ตอนที่ 1214
ตอนที่ 1214 การเปลี่ยนเเปลง
October 22, 2026
ตอนที่ 1214 การเปลี่ยนเเปลง
ในที่สุดฝนฤดูหนาวที่เย็นยะเยือกปานจะคร่าชีวิตผู้คนก็หยุดลงเสียที
สุริยาโผล่พ้นขอบฟ้าอีกครา หลังจากที่เมืองฉางอันถูกสายฝนชะล้างมานานหลายวัน มันก็ได้เผยโฉมสะอาดเอี่ยมออกมา ทั้งยังมีเเสงสุริยาคอยสาดส่อง
สวี่หยุนชิงตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้ว นางก็ออกมากินอาหารเช้าที่หูฉินเป็นคนทำ “ยามอยู่ที่หงซิ่วจาว ข้ามิเคยเห็นเจ้าทำอาหารเลยสักครา”
“เมื่อก่อนข้าก็มิเคยเห็นเจ้าตื่นแต่เช้าเช่นนี้เหมือนกัน” หูฉินเอ่ยขณะปอกเปลือกไข่
สวี่หยุนชิงผงะเล็กน้อย จากนั้นก็ก้มหน้ากินข้าวต้มต่อไป “ก็ใช่น่ะสิ ! สามสิบปีก่อนนอนมิตื่น สามสิบปีหลังกลับนอนมิหลับ จะว่าไปพวกเราก็แก่ตัวกันแล้วสินะ”
“จริงสิ ! จี้หยุนกุยไปที่ใดแล้วเล่า ? นี่ก็ใกล้จะปีใหม่แล้ว เหตุใดเขายังมิกลับมาอีกกัน ? ”
“ข้าเองก็มิรู้เช่นกัน เขาบอกว่านี่คือกฎ…คงมีเพียงบุตรชายของเจ้าเท่านั้นแหละที่ทราบว่าเขาอยู่ที่ใด”
หูฉินวางไข่ที่ปอกเสร็จแล้วใส่ชามของสวี่หยุนชิง “วันนี้มีแสงสุริยาโพล่มาให้เห็นเเล้ว เมืองฉางอันที่โอ่อ่านี้เป็นเมืองที่ลูกชายของเจ้าใช้เวลาก่อสร้างมานานหลายปี อีกประเดี๋ยวออกไปเที่ยวชมสักหน่อยดีหรือไม่ ? จะว่าไปแล้วข้าอยู่ที่นี่มาราวครึ่งปีแล้วทว่ายังมิเคยไปเที่ยวชมเมืองเลยสักครา”
“ประพันธ์ทำนองบทกวีร่ำสุราให้เสร็จก่อนดีหรือไม่”
หูฉินเคี้ยวไข่ไก่พลางนิ่งเงียบอยู่เนิ่นนาน “ข้ามิได้แตะเครื่องดนตรีมานานมากแล้ว”
“มิเห็นเป็นไรเลย นี่เป็นบทกวีที่ลูกชายของข้าประพันธ์ขึ้นมาเชียว กวีบทนี้เป็นเลิศในทุกด้าน เยี่ยงไรเจ้าก็สามารถประพันธ์ทำนองให้ไพเราะได้อยู่แล้ว”
“เจ้ามิคิดจะเข้าไปดูในพระราชวังสักหน่อยหรือ ? แอบเข้าไปดูสักหน่อยก็ยังดีมิใช่หรือ ! ”
“…ข้ากลัวว่าเมื่อข้าเข้าไปแล้วข้าอยากจะอยู่ที่วังขึ้นมาน่ะสิ ทว่าข้ามิอาจอยู่ที่นั่นได้ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ข้าจำต้องกลับไปยังสำนักเต๋าอีกครา”
“ชายอ้วนอยู่ที่สำนักเต๋ามิใช่หรือ ? ”
“พวกเราตกลงกันแล้วว่าเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน เขาจะย้ายศิษย์เหล่านั้นไปยังสำนักเต๋าที่ภูเขาหนานซาน”
“แล้วศิษย์คนอื่น ๆ เล่า ? พวกซูเจวี๋ยและคนอื่น ๆ…”
“พวกเขาต่างกระจายกันไปคนละทิศละทาง ลัทธิเต๋า…ลัทธิเต๋าจะขยายใหญ่ขึ้นแล้ว ที่ข้ามาเยือนเมืองฉางอันครานี้ ข้าถือโอกาสมาดูที่ดูทางด้วยน่ะ ข้าอยากหาสถานที่ที่เหมาะสมแล้วสร้างสำนักเต๋าขึ้นมาในเมืองฉางอันสักแห่ง”
หูฉินมิได้เอ่ยอันใดต่อ นางกินไข่ต้มพลางซดข้าวต้มร้อน ๆ แล้วยังกินซาลาเปาเข้าไปอีกหนึ่งลูก จากนั้นก็จัดการเก็บถ้วยชามทั้งสองจึงเดินกลับเข้าไปในเรือนหลัก
ในเรือนด้านข้างเรือนหลักมีกู่ฉินที่ฝุ่นจับเกรอะกรังวางอยู่ นางหยิบกู่ฉินขึ้นมาพลางบรรจงเช็ด จากนั้นก็ยกขึ้นมาอย่างละเมียดละมัย “บทกวีร่ำสุรามีจังหวะขึ้นลงสลับซับซ้อน การประพันธ์ทำนองจึงเป็นสิ่งที่มิง่ายนัก และที่สำคัญข้ามิเคยมีความรู้สึกหาญห้าวเหมือนในบทกวีมาก่อน ทั้งยังมิเคยมีความสุขแบบเปี่ยมล้นเหมือนท่อนที่ว่า…อย่าปล่อยให้จอกสุราทองว่างเปล่าต่อหน้าจันทรา”
“เมื่อคืนข้าคิดตลอดทั้งคืน เหมือนกับชีวิตมิได้มีความหมายอันใดเลย ดังนั้นข้าจึงมิมีความสุขแบบเต็มที่เลยสักครา”
“และท่อนที่ว่าม้าห้าดอก เสื้อหนังล้ำค่าตัวนี้ จงบอกบุตรเจ้านำสิ่งเหล่านี้ไปแลกสุราชั้นดี มาดื่มร่วมกันกับพวกเจ้าให้ลืมความเศร้าไปชั่วนิรันดร์…ก็ราวกับว่าข้ามิเคยมีความทุกข์ถึงเพียงนั้นมาก่อน ข้าก็มิรู้เช่นกันว่าบุตรชายของเจ้าที่เป็นถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทุกข์ระทมถึงเพียงนั้นได้เยี่ยงไร”
“เช่นนั้นแล้ว…”
นางดีดฉินสองสามครา จากนั้นก็หันไปมองสวี่หยุนชิง “มิใช่ว่าข้าอยากจะปฏิเสธหรงตั๋วเอ๋อร์ แต่เป็นเพราะเมื่อข้าเห็นกวีบทนี้แล้วข้าประพันธ์ทำนองมิได้จริง ๆ หยุนชิง…ข้าประพันธ์ทำนองให้กวีบทนี้มิได้ อย่างน้อยบัดนี้ข้าก็ยังมิรู้จะจับต้นชนปลายเยี่ยงไร”
สวี่หยุนชิงครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน “เช่นนั้นก็ช่างมันก่อนเถิด พวกเราไปเที่ยวชมเมืองฉางอันกัน”
……
……
ณ ตำหนักเย่หยาง พระราชวังเมืองฉางอัน