ตอนที่ 215
ตอนที่ 215 แลกเปลี่ยน
October 22, 2026
“วันนี้พอเพียงเท่านี้ เลิกประชุม…ฟู่เสี่ยวกวน เจ้าอยู่ก่อน”
เพียงหนึ่งประโยคของฮ่องเต้ ก็ทำให้เหล่าขุนนางต่างมองฟู่เสี่ยวกวนเป็นตาเดียวอีกครา
นึกย้อนไปถึงคราแรกที่คนผู้นี้ได้ขึ้นมาบนพระราชวังจินเตี้ยน ฮ่องเต้ก็ได้ตรัสออกไปเยี่ยงนี้เช่นกัน เมื่อลองคิดดูแล้วเกรงว่าคนผู้นี้จะได้รับความโปรดปรานจากพระองค์อย่างแท้จริง เยี่ยงนั้นเกรงว่าเรื่องระหว่างคนผู้นี้และองค์หญิงเก้าที่เป็นข่าวลือในเมืองหลวงคงจะเป็นเรื่องจริง
ดังนั้นเมื่อทุกคนเดินออกไปในยามที่เดินผ่านฟู่เสี่ยวกวนก็ได้หันมายิ้มและคำนับให้ ฟู่เสี่ยวกวนยืนนิ่ง ครุ่นคิดไปแล้วก็โค้งคำนับกลับไป
“ตอนบ่ายข้าจะพาเจ้าไปที่เสมียนกลางสำนักตรวจสอบพระราชโองการและทำความรู้จักกับสหายร่วมงานของเจ้า…ภายภาคหน้าหากมีเรื่องลำบากอันใดก็จงมาบอกกับข้า แต่เจ้าต้องพึงระลึกไว้เกี่ยวกับ นโยบายยี่สิบคำของฝ่าบาท เจ้าจงใช้ช่วงเวลานี้ไปคิดให้ดี”
แท้จริงแล้ว จิ้งจอกเฒ่านี่ก็ต้องการให้เขาไปเสมียนกลางก็เพื่อสิ่งนี้
“ขอบพระคุณท่านอัครมหาเสนาบดีเยี่ยนที่สนับสนุนให้เลื่อนขั้น ยามบ่ายข้าจะเฝ้ารอท่านอัครมหาเสนาบดีเยี่ยนอยู่ที่เสมียนกลาง”
“อย่าทำให้เรื่องของข้าสูญเปล่า…” เยี่ยนเป่ยซีเหลือบมองซ้ายขวา เหล่าขุนนางได้เดินออกไปกันได้พอประมาณแล้ว เขาจึงเอ่ยถามเสียงแผ่ว “เรื่องหลานสาวของข้า เจ้าไตร่ตรองว่าเยี่ยงไรแล้วบ้าง ?”
ฟู่เสี่ยวกวนค่อนข้างอึดอัด กางเกงชั้นในของนางเขายังวางมันไว้ที่จวนกำลังครุ่นคิดว่าควรจะหาเวลาเอาไปคือเยี่ยนเสี่ยวโหลวดีหรือไม่ เมื่อคิดถึงใบหน้าแดงระเรื่อของเด็กสาวผู้นั้น อือ สวยสะคราญตาน่ามองเชียว
“ท่านอัครมหาเสนาบดีเยี่ยน ข้าจะบอกความจริงกับท่านหนึ่งอย่าง เรื่องระหว่างข้าและองค์หญิงเก้า…”
เยี่ยนเป่ยซีโบกมือ “ข้ามิสนเรื่องเล็กน้อยเหล่านั้นของเจ้า โดยสรุปแล้ว ข้าขอให้เจ้าจงจำไว้ ใจของหลานสาวข้าอยู่ที่เจ้า ข้ามิอยากเห็นนางต้องเสียใจ” กล่าวจบเยี่ยนเป่ยซีก็เงยหน้าขึ้นมา และกล่าวโดยแฝงความนัยเอาไว้ว่า “ภายภาคหน้าเจ้าสามารถทำงานในเสมียนกลางได้ โดยอยู่ภายใต้สายตาของข้า หากอยากให้ชีวิตในแต่ละวันสะดวกสบาย เจ้าจงทำเรื่องนี้ให้สมบูรณ์แบบเพื่อข้า ข้าจะไม่บังคับเจ้า ปีนี้ ข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งปี หากเจ้ารังแกหลานสาวของข้า ข้าสาบานว่าภายภาคหน้าเจ้าจะมิได้อยู่ดีกินดีเป็นแน่”
กล่าวจบเยี่ยนเป่ยซีก็สาวเท้าจากไป
“เฮ้เฮ้เฮ้…” ฟู่เสี่ยวกวนตะโกนเสียงดังขั้นมาสามครั้ง เยี่ยนเป่ยซีก็มิได้หันกลับมา แต่บนใบหน้าของชายชรานั้นกลับเผยรอยยิ้มที่ฟู่เสี่ยวกวนมิเคยเห็นมาก่อน
เวรเอ๊ย ! นอกจากชายชราผู้นี้จะพาตนเองมาทำเรื่องเสมียนกลางแล้วก็คาดไม่ถึงว่าจะยังเห็นแก่ตัวถึงเพียงนี้ !
ผิดพลาดไปหมดแล้ว !
“อือ เสี่ยวกวน เมื่อครู่อัครมหาเสนาบดีเยี่ยนกล่าวสิ่งใดกับเจ้ากัน ?”
ในยามนี้บนพระราชวังจินเตี้ยนเหลือเพียงฮ่องเต้กับขันทีเจี่ยและมีฟู่เสี่ยวกวนเป็นสามคน ฟู่เสี่ยวกวนลูบจมูกไปมาก่อนจะตอบ “ท่านอัครมหาเสนาบดีเยี่ยนกล่าวว่า…ต้องการให้กระหม่อมจัดการเรื่องนโยบายยี่สิบคำของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
ตาเฒ่าผู้นี้ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวยิ่งนัก !
“ลำบากเยี่ยงนั้นรึ ?”
“ทูลฝ่าบาท ลำบากพ่ะย่ะค่ะ”
“โอ้ มีจุดที่ลำบากก็ถูกแล้ว หากง่ายดายเยี่ยงนั้น อัครมหาเสนาบดีเยี่ยนก็จะมิฝากฝังงานนี้ให้กับเจ้า”
ไม่ ฟู่เสี่ยวกวนคิดว่าหลังจากที่เขากล่าวว่าลำบากแล้วฮ่องเต้จะขอให้เยี่ยนเป่ยซีหาผู้อื่นมารับผิดชอบเรื่องนี้แทน แต่มิคาดคิดว่าฮ่องเต้จะทรงเห็นด้วยกับเยี่ยนเป่ยซี
เขาไร้โอกาสจะคัดค้าน “พระสนมซั่งต้องการพบเจ้า…ช่วงปีใหม่เจ้ามิได้เข้ามาในวังหลวงเลย เจ้ามีธุระอันใดเยี่ยงนั้นรึ ?”
เรื่องนั้นหมายถึงช่วงเวลาก่อนสนามรบนองเลือดที่ถนนเส้นยาวและงานเลี้ยงหน้าประตูจวนฮุ่ยชินอ๋องในเมื่อวาน
“ทูลฝ่าบาท เป็นความผิดของกระหม่อม เพียงแค่ช่วงหลายวันนี้ กระหม่อมยุ่งเป็นอย่างมาก จนไร้หนทางปลีกตัวมาได้ อีกประเดี๋ยวกระหม่อมจะเข้าไปรับผิดกับพระสนมซั่งพ่ะย่ะค่ะ”
“เอาเถอะ ไปได้”
ฟู่เสี่ยวกวนเดินออกไปอย่างไม่เร่งรีบ ฮ่องเต้หยูยิ่นมองตามแผ่นหลังของเขา ทันใดนั้นก็เอ่ยถามขึ้นมา “เจ้าว่า…เขาจะรับภาระไว้ได้หรือไม่ ?”
ขันทีเจี่ยกระวนกระวายค้อมตัวและตอบกลับไป “พระเนตรของฝ่าบาทจับจ้องไปที่เขาแล้ว เขาย่อมทำได้พ่ะย่ะค่ะ”
หยูยิ่นยกยิ้ม “ชายชราเยี่ยงเจ้า ยิ่งอยู่ก็ยิ่งกลับกลอก ข้ายังมิได้ลงโทษที่เจ้าแถลงราชโองการเท็จ”
เสียง ฟุบ ดังขึ้น ขันทีเจี่ยลงไปคุกเข่ากับพื้น “กระหม่อมผิดไปแล้ว ฝ่าบาทโปรดลงทัณฑ์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“พอแล้ว ๆ เรื่องนั้น…เจ้าทำได้มิเลว แต่ครั้งหน้าจะมิมีการผ่อนปรน”
…..
ภายในวังเตี๋ยอี๋อบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิ
บนโต๊ะนั้นมีอาหารที่สวยงามวางอยู่จนเต็มโต๊ะ และในนั้นก็มีหงเซาซือจึโถว่ที่ฟู่เสี่ยวกวนชื่นชอบมากที่สุด แน่นอนว่ายังมีซุปที่เขาชอบมากที่สุดอยู่อีกด้วย
“คิดว่าเจ้าคงจะหิว ทานกันก่อนเถอะ” พระสนมซั่งยิ้มแย้ม หยูเวิ่นหวินดูขัดเขิน แต่หยูเวิ่นเต้ากลับจ้องไปที่ฟู่เสี่ยวกวนเขม็ง
ถือดีอันใดกัน ?
เสด็จแม่ลำเอียง !
ในเวลาปกติที่มาหาเสด็จแม่อย่างมากที่สุดก็จะมีกับข้าว 3 อย่างและซุปอีก 1 ถ้วย แต่พอบอกว่าวันนี้ฟู่เสี่ยวกวนจะมา คาดไม่ถึงว่าจะทำซุป 1 ถ้วยและกับข้าวถึง 8 อย่าง
พระสนมซั่งกลับมิได้สนใจเขา และหันไปกล่าวกับฟู่เสี่ยวกวนว่า “ได้ยินมาว่าเจ้าฉลองช่วงข้ามปีที่บ้านของชูหลาน ?”
“มิขอปิดบังพระสนมพ่ะย่ะค่ะ ตัวคนเดียวในเมืองหลวงมันทำให้กระหม่อมอ้างว้างยิ่งนัก ดังนั้น…เสนาบดีต่งจึงเชิญให้กระหม่อมไปฉลองข้ามปีที่จวนของเขาพ่ะย่ะค่ะ”
สองคิ้วของพระสนมซั่งเลิกขึ้น “เป็นความจริงรึ ? ”
“เอ่อ ก็มิใช่ทั้งหมด ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะความหน้าหนาของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”