ตอนที่ 1230
ตอนที่ 1231 ทรงว่าราชกิจ
October 22, 2026
ตอนที่ 1231 ทรงว่าราชกิจ
ขุนนางแต่ละกรมประจำเมืองฉางอันค้นพบว่าเกิดเรื่องมิคาดฝันขึ้นอย่างกะทันหัน
เมื่อพวกเขาเห็นฝ่าบาททรงงานขยันขันแข็งขึ้นมาผิดหูผิดตา !
นี่ยังมิน่าตกใจเท่ากับการที่พระองค์พาองค์ชายอู๋เทียนซื่อเข้ามาศึกษางานในราชสำนัก !
หลายวันมานี้ฟู่เสี่ยวกวนพาอู๋เทียนสื่อไปเยี่ยมชมกรมต่าง ๆ ของต้าเซี่ย แม้เขาจะมิได้ประกาศอันใดออกมา ทว่าขุนนางจากส่วนกลางต่างก็ตระหนักได้ทันทีว่าต้องมีอันใดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ฟู่เสี่ยวกวนสลับแวะเวียนไปแต่ละกรม เขามักจะนั่งดื่มชาสนทนากับหัวหน้ากรม บ้างก็สนทนาเรื่องบ้านเมือง บ้างก็สนทนาเรื่องส่วนตัว บ้างก็สนทนาเรื่องแผนกอื่น
อู๋เทียนซื่อนั่งฟังอยู่ด้านหลัง เขานั่งมองและฟังอย่างเงียบเชียบโดยมิปริปากเอ่ยอันใดเลยสักคำ มีเพียงสายตาคู่นั้นที่เผยให้เห็นว่าเขากำลังรู้สึกชอบใจและสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง
เขาอายุ 11 ปีแล้ว แม้ว่าอู๋หลิงเอ๋อร์จะมิเคยบอกเขามาก่อนว่าเขาจะได้ขึ้นเป็นรัชทายาทของต้าเซี่ย หรือบอกว่าเขาจะได้เป็นเจ้าของผืนปฐพีที่เจริญรุ่งเรืองแห่งนี้ ทว่าเขาได้เรียนรู้หลักการบริหารบ้านเมืองมากมายมาจากเหวินสิงโจว ดังนั้นเขาจึงพอรับรู้ถึงบางอย่างได้
เขารู้ว่าเสด็จพ่อคือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ !
เสด็จพ่อกำเนิดที่เมืองหลินเจียง ท่านเคยรับตำแหน่งกั๋วกงขุนนางขั้นที่หนึ่งเมื่อสมัยราชวงศ์หยู
จากนั้นท่านก็ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์อู๋ และหลังจากนั้นท่านก็รวมเอกราชทั้งห้าแคว้นแล้วสถาปนาต้าเซี่ยขึ้นมา
เสด็จพ่อนำทัพทำศึกทั่วสารทิศเพื่อขยายอาณาเขตต้าเซี่ย จนได้รับการสวามิภักดิ์จากต่างแดนและเป็นที่เคารพทั่วหล้า
เขาเป็นพ่อที่เก่งกาจและเป็นตัวอย่างที่ดีของอู๋เทียนซื่อ !
เขาเชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นพ่อว่าให้ฟังเยอะ ๆ มองเยอะ ๆ และคิดตามเยอะ ๆ ถ้าหากมีข้อสงสัยอันใดในใจก็จงเก็บเอาไว้ รอจนกระทั่งกลับไปถึงห้องทรงพระอักษร พ่อจะเป็นผู้ไขทุกอย่างให้กระจ่างชัดเอง
ทว่าเยี่ยงไรเสียเขาก็เป็นเพียงเด็กอายุ 11 ปีคนหนึ่ง และนี่ก็เป็นคราแรกที่เขาได้มาสัมผัสเรื่องบ้านเมือง บัดนี้เขาทำได้แค่ฟังและสังเกตการณ์เท่านั้น ส่วนเรื่องคิดนั้น…ด้วยวุฒิภาวะของเขาจึงทำให้คิดอันใดได้มิมากนัก
ฟู่เสี่ยวกวนมิได้รีบร้อนอันใด เพราะเขาต้องการเวลา ต้องการเวลาอีกมากโขเพื่อเรียนรู้ เพราะอู๋เทียนซื่อมิใช่คนที่ทะลุมิติมา เขามิได้มีพลังวิเศษอันใด
มีวันหนึ่งสองพ่อลูกเดินทางไปที่กรมคลัง
นี่เป็นคราที่สามที่สองพ่อลูกมาเยือนที่นี่ หยุนซีเหยียนเสนาบดีกรมคลังครุ่นคิดในใจว่าตนได้ทำอันใดผิดไปหรือไม่ เหตุใดฝ่าบาทถึงมาวนเวียนอยู่กรมของตนกัน ?
“ให้คนนำสมุดบัญชีของปีกลายออกมาสิ…นำเอาเล่มที่สรุปรวมรายการทั้งปีออกมา”
ฟู่เสี่ยวกวนนั่งอยู่ในสำนักงานของหยุนซีเหยียน หยุนซีเหยียนลองคิดย้อนทบทวนบัญชีที่เกิดจากการรวมกันของกรมคลังและกรมการค้าเมื่อปีกลาย ตอนนั้นตนยุ่งจนมืดฟ้ามัวดินย่อมเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ หรือว่าฝ่าบาทจะค้นพบข้อผิดพลาดเข้าแล้วกัน ?
“จะยืนทื่ออีกนานหรือไม่ ? อย่าคิดมากไปเลย ข้าเพียงจะนำมาให้เทียนซื่อดูก็เท่านั้น”
หยุนซีเหยียนจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ฝ่าบาท…พระองค์มาทำเอากระหม่อมตกอกตกใจมากยิ่งนัก ถ้าฝ่าบาทมิอธิบาย อีกประเดี๋ยวกระหม่อมคงสั่งให้ขุนนางกรมคลังทุกคนเข้ามาตรวจสอบบัญชีของปีกลายใหม่เป็นแน่”
ฟู่เสี่ยวกวนหัวเราะเสียงดังลั่น ส่วนหยุนซีเหยียนปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผากแล้วเดินออกไป ทำให้อู๋เทียนซื่อผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ชักรู้สึกสงสัย ท่านอาจารย์สอนว่าความกตัญญูประกอบด้วยห้าสิ่งซึ่งก็คือกตัญญูต่อสวรรค์ พื้นดิน จักรพรรดิ บิดามารดาและเครือญาติ สุดท้ายคือครูบาอาจารย์ เมื่อขุนนางอยู่ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ เขาจะต้องระวังสถานะของตน มิอาจทำตัวเหลาะแหละได้ ในขณะเดียวกัน จักรพรรดิเมื่ออยู่ต่อหน้าของขุนนางก็ต้องรักษาไว้ซึ่งความน่าเกรงขามและต้องรักษาระยะห่างตามความเหมาะสม…
ทว่าสิ่งที่เสด็จพ่อปฏิบัติกับสิ่งที่ท่านอาจารย์บอก ดูเหมือนจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง !
จากที่เฝ้าสังเกตตลอดหลายวันมานี้ เขาพบว่าเสด็จพ่อทรงเป็นกันเองกับเหล่าเสนาบดี ยิ่งตำแหน่งใหญ่โต พวกเขาก็ยิ่งทำตัวสบาย ๆ ต่อพระพักตร์ของเสด็จพ่อ เช่นท่านเสนาบดีหยุนผู้นี้หรือท่านเสนาบดีฉินประจำกรมโยธาธิการเป็นต้น
อีกประเดี๋ยวเมื่อกลับไปถึงห้องทรงพระอักษรจำต้องเอ่ยถามท่านพ่อให้กระจ่างว่าหลักการปฏิบัติต่อผู้ที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาที่ถูกต้องเป็นเยี่ยงไรกันแน่ ?