ตอนที่ 254
ตอนที่ 254 คราบจักจั่น
October 22, 2026
ฟู่เสี่ยวกวนหันหลังเดินเข้าไปในรถม้า มองดูหยูเวิ่นหวินและต่งชูหลานก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นจึงได้ส่งหนังสือการแต่งงานไปให้พวกนาง หยิบถ่านที่ใช้สำหรับเขียนหนังสือขึ้นมา และเขียนวัสดุที่ต้องใช้ในการทำกระสุนลงไป
เมื่อต่งชูหลานและหยูเวิ่นหวินได้รับหนังสือนั้นไป ใบหน้าของพวกนางก็ปีติยินดียิ่ง
นี่คือหนังสือสมรสที่องค์ฮ่องเต้ทรงประทานให้ !
ตราประทับสีแดงนั้นมิอาจนำมาล้อเล่นได้ !
ซึ่งหมายความว่า นับจากนี้พวกนางจะกลายเป็นคนในจวนฟู่อย่างเต็มตัวแล้ว !
ขณะที่ทั้งสองนางกำลังจะเอ่ยถาม ฟู่เสี่ยวกวนก็ยกมือขึ้นห้าม จากนั้นก็ถือกระดาษลงไปจากรถม้า
“คาดว่าสิ่งเหล่านี้กรมอุตสาหกรรมล้วนมีอยู่ ท่านจงกลับไปทูลฝ่าบาทว่าให้รีบส่งไปยังซีซาน”
ขันทีเจี่ยรับกระดาษนั้นไปเก็บรักษาไว้ แต่ยังมิได้เดินจากไป ใบหน้าอันเหี่ยวย่นของเขากำลังครุ่นคิด ประโยคนั้นของฟู่เสี่ยวกวนทำให้เขาลำบากใจ หากทรัพย์สมบัติของตระกูลชือทั้งหมดตกอยู่ในมือขององค์หญิงเก้า ฝ่าบาทจะขาดผลประโยชน์มากเท่าใดกัน ?
หนังหน้าของฝ่าบาทหนากว่าเขามากนัก ฝ่าบาททรงใช้หนังสือสมรสที่เดิมทีก็ต้องมอบให้สักวัน มาแลกกับปืนใหญ่และฟู่เสี่ยวกวนจะต้องคอยดูแลจัดการให้เรียบร้อย…ชายชราผู้นั้นเจ้าเล่ห์เกินกว่าที่ใครจะรู้ !
ขันทีเจี่ยคลายคิ้วที่ขมวดลง คล้ายกับคิดสิ่งใดได้ จากนั้นหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า ส่งให้ฟู่เสี่ยวกวน
“สิ่งนี้เรียกว่าคราบจักจั่น ผู้คนในยุทธจักรรู้ดีว่าจู๋ซีซึ่งเป็นช่างไม้ในราชวงศ์ก่อนได้สร้างอาวุธขั้นเทพทั้งเจ็ด แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขายังได้สร้างอาวุธนี้ด้วย”
ฟู่เสี่ยวกวนยินดียิ่ง เขารับมันมาดู เมื่อสัมผัสกับมือก็รู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นและหนัก คล้ายกับทำจากทองแต่ก็มิใช่ จะว่าเหล็กก็มิใช่ มันมีสีดำ บางราวกับคราบจักจั่นที่ลอกออกมา “เจ้าสิ่งนี้ มีประโยชน์อันใด ? ”
“ดาบมีดทั่วไปมิอาจทำอันตรายเจ้าได้ เจ้าสามารถใช้มันต่อสู้กับการโจมตีของปรมาจารย์ขั้นสุดยอดได้ 1 ครั้ง”
ฟู่เสี่ยวกวนหัวเราะหึหึ นี่สิถึงจะเรียกว่าของดี !
เขามิอาจฝึกวิทยายุทธ์ได้ และมิอาจเข้าสู่กองทัพทหารได้เช่นกัน ดังนั้นการที่มีของสิ่งนี้อยู่ในมือประกอบกับอาวุธลับในมือ ก็เพียงพอสำหรับการต่อสู้แล้ว
“เพียงสามารถปกป้องจากการโจมตีของปรมาจารย์ขั้นสุดยอดได้ 1 ครั้งงั้นรึ ? ”
ขันทีเจี่ยจ้องไปยังเขาแล้วถามว่า “เจ้าต้องการสิ่งใดอีก ? ”
“เช่นว่า หากต่อสู้กับปรมาจารย์อย่างดุเดือด…”
“เจ้าก็จะถูกพวกเขาทุบตีจนตาย ! ”
“……ถ้าหากเป็นขั้นเทพเช่นท่านเล่า ? ”
ครานี้ขันทีเจี่ยคิดอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยตอบมาว่า “เกรงว่าจะเหลือเพียงแค่ลมหายใจ”
เช่นนั้นก็ดี ยังดีกว่าต้องตาย
จากนั้นขันทีเจี่ยเอ่ยว่า “อีกครึ่งชีวิตที่เหลือคงทำอันใดมิได้แล้ว”
“……”
……
เขามีสตรีผู้งดงามดุจบุปผาอยู่ในจวนถึง 3 คน ฟู่เสี่ยวกวนมิอยากให้อีกครึ่งชีวิตที่เหลืออยู่ต้องนอนมองพวกนางอยู่บนเตียง ดังนั้นเขาจะต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้
อีกทั้งบัดนี้ศัตรูที่มีอยู่ก็น้อยลงไปมากแล้ว หวังว่าองค์ชายสี่จะอยู่อย่างสงบ
เมื่อเขากลับมายังรถม้า ขบวนรถก็ได้ออกเดินทางต่อไป