ตอนที่ 185
ตอนที่ 185 ผู้เยาว์ของราชวงศ์หยู
October 22, 2026
ตอนที่ 185 ผู้เยาว์ของราชวงศ์หยู
“วันนี้ได้พบปะกับทุกท่าน เพียงคำพูดอย่างตรงไปตรงมาคงมิอาจบรรยายถึงความรู้สึกได้ แน่นอน จะมิกล่าวถึงความขุ่นเคืองใจในกาลก่อน ในตอนที่พี่ซีเหวินได้กล่าวขึ้นมา ข้าจึงคิดได้ว่าทุกคนล้วนเป็นผู้เยาว์ของราชวงศ์หยู เช่นนั้นก็เอาผู้เยาว์เป็นหัวข้อเถอะ”
ฟู่เสี่ยวกวนกล่าวจบ บรรยากาศพลันเงียบสนิทขึ้นมาทันที
เยี่ยนเสี่ยวโหลวรีบเงยหน้าขึ้น บนใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี เยี่ยนซีเหวินกับคนอื่น ๆ ก็ตกใจเช่นกัน เจ้าหมอนี่ไม่แต่งกลอนแต่กลับจะเขียนบทร้อยแก้วเยี่ยงนั้นรึ…ร้อยแก้วนั่นจะออกมาเป็นเช่นไรหนอ ?
ซูซูที่กำลังหยิบกุ้งก็มองรอบ ๆ อย่างมึนงง ไอหยา คนพวกนี้จ้องฟู่เสี่ยวกวนทำไม ? ก็แค่บทร้อยแก้วเองมิใช่หรือ ? แล้วทำไมพวกเขาถึงแสดงท่าทีตกตะลึงเช่นนี้ หรือว่าเมื่อก่อนฟู่เสี่ยวกวนมิเคยเขียนร้อยแก้ว ?
คนเหล่านั้นพากันวางจอกเหล้าลง คล้ายกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง เช่นนั้นกุ้งนี้ข้าควรจะกินดีหรือไม่ ?
ซูซูคิดในใจอย่างลังเล ก่อนจะวางกุ้งลงในถ้วย แล้วหันไปมองฟู่เสี่ยวกวนอย่างสนใจ เขาจะเขียนร้อยแก้วแบบไหนออกมากันนะ ?
เยี่ยนเสี่ยวโหลวเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ “ข้าจะฝนหมึกให้คุณชายเอง”
ฟู่เสี่ยวกวนลุกขึ้นยืน เดินหน้าไปสองสามก้าว ยกยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่จำเป็น ข้าท่องแล้วท่านเขียนเถอะ”
เยี่ยนเสี่ยวโหลวรู้สึกมีความสุขขึ้นมาในใจ “เช่นนั้น…เสี่ยวโหลวมิเกรงใจ”
ฟู่เสี่ยวกวนเหม่อมองไปยังหิมะตกหนักที่โปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง หิมะเข้าปกคลุมทะเลสาบเว่ยยางจนขาวโพลน ผ่านไปสามอึดใจ จึงเปิดปากท่องออกมา
“โลกากว้างใหญ่ไพศาล ฟ้าดินไร้ซึ่งขอบเขต”
ฉับพลันบรรยากาศก็เดือดพล่านขึ้นมา เหล่าชายหนุ่มต่างก็กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มีเพียงเยี่ยนเสี่ยวโหลวที่ตวัดปลายพู่กัน บนกระดาษนั้นมีเสียงดังครืดคราดอย่างต่อเนื่อง
ฟู่เสี่ยวกวนยกสองมือไพล่หลังก้าวเดินสองก้าว แล้วท่องต่อ
“ผู้เยาว์ของราชวงศ์หยู ความรับผิดชอบของผู้เยาว์ราชวงศ์หยู
ความรับผิดชอบในวันนี้ มิได้อยู่ที่ใคร แต่ล้วนอยู่ที่เราเหล่าผู้เยาว์ทั้งสิ้น
ผู้เยาว์ฉลาดแคว้นฉลาด ผู้เยาว์แข็งแกร่งแคว้นแข็งแกร่ง
……”
ฟู่เสี่ยวกวนหันหลังกลับมา มองไปยังผู้เยาว์ที่นั่งอยู่ สีหน้าเคร่งขรึม แววตาจริงจัง สองมือยกขึ้นเหนือหัว แล้วกล่าวเสียงสูง
“อาทิตย์ยามสนธยาลอยสูงเด่น สาดแสงส่องไปทั่วหล้า ธารบาดาลนิ่งไหลลึก ผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
มังกรซ่อนธารา กางเล็บขึ้นโผบิน พยัคฆ์หนุ่มกู่ร้อง ร้อยสรรพสัตว์ตื่นกลัว
พญาอินทรีย์ลองกางปีก บังเกิดลมพายุพัดกวาด มวลผกาแรกแย้ม งดงามตระการตา
กานเจี้ยงแรกฝนใบ ส่องประกายแหลมคม นภาสวมฟ้าคราม ปฐพีย่ำดินเหลือง
ตั้งตระหง่านตลอดกาล หยัดยืนไปทั่วแปดทิศ อนาคตดุจห้วงสมุทร ทอดยาวไปไกลชั่วกัลป์”
ฟู่เสี่ยวกวนหยุดลงชั่งครู่ แล้วชี้นิ้วไปทางกลุ่มรุ่นเยาว์ พร้อมกล่าวว่า
“เราเหล่าผู้เยาว์ราชวงศ์หยูอันงดงาม ยืนยงดั่งท้องฟ้ามิแก่เฒ่า !
เราเหล่าผู้เยาว์ราชวงศ์หยูผู้แข็งแกร่ง แว่นแคว้นไร้ซึ่งพรมแดน ! ”
……
ผ่านไปหลายอึดใจ ฟู่เสี่ยวกวนก็ยิ้มกว้างแล้วพูดว่า “ข้าพูดจบแล้ว”
ทว่าบรรยากาศก็ยังคงเงียบสงัด
ใบหน้าทุกคนเผยร่องรอยความตกตะลึง แม้กระทั่งซูซูก็รู้สึกว่าเจ้าหมอนี่มีความสามารถจริง ๆ ถึงแม้ว่านางจะไม่เข้าใจความหมายของร้อยแก้วนี้ก็เถอะ แต่เมื่อฟังแล้วกลับดังก้องอยู่ในหู ทั้งทำให้เลือดเนื้อเดือดพล่านขึ้นมา
ส่วนเยี่ยนเสี่ยวโหลวยังคงถือพู่กันไม่วาง และจ้องมองฟู่เสี่ยวกวนอย่างไม่ละสายตา ในใจคิดว่า…นี่แหละคือวีรบุรุษในดวงใจของข้า !
ผ่านไปไม่กี่อึดใจ เยี่ยนซีเหวินก็ปรบมือขึ้นมา จากนั้นจัวหลิวหวินก็ปรบมือตาม ตามมาด้วยฟางเหวินซิงและอันลิ่วเย่ ปิดท้ายด้วยพวกชืออีหมิงทั้งสี่คน
เสียงปรบมือดังขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นทุกคนก็ลุกขึ้นยืน ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่เยี่ยนซีเหวินคำนับฟู่เสี่ยวกวนอย่างเลื่อมใส
“เราเหล่าผู้เยาว์ราชวงศ์หยูอันงดงาม ยืนยงดั่งท้องฟ้ามิแก่เฒ่า ! เราเหล่าผู้เยาว์ราชวงศ์หยูผู้แข็งแกร่ง แว่นแคว้นไร้ซึ่งพรมแดน ! พรสวรรค์ของพี่ฟู่นั้น ซีเหวินมิอาจเทียบได้เลย ร้อยแก้วนี้ถือกำเนิดขึ้นมา ย่อมต้องนำเข้าสู่บทเรียน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เยาว์ของราชวงศ์หยูรู้จักแบกรับความรับผิดชอบของตนเอง ผู้เยาว์ของราชวงศ์หยูคือร้อยแก้วที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา”
เขาถอนสายตาจากฟู่เสี่ยวกวนแล้วมองไปทางชืออีหมิงกับคนอื่น ๆ แย้มยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “ข้าเคยถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ แต่ตอนนี้เมื่อได้มองย้อนกลับไปถึงตนเองในอดีตแล้ว…” เขาส่ายหน้า “นั่นคือความไร้สาระแบบเด็ก ๆ ! ”
เขายกนิ้วชี้ไปทางคนเหล่านั้น “ข้าไม่อาจจะสั่งสอนพวกเจ้า เพราะข้ามิมีคุณสมบัติที่จะสั่งสอน ได้ฟังร้อยแก้วบทนี้แล้ว พวกเจ้าคิดอย่างไรบ้าง ? พวกเจ้าลองถามใจตนเองเถิด รวมถึงข้าด้วยที่ต้องถามใจตนเอง ข้าคิดว่าแม้แต่เด็กถือรองเท้าของฟู่เสี่ยวกวน ข้าก็มิคู่ควร ! ”
เยี่ยนซีเหวินพลันตื่นเต้นถึงขีดสุด เขากล่าวเสียงดังว่า “พวกเจ้าสามารถเขียนบทกวีอย่างท่วงทำนองแห่งสายน้ำได้รึไม่ ? เขียนนโยบายบรรเทาสาธารณภัยล่ะ ? หรือแม้กระทั่งเขียนร้อยแก้วอย่างผู้เยาว์ของราชวงศ์หยูได้หรือไม่ ? ”
เขาเงยหน้าทอดมองไปยังทะเลสาบเว่ยยาง พลางสูดหายใจเข้า ชืออีหมิงกับคนอื่น ๆ พากันก้มหน้าลง
“ผู้เยาว์ฉลาดแคว้นฉลาด ผู้เยาว์แข็งแกร่งแคว้นแข็งแกร่ง เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตแล้ว แค่แต่งบทกวีออกมาเพียงบทเดียวก็ภาคภูมิใจกันนักหนา หรือสามารถเขียนบทความดีดีออกมาสักหนึ่งบทก็พากันปลาบปลื้มจนจุกอก พวกเรามิเคยครุ่นคิดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในแคว้น แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยคิดหาหนทางแก้ไขปัญหา เบื้องหลังของพวกเรามีต้นไม้ใหญ่ มิเคยเกรงกลัวลมฝนหรือแดดร้อน ชีวิตผ่านไปอย่างสุขสบาย จากนั้นก็พากันหลงลืมปณิธานของตนไป”
“นี่คือเรื่องที่น่าเศร้าใจของพวกเรา คือเรื่องที่น่าเศร้าใจของราชวงศ์หยู ! ”
“วันนี้ได้ฟังบทร้อยแก้วของพี่ฟู่ ข้าถึงได้เข้าใจหน้าที่ของตนเอง ถึงได้ชัดเจนว่าอะไรคือเป้าหมายที่ข้ากำลังพยายามอยู่ อาทิตย์ยามสนธยาลอยสูงเด่น สาดแสงส่องไปทั่วหล้า ธารบาดาลนิ่งไหลลึก ผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ! มามามา ดื่มเพื่อร้อยแก้วนี้ หากมิเมามายก็ไม่กลับ ! ”