ตอนที่ 238
ตอนที่ 238 หาเหาใส่หัว
October 22, 2026
ตอนที่ 238 หาเหาใส่หัว
รัชสมัยเซวียนลี่ปีที่ 9 เดือนหนึ่งวันที่ยี่สิบห้า ณ สำนักงานเสมียนกลาง พระราชวังแห่งเมืองหลวง
ฟู่เสี่ยวกวนรู้สึกปวดหัวยิ่งเมื่อมองไปยังเอกสารกองโตที่วางอยู่บนโต๊ะ
เอกสารเหล่านี้คือเอกสารทางราชการต่าง ๆ ที่ส่งมาจากทั่วทุกพื้นที่ของราชวงศ์หยูนับแต่ปีใหม่เป็นต้นมา เนื้อหาครอบคลุมทุกเรื่องราวต่าง ๆ นานา โดยมากจะเกี่ยวข้องกับการปกครองของแต่ละท้องที่ สถานการณ์การทำนาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ การขอเข้ารับตำแหน่งราชการ อีกทั้งเรื่องการขอความช่วยเหลือด้านการเงินเป็นต้น แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ฟู่เสี่ยวกวนดูแล้วไม่ปกติ
อาทิเช่น บนภูเขาเป่ยจี๋นอกเมืองซีเฉิงคล้ายได้ยินเสียงของมังกร พบเห็นเมฆาหลากสี สัตว์น้อยใหญ่แตกตื่น ดูแล้วเป็นเรื่องมงคลยิ่ง
ณ ชนบทแห่งหนึ่งทางใต้ มีหญิงคนหนึ่งคลอดลูกออกมา เมื่อลืมตาดูโลกทารกก็ได้เอ่ยปากพูดว่าราชวงศ์หยูจงเจริญรุ่งเรือง !
หรือเช่นเมืองผู่โจวทางด้านตะวันตก อีกทั้งฉบับนี้เป็นจดหมายจากขุนนางระดับสูง เขียนมาว่าในรัชสมัยเซวียนลี่ปีที่ 9 เดือนหนึ่งวันที่สิบห้า หิมะตกลงจากฟากฟ้า ต้นเมเปิ้ลสายพันธุ์จีนต้นหนึ่งที่ใบได้ร่วงโรยไปสิ้นแล้ว มีนกเฟิ่งหวงบินมาเกาะ จากนั้นหันหน้าไปทางพระราชวังหลวงแล้วก้มหัวคารวะอยู่เก้าทีก่อนบินจากไป
เขาโยนหนังสือเหล่านี้ไปไว้ข้าง ๆ แล้วนึกขึ้นมาในใจว่า หากข้าเป็นผู้เขียนคงน่าสนใจกว่าเอกสารของพวกเจ้ามากมายนัก !
เขายกแก้วน้ำชาขึ้นมาดื่ม จากนั้นเริ่มต้นการทำงานของวันใหม่ เขาจัดการเอกสารที่มองแล้วเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ออกมาจากกองเอกสารเหล่านี้ จากนั้นทำรายงานทีละฉบับเป็นความหมายว่าเขาได้อ่านเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ส่งไปยังท่านซังหยูเพื่อพิจารณา หลังจากตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งแล้ว เอกสารเหล่านี้จะถูกส่งเข้าไปยังสำนักอัครมหาเสนาบดี โดยมีอัครมหาเสนาบดีเยี่ยนเป่ยซีร่วมกับเสนาบดีทั้งหกร่วมกันพิจารณา ก่อนที่จะส่งต่อแก่ฮ่องเต้
หากเป็นเอกสารเร่งด่วนจะมีตราประทับที่หน้าเอกสาร เอกสารเช่นนี้เรียกว่าเอกสารประทับตราแดง ประเภทนี้จะต้องเร่งรีบดำเนินการให้เสร็จเร็วที่สุด
ในมือฟู่เสี่ยวกวนมิมีหนังสือประเภทนี้อยู่ ดังนั้นเขาจึงค่อย ๆ เปิดเอกสารเหล่านี้ดูทีละหน้า ๆ
เขาเปิดอย่างรวดเร็ว และลงนามอย่างรวดเร็วเช่นกัน เวลาในช่วงเช้าหมดไปกับสิ่งเหล่านี้ แต่สุดท้ายเขาก็มิพบว่ามีเอกสารใดเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจเลย
เกือบทุกฉบับล้วนเกี่ยวกับการเกษตร แต่ที่มากที่สุดนั้นคือการร้องขอเงิน
เอกสารประเภทนี้ เขาเพียงลงความคิดเห็นว่า “แนะนำให้ดำเนินการตามความเหมาะสม ! ”
จนกระทั่งในมือของเขาจับเข้าที่หนังสือจากเยี่ยนซีเหวิน เขาก็ยิ้มขึ้นมา
เจ้าหมอนี่ให้ความสำคัญกับเขตเหยาจริง ๆ เอกสารนี้เขาได้เขียนถึงความร่วมมือกับซีซาน แรกเริ่มเอ่ยถึงสถานที่ทำงานของเขตเหยาที่พัฒนามาจากซีซานและเป็นไปได้ด้วยดี เขายื่นของบประมาณจากทางราชวังเพื่อสร้างท่าเรือขนาด 50 ลี้ขึ้นที่เขตเหยา เพื่อสะดวกต่อการขนส่งสินค้าและวัสดุต่าง ๆ จากซีซาน สิ่งนี้ทำให้ฟู่เสี่ยวกวนมองเยี่ยนซีเหวินสูงขึ้นไม่น้อย เจ้าหมอนี่ไม่เลว !
ดังนั้นเขาจึงได้ลงความคิดเห็นอย่างตั้งใจว่า “แผนการดำเนินงานนี้ยอดเยี่ยม โปรดพิจารณาและส่งต่อไปถึงชั้นบนสุด
จากนั้นเขาได้เรียกฉีเหมยเข้ามา วานให้นำเอกสารที่อ่านเรียบร้อยแล้วไปยังที่ทำงานของซังหยู เขาลุกขึ้นยืนแล้วจัดแจงเสื้อผ้าเตรียมตัวเลิกงาน
ในวันนี้ต่งชูหลานจะเดินทางมาที่จวนเพื่อเยี่ยมพ่อของเขา เขาจะต้องรีบกลับจวน
แต่ทว่าเมื่อเขากำลังจะก้าวขาออกไป ฉีเหมยก็วิ่งเข้ามาแล้วเอ่ยว่า “ท่านฟู่ รอสักครู่ขอรับ !”
ฟู่เสี่ยวกวนหันหลังกลับไป ฉีเหมยวิ่งมาหยุดอยู่ข้าง ๆ เขา “ท่านซังเชิญท่านเข้าพบ…อีกทั้งท่านอัครมหาเสนาบดีเยี่ยนก็อยู่ที่นั่นด้วยขอรับ”
ให้ตายสิ !
ถึงเขาจะทำงานล่วงเวลาก็มิได้มีค่าตอบแทน !
“ท่านซังมีเรื่องอันใดงั้นรึ ? ”
“ข้าน้อยมิทราบ แต่เกรงว่าจะเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ขอรับ”
วันพรุ่งนี้เป็นวันที่ยี่สิบหกเดือนหนึ่ง เป็นวันที่ต้องจัดการงานพระศพของไทเฮา เมื่อเขานึกไปถึงประโยคที่หยูเวิ่นเต้าเอ่ยกับเขาเมื่อคืนนั้นแล้วจึงได้ลอบถอนหายใจแล้วหันหลังกลับไปยังห้องทำงานของท่านซังหยู
“นั่งลงก่อน ! ”
เยี่ยนเป่ยซีเอ่ยกับเขา จากนั้นหันไปเอ่ยกับซังหยูว่า “หิมะทางเหนือครานี้สร้างความเดือดร้อนยิ่ง แทบจะครอบคลุมไปทั้งหย่งหนิงโจว ผิงหลินอี้และชวีอี้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งสองแห่งนี้มีบ้านเรือนนับร้อยหลังพังทลาย มีผู้คนเสียชีวิตสามร้อยยี่สิบกว่าคน บาดเจ็บกว่าพันคน เนื่องจากทั้งสองแห่งนี้มีภูมิประเทศค่อนข้างพิเศษ จึงเป็นการยากที่จะเข้าถึงเพื่อช่วยเหลือ ข้าได้ให้คังผิงขนย้ายสิ่งของต่าง ๆ สำหรับการช่วยเหลือจากเมืองหลานหลิงไปแล้ว กำชับให้ทหารจากเขตเหนือบางส่วนคุ้มครองพวกเขาไป คาดว่าคงไม่มีปัญหามาก เพียงแต่ว่านี่เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นมิใช่การจัดการปัญหา เนื่องจากในทุกปีทั้งสองเขตนี้จะเป็นเช่นนี้ ทำให้ประชากรในท้องที่อพยพไปเมืองอื่น ประชากรน้อยลงทุกปี ๆ จึงทำให้ทั้งสองเขตค่อนข้างยากจน”
เยี่ยนเป่ยซีขมวดคิ้วขึ้น แววตาของเขาขุ่นหมองแล้วเอ่ยว่า “เรื่องนี้จะต้องได้รับการจัดการแก้ไขจากต้นเหตุ มิเช่นนั้น…ข้าเกรงว่าทั้งสองเขตนี้จะกลายเป็นเมืองร้างเข้าเสียสักวัน”
ซังหยูพยักหน้าเห็นด้วย เขาจึงตอบกลับไปว่า “นั่นสิ ทางเหนือมีภัยพิบัติจากหิมะ ทางใต้มีภัยพิบัติจากน้ำ ในแต่ละปีได้ใช้งบประมาณในการจัดการของคลังหลวงไปมากโข ท่านอัครมหาเสนาบดีเยี่ยน นี่มิใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะราชวงศ์หยู แต่โบราณมาในแต่ละปีล้วนมีเหตุการณ์เช่นนี้ มิใช่ฝีมือของมนุษย์…จะมีวิธีใดจัดการได้กัน ?”
เยี่ยนเป่ยซีครุ่นคิดแล้วถอนหายใจออกมา
เขาเข้าใจถึงความหมายของซังหยูเป็นอย่างดี และในความเป็นจริงก็เป็นดังเช่นที่ซังหยูกล่าวมา
ทางเหนือมีหิมะตกหนักในทุก ๆ ปี หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าบ้านเรือนที่มุงด้วยจากของประชาชนจะมิอาจทนต่อพายุหิมะได้ !