ตอนที่ 226
ตอนที่ 226 เขาช่างอันตรายยิ่ง
October 22, 2026
ฟู่เสี่ยวกวนลุกขึ้นยืนอย่างสง่าแล้วค่อย ๆ เอ่ยปากว่า
“หนานเซียงจื่อ ค่ำคืนแห่งฤดูหนาว
ราตรีมืดมิดอันเงียบสงบ แม้ยามใกล้ยามเหม่า1 แต่ผ้าห่มนั้นยังคงเย็นเยือกไร้คนคลุม
ไม้หอมในเตาผิงถูกเผาจนหมดมอด ช่างหนาวเหน็บ ค่ำคืนเยี่ยงนี้จะยาวนานไปถึงเมื่อใด
นอกหน้าต่างมีเพียงหิมะขาวคู่กับดวงจันทร์สกาว
ในค่ำคืนอันหนาวเย็นเฉกเช่นนี้ ภาพดอกเหมยเบ่งบานทำให้มิอาจข่มตาได้
ข้านึกถึงดอกเหมยนั้น และดอกเหมยเองก็นึกถึงข้าเช่นกัน
ครั้นตื่นขึ้น น้ำในแจกันหยกกลับกลายเป็นน้ำแข็งไปเสียแล้ว”
เมื่อกวีถูกกล่าวจบ ทุกคนในโถงแห่งนั้นล้วนเงียบสนิทมิมีผู้ใดเอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่ผู้เดียว
ต่งชูหลานขมวดคิ้วขึ้น ซูซูอ้าปากค้างแม้นางจะมิค่อยเข้าใจ เสวี่ยเฟยเฟยยังคงมองมาที่ฟู่เสี่ยวกวน แต่แววตานั้นไร้ซึ่งความกังวล หลิ่วเยียนเอ๋อร์แลไปที่กระดาษใบนั้น นางมิอาจวางพู่กันลงได้เลย
บรรดาศิษย์แห่งสมาคมหลานถิงเคยได้ยินมาว่าฟู่เสี่ยวกวนนั้นมีความสามารถยิ่ง แต่วันนี้เพิ่งได้พบเห็นกับตาตนเอง ยิ่งทำให้พวกเขาตกตะลึงเข้าไปเสียยกใหญ่
นี่คือผู้ที่เขียนกวีทำนองเพลงสายน้ำ นี่คือผู้เขียนหนังสือความฝันในหอแดง และผู้ที่เขียนหนังสือเยาวชนราชวงศ์หยูกล่าว !
เขาคือผู้นำด้านวรรณกรรม เขาคือเยาวชนที่มีความรู้มากมายอย่างแท้จริง !
บทกวีหนานเซียงจื่อนี้ แสดงให้เห็นถึงความสง่างามของนักกวี ประโยคที่ว่าน้ำในแจกันหยกกลายเป็นน้ำแข็งนั้น ช่างมีความหมายลึกซึ้งและชวนให้ชื่นชมไม่รู้จบ
นี่คือความสามารถอย่างแท้จริง !
ผู้ที่นั่งอยู่ในที่แห่งนี้ล้วนเป็นผู้มีความสามารถอย่างแท้จริง แต่เมื่อพวกเขาหวนนึกถึงกวีหนานเซียงจื่อบทนี้ พวกเขาต่างยอมคำนับก้มหัวให้กับฟู่เสี่ยวกวน
ฉินเหวินเจ๋อลุกขึ้นมาเป็นคนแรก เขามองไปยังฟู่เสี่ยวกวนด้วยความเคารพนับถือ ในใจของเขาพลันนึกถึงคำพูดของท่านปู่ เป็นไปตามนั้นจริง ๆ มิมีผิดเพี้ยน !
เขาเริ่มปรบมือขึ้น จากนั้นผู้คนต่างพากันยืนขึ้นและปรบมือด้วยความชื่นชม เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วแม่น้ำฉินหวายคล้ายเสียงฟ้ากระหน่ำ ดวงจันทราที่ลอยขึ้นสู่ยอดฟ้านั้นก็คล้ายกับกำลังเต้นระบำให้สอดคล้องจังหวะเสียงปรบมือ
ทันใดนั้น ก็มีสตรีนางหนึ่งก้าวออกมา นางกระซิบที่ข้างหูฟู่เสี่ยวกวน จากนั้นได้ยื่นกระดาษใบหนึ่งแก่เขา
ฟู่เสี่ยวกวนขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย จากนั้นยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้ามีความสามารถไม่เพียงพอให้ทุกท่านชื่นชมถึงเพียงนี้ ขออภัยด้วย ทุกท่านขอรับ ข้ามีเรื่องสำคัญจะต้องไปจัดการ แม้อาจจะทำให้พวกท่านรู้สึกหมดสนุก ไว้คราหน้าข้าขอเลี้ยงตอบแทนและขออภัยทุกท่านสำหรับเรื่องในวันนี้ ข้าต้องขอตัวก่อน หวังว่าพวกท่านจะเข้าใจ ! ”
เมื่อกล่าวจบ ผู้คนล้วนพากันสงสัย แต่มิมีใครคิดว่าเขาทำไม่ถูกต้อง นึกไปแล้วเขาอายุยังน้อยแต่กลับได้รับตำแหน่งเสมียนกลางเจี้ยนอี้ต้าฟูอีกทั้งไท่จงต้าฟู สองร้อยกว่าปีนี้ในราชวงศ์หยูหาได้มีผู้ใดที่อายุยังไม่เต็มสิบเจ็ดปีแต่มีความสำเร็จเยี่ยงนี้ได้ !
การที่เขามีธุระมากมายต้องจัดการจึงเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากเสมียนกลางเป็นสถานที่สำคัญยิ่งในราชวัง เนื่องจากต้องจัดการทุกเรื่องในประเทศ
ฉินเหวินเจ๋อทำการคารวะ “น้องฟู่คือแบบอย่างของผู้ร่ำเรียนวรรณกรรมเช่นพวกเรา เป็นผู้ซึ่งส่องสว่างเฉกเช่นดวงอาทิตย์และแข็งแกร่งราวกับอินทรี น้องฟู่คือเยาวชนของราชวงศ์หยูอย่างแท้จริง ! ”
“คุณชายฟู่ ได้โปรดรับการคารวะจากพวกข้าด้วย ! ”
เมื่อสิ้นเสียง ฉินเหวินเจ๋อพวกเขาทั้งหลายต่างโค้งคารวะฟู่เสี่ยวกวนด้วยท่าทีจริงใจ
ฟู่เสี่ยวกวนได้แต่ยิ้มอยู่ลึก ๆ ในใจ
นับจากนี้ไป เยาวชนของราชวงศ์หยูคงจะเดินตามรอยของฟู่เสี่ยวกวนกันมากมาย
ฟู่เสี่ยวกวนคาราวะกลับจากนั้นได้เดินออกไป ทุกสายตาจับจ้องเขาไปจนลับตา
“นี่คือผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง ! ” ฉินเหวินเจ๋อยกจอกสุราขึ้น จากนั้นหันไปทางพวกเขาทั้งหลายแล้วเอ่ยว่า “บัดนี้ พวกเราจงมาศึกษากวีหนานเซียงจื่อนี้โดยละเอียดกันเถิด”
……
……
ฟู่เสี่ยวกวนขึ้นเรือเล็กออกจากหงซิ่วจาวไปยังท่าเรือ
“เกิดเรื่องใดขึ้นงั้นรึ ? ” ต่งชูหลานมองไปยังฟู่เสี่ยวกวนที่มีสีหน้ากังวลแล้วเอ่ยถาม
“ปู้เนี่ยนซือไท่แห่งอารามซุ่ยเยว่ยังมิตาย ! ”
ต่งชูหลานมิได้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าใดนัก นางมองไปยังฟู่เสี่ยวกวนแต่มิได้เอ่ยถามอันใดขึ้นมาอีก นางได้แต่ถอนหายใจ เนื่องจากเขามีเรื่องต้องจัดการมากขึ้นเสียทุกวัน
หวนนึกถึงเมื่อครั้งที่ได้เดินทางไปยังหลินเจียง เขามีชีวิตอย่างอิสระ ใบหน้ามักแฝงไปด้วยรอยยิ้มเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรือนซีซาน เขาได้พูดคุยกับชาวบ้านอย่างไม่ถือตัว อีกทั้งยังลงไปในนาด้วยตนเอง เขานั่งลงพูดคุยกับพวกเกษตรกรถึงซีซานและความใฝ่ฝันในอนาคต
ในตอนนั้นเขาเองก็วุ่นมากเช่นกัน แต่ดูไปช่างมีความสุข มิได้เหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด
บัดนี้เขาได้ตั้งหลักปักฐานที่เมืองหลวง อีกทั้งยังเข้าทำงานในเสมียนกลาง งานเขายุ่งมากกว่าเดิมมากนัก อีกทั้งรอยยิ้มของเขาก็ค่อย ๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงแต่อุบายต่าง ๆ ซึ่งทำให้เขาดูเป็นกังวลตลอดเวลา
มิน่าเล่า ก่อนหน้านี้เขาถึงดูกังวลใจยิ่งนัก
ช่างเป็นดังที่ว่ามีเพียงหิมะและดวงจันทร์สกาว น้ำในแจกันหยกกลับกลายเป็นน้ำแข็งไปเสียแล้ว !
“ข้าหวังให้เจ้ามีความสุข”
ฟู่เสี่ยวกวนกุมมือนางไว้ “เจ้ามิต้องเป็นห่วงข้าไปหรอก หาได้มีเรื่องใหญ่อันใดไม่”
ต่งชูหลานเหล่ตามองเขา นางนึกในใจว่าหากมิใช่เรื่องใหญ่ เขาจะออกมาอย่างรีบร้อนเช่นนี้เพื่อเหตุใดกัน ?
ซูซูจ้องมองทั้งสองตาเขม็ง นางเบ้ปากแล้วนึกในใจว่า เชอะ ! ชายหญิงคู่นี้ มิเห็นข้าอยู่ในสายตาบ้างเลยรึเยี่ยงไรกัน ?
ศิษย์พี่รองเคยบอกไว้ว่าหากกุมมือกันอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ !
ฟู่เสี่ยวกวนมองไปยังท่าเรือฉินหวาย เขามิได้ใส่ใจแววตาของซูซูแม้แต่น้อย บัดนี้เขานึกเพียงแต่ว่าเฟ่ยอันรู้ได้เยี่ยงไรว่าปู้เนี่ยนซือไท่ยังมิตาย ?
เหตุใดเขาจึงไว้ชีวิตปู้เนี่ยนซือไท่ ?
เขาต้องการทำสิ่งใดกันแน่ ?
เรือน้อยลอยใกล้ฝั่ง พวกเขาขึ้นสู่ท่าเรือแต่มิได้เดินทางไปยังจวนฟู่ แต่กลับไปยังอารามซุ่ยเยว่
เขาต้องการไปดูให้ชัดเจน