ตอนที่ 301
ตอนที่ 301 ลานประลอง
October 22, 2026
ตอนที่ 301 ลานประลอง
ฟู่เสี่ยวกวนรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก !
เสียงดังโหวกเหวกด้านนอกสร้างความตกใจให้แก่เหล่าบัณฑิตที่อยู่ในจวนของสถานทูต และยังสร้างความตื่นตกใจแก่พวกซูเจวี๋ยด้วย
เดิมทีบัณฑิตเหล่านั้นยังอยู่ภายในห้องและเพื่อหาคำตอบให้กับสองคำถามที่ฟู่เสี่ยวกวนให้พวกเขามาระหว่างเดินทาง ในตอนที่กำลังใช้ความคิด กลับถูกเสียงโวยวายเหล่านั้นขัดการใช้ความคิด จึงทำให้พวกเขาไม่สบายใจอย่างมาก
ชางกวนเหมี่ยวเดินนำหน้าโดยถือดาบขึ้นมาด้วย และกล่าวด้วยท่าทีดุดัน “พวกสารเลว เมื่อครู่ข้าเพิ่งจะตระหนักถึงความคิดที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาได้ แต่กลับถูกพวกมันรบกวนเสียจนลืมไปแล้ว ข้าจะฟันพวกมันทิ้งให้หมด ! ”
ในขณะที่กล่าวเขาก็เปิดประตูออกไป หลังจากนั้นก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ ด้านนอกนั้นคราคล่ำไปด้วยชายหนุ่มราชวงศ์อู๋ แต่ละคนท่าทางฮึกเหิมราวกับไก่ ในมือกวัดแกว่งดาบไปมา และกำลังตะโกนว่า
“ฟู่เสี่ยวกวน หากเจ้าเป็นลูกผู้ชายก็จงออกมา ! ”
“ฟู่เสี่ยวกวน เจ้าอย่าได้กลัวไปเลย พวกเรามาสู้ตัวต่อตัวกัน ! ”
“เจ้าบ้า ! ปู่ผู้นี้จะใช้เพียงแค่มือข้างเดียวต่อสู้กับเจ้า ! ”
“ฮ่า ๆ ๆ นักวรรณกรรมของราชวงศ์หยูมันใจเสาะ บัดนี้เกรงว่าจะกลัวจนฉี่ราดไปกันหมดแล้ว ! ”
“…..”
ชายหนุ่มเหล่านั้นมิได้ปรี่เข้ามาในสถานทูต เพราะนั่นคือข้อกำหนดและขอบเขต พวกเขาย่อมเข้าใจดี แต่นั่นมิได้ห้ามมิให้พวกเขาแหกปากตะโกนหน้าประตูสถานทูตเสียหน่อย
ชางกวนเหมี่ยวเดินถือดาบกลับมาอีกครา เดินมาถึงข้างกายฟู่เสี่ยวกวนและลูบจมูกไปมา “คนเยอะเพียงนั้น จะสู้เยี่ยงไรดี ? ”
ฟู่เสี่ยวกวนคิดในใจว่าสู้กับผีสิ ข้ามีวรยุทธ์ที่ไหนกันเล่า
ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามเติ้งซิว “มีประตูด้านหลังให้ออกไปหรือไม่ ? ”
เติ้งซิวผงะ นึกมิถึงว่าคนผู้นี้คิดจะหนีไปเยี่ยงนั้นหรือ ?
เขาส่ายหน้า “มิมีจริง ๆ ”
ฟู่เสี่ยวกวนเริ่มรู้สึกมิดี เขาหันไปมองทางซูเจวี๋ย “ศิษย์พี่ใหญ่ เยี่ยงนั้นเจ้าช่วยไล่แมลงวันเหล่านั้นออกไปให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ? ”
ซูเจวี๋ยเองก็ส่ายหน้า “พวกเขามิได้มาเพื่อท้ารบกับเจ้าและมิได้มาเพื่อสังหารเจ้า หากข้าช่วยเจ้า ก็จะขัดกับกฎของยุทธภพ”
นี่มันเวลาคับขันแล้ว เจ้ายังจะมาเอ่ยถึงกฎอยู่อีกเยี่ยงนั้นหรือ ?
แต่ฟู่เสี่ยวกวนก็เข้าใจความซื่อตรงของซูเจวี๋ยเป็นอย่างดี ในเมื่อซูเจวี๋ยได้กล่าวออกมาเยี่ยงนี้แล้ว เยี่ยงนั้นศิษย์ทั้งสามของสำนักเต๋าก็มิสามารถช่วยเหลือเขาได้ นอกเสียจากชีวิตของเขาจะถูกคุกคามอย่างแท้จริง
ฟู่เสี่ยวกวนเงียบไปชั่วอึดใจ เขาเดินไปยังกำแพง และได้ปีนขึ้นไปด้านบนกำแพง สองมือของเขาเท้าสะเอวสายตาดุดันจดจ้องไปทางกลุ่มชายหนุ่มที่โง่เขลาที่อยู่ด้านล่างกำแพง และตะโกนออกมาเสียงดังหนึ่งประโยคว่า “พวกเจ้าจงเงียบให้หมด ! ”
เหล่าบัณฑิตราชวงศ์อู๋ที่อยู่ด้านล่างต่างชะงัก ผู้ใดกัน ช่างใจกล้าเสียจริง !
ดังนั้นจึงมีรองเท้าหนึ่งข้างลอยมาหาฟู่เสี่ยวกวน และมีก้อนอิฐกระแทกเข้ากับเขา จนถึงขั้นมีแม้แต่ไข่ต้มสุกที่ถูกกัดไปแล้วถึงครึ่งอีกด้วย
ฟู่เสี่ยวกวนหลบพัลวัน และตกลงไปอย่างไม่ทันระวัง เสียงหัวเราะลั่นดังมาทางด้านนอก
ฟู่เสี่ยวกวนตบก้นและรีบปีนขึ้นไปบนกำแพงอีกครา “พวกเจ้าจงฟังข้า ข้านี่แหละฟู่เสี่ยวกวน ! ”
เขาคือฟู่เสี่ยวกวนเยี่ยงนั้นหรือ ?
ทันใดนั้นเสียงด้านนอกก็เบาลงทันพลัน และมีเสียงกระซิบจากเด็กสาวดังขึ้นมาจำนวนมาก
“ อา ! ฟู่เสี่ยวกวนถือว่าหน้าตาหล่อเหลาเสียทีเดียว ! ”
“ใช่ ๆ ถึงแม้จะมิเท่าจัวตงหลาย แต่ก็ดูเป็นที่นิยมมิน้อยเสียทีเดียว”
“ อา ข้าว่าเราเข้าไปลักพาตัวเขากลับไปเลยดีหรือไม่ ? ”
“เจ้าก็เพียงแค่กีบหมู คิดว่าตนเองเป็นสาวงามจากเฮยเฟิงไจ้หรือเยี่ยงไรกัน ? ”
“นางฮวาเสี่ยวเตี๋ยประกาศศักดาจะแย่งชิงชายหนุ่มระดับแนวหน้า ข้าเหมียวซานเจียจะมิสามารถแย่งชิงชายหนุ่มผู้นั้นมาอุ่นเตียงได้เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“มิใช่ พวกเจ้าเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว พวกเรามาเพื่อสั่งสอนฟู่เสี่ยวกวนต่างหากเล่า ! ”