสี่ยวกวนยังมิได้กำหนดวันเวลาในการย้ายเมืองหลวง ดังนั้นข่าวนี้จึงยังมิแพร่หลายในหมู่ราษฎร
เมื่อทราบข่าวนี้ซือหม่าทาวก็คิดประติดประต่อร้อยพัน การที่พระสนมเดินทางไปยังเมืองฉางอัน มันต้องมีเรื่องสำคัญซ่อนอยู่เป็นแน่ !
เขาเคยอาศัยในเมืองว่อเฟิงมาก่อน ซึ่งก็คือตอนที่ฝ่าบาทดำรงตำแหน่งเต้าถายประจำเมืองว่อเฟิงนั่นเอง
หลังจากที่ผนวกทั้งห้าแคว้นเข้าด้วยกัน พระองค์ได้แต่งตั้งให้เมืองกวนหยุนเป็นเมืองหลวง จากนั้นก็ย้ายฉินโม่เหวินไปประจำอยู่ที่จิงซีเป่ยเต้า ย้ายต่งซิวจิ่นไปประจำอยู่ที่จิงซีหนานเต้า
ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ฉินโม่เหวินสร้างเมืองว่อเฟิงขึ้นมาใหม่ ทั้งยังเปลี่ยนนามเป็นเมืองฉางอัน
เมื่อผ่านการก่อสร้างมานานหลายปี ขนาดของเมืองฉางอันได้ขยายใหญ่มากกว่าเมืองว่อเฟิงถึงสิบเท่า… เดิมทีเมืองฉางอันมีประชากรแค่สองถึงสามแสนคน ต่อให้เป็นตอนนี้ก็น่าจะมีมิเกินหนึ่งล้านคน ทว่าขนาดของเมืองฉางอันกลับออกแบบมาเพื่อเป็นเมืองใหญ่ที่รองรับประชากรได้เป็นสิบล้านคน !
หรือฝ่าบาทมีพระประสงค์จะย้ายเมืองหลวงกัน ?
ได้ยินมาว่ามีการก่อสร้างพระราชวังขนาดใหญ่ขึ้นที่เมืองฉางอัน ลือกันว่าจะเป็นราชนิเวศน์ของพระองค์ ทว่าพระราชวังแห่งนั้นกลับมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าพระราชวังที่เมืองกวนหยุนเสียอีก !
เมื่อเมืองกวนหยุนเจริญมากขึ้น สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือความแออัดที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ
ทว่าฝ่าบาทกลับมิขยายเมืองกวนหยุนแต่อย่างใด ดังนั้นซือหม่าเทาค่อนข้างจะมั่นใจแล้วว่าฝ่าบาทจะมีการเคลื่อนย้ายคราใหญ่ไปที่เมืองฉางอัน
ฝ่าบาทเสด็จไปพิชิตอาณาเขตทางเหนือ ทว่าบรรดาพระสนมกลับเดินทางไปยังเมืองฉางอัน ดังนั้นมันต้องมีอันใดแอบแฝงอยู่เป็นแน่
หลังจากที่งานเลี้ยงสังสรรค์ได้เลิกรา เขาก็ได้เชิญโจ่งจี้ถังและหยูซิ๋งเจี่ยนไปพบปะกันที่โรงน้ำชาชุนยุนในวันนี้
เขาเดินขึ้นไปบนชั้นสองของโรงน้ำชา พบว่าโจ่งจี้ถังและคนอื่น ๆ ที่เหลือได้มากันพร้อมหน้าแล้ว
“ต้องขออภัย เมื่อคืนข้าดื่มเยอะไปหน่อย อ่า…หวังเฉาเฟิงมิมาหรือ ? ”
“เจ้าดื่มเยอะจริง ๆ นั่นแหละ หวังเฉาเฟิงและจังชีเยวี่ยเดินทางออกจากเมืองกวนหยุนไปยังแคว้นโหลวหลานตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เมื่อวานพวกเขาเพิ่งบอกเองมิใช่หรือ ? ว่าจะเปิดร้านที่แคว้นโหลวหลานเพื่อเป็นสถานที่พักสินค้าจำพวกผ้าไหมและใบชา จากนั้นค่อยส่งต่อไปทางเหนืออีกทอด”
ซือหม่าเทาตบเข้าที่หน้าผาก จากนั้นก็นั่งลงข้างหยูซิ๋งเจี่ยน “ดูความจำปลาทองของข้าสิ ข้าลืมไปเสียสนิทเลยจริง ๆ ”
“เรื่องเป็นเช่นนี้…วันนี้ที่เรียกทุกคนมานั่งสนทนากันเพราะข้ามีเรื่องสำคัญจะหารือกับพวกเจ้า ! ”
เมื่อเอ่ยว่าเป็นเรื่องสำคัญ พวกเขาก็ตั้งใจฟังขึ้นมาทันที เพราะน้องสาวของซือหม่าเทาเป็นถึงพระสนม เรื่องใดที่หลุดออกมาจากปากของเขาย่อมเป็นเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน “น้องซือหม่าเชิญเอ่ยเถิด ! ”
“เมืองว่อเฟิง พวกเจ้าคงจำได้ดี ! ”
โจ่งจี้ถังโพล่งหัวเราะออกมา “เหตุใดจะจำมิได้เล่า พวกเราต่างเคยค้าขายอยู่ที่เมืองว่อเฟิงมาก่อน ทว่าที่นั่นถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองฉางอันไปเนิ่นนานแล้ว พวกเราต่างก็มีร้านอยู่ที่นั่นกันทั้งนั้น มีอันใดเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“เจ้าเอ่ยถูก ! บัดนี้ข้ารู้สึกว่าตระกูลของพวกเราสนใจการลงทุนในต่างประเทศมากจนเกินไป พวกเรามีร้านอยู่ที่เมืองฉางอันก็จริง ทว่ามีเพียงมิกี่แห่งเท่านั้น ! ”
“ข้าคิดว่าพวกเราต่างก็ละเลยเมืองฉางอันไป ! ”
ซือหม่าเทาจิบชาอุ่น ๆ หนึ่งอึก จากนั้นก็โน้มตัวลงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ “ข้าคิดว่า…มีความเป็นไปได้สูงที่ฝ่าบาทจะย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองฉางอัน ! ”
เมื่อซือหม่าเทาเอ่ยจบ พวกเขาต่างก็ตกตะลึงกันเสียยกใหญ่ ย้ายเมืองหลวงเยี่ยงนั้นหรือ ?
ย้ายกันง่าย ๆ เช่นนี้เลยหรือ ?
เมืองหลวงมิเพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศเท่านั้น ทว่ามันยังเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ ศูนย์กลางการปกครองและศุนย์กลางของวัฒนธรรมอีกด้วย !
ราชสำนักของเมืองกวนหยุนมีกี่ขุนนางกี่คนกัน ?
คาดว่ามีขุนนางราวแปดร้อยถึงหนึ่งพันคนได้ !