ตอนที่ 367
ตอนที่ 367 ข้อสรุป
October 22, 2026
“องค์ไทเฮาเสด็จ ! ”
เมื่อเสียงนั้นจางหายไปมิทันไร ขบวนของไทเฮาก็ได้เสด็จมาถึงท้องพระโรงพอดิบพอดี
จัวอี้สิงโล่งอกด้วยความดีใจ ในที่สุดไทเฮาก็เสด็จมาเสียที !
เหล่าขุนนางต่างดีอกดีใจมากเช่นกัน สถานการณ์ปัจจุบันนั้นเป็นที่แน่ชัดยิ่ง ในเมื่อฝ่าบาทมิได้ปกปิดสถานะของฟู่เสี่ยวกวนอีกต่อไป อีกทั้งยังป่าวประกาศว่าจะเคลื่อนย้ายศพของสวี่หยุนชิงมาไว้ที่สุสานราชวงศ์จิ่วกงซาน เช่นนั้นความตั้งใจแน่วแน่ที่จะกำจัดองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบันนั้นได้ถูกตัดสินพระทัยแล้วอย่างหนักแน่น ดูเหมือนว่าต่อให้จัวอี้สิงอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายนั้นดึงดันหัวชนฝาให้ตายเยี่ยงไรก็ยากที่จะเปลี่ยนพระทัยของฝ่าบาทได้
และผู้ซึ่งมีอำนาจเปลี่ยนแปลงฟ้าดินได้เห็นทีจะมีเพียงไทเฮาพระนางเดียวเท่านั้น
บัดนี้ไทเฮาได้เสด็จมาถึงแล้ว การถกเถียงในท้องพระโรงถูกยุติเป็นการชั่วคราว
หากเอ่ยจากใจจริง ผู้ที่มีความสามารถในด้านการรบจะมีผู้ใดบ้างเล่าที่ยอมรับฟู่เสี่ยวกวนเป็นองค์รัชทายาท เพราะฟู่เสี่ยวกวนเป็นโอรสนอกสมรสของจักรพรรดิเหวิน เขามิได้เกิดและเติบโตในแคว้นอู๋ แต่กลับไปเติบโตยังแคว้นหยูดินแดนที่ห่างไกลกว่าสามพันลี้
แม้ว่าฟู่เสี่ยวกวนจะเป็นชายหนุ่มที่นามกระเดื่องทั่วหล้า แต่สำหรับขุนนางเหล่านี้นั้น เขาก็ยังเป็นเพียงคนนอกอยู่ดี
แม้ว่าองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบันจะมิเอาไหน แต่อัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาก็ได้เชื่อมั่นเสียเหลือเกินว่าจะสามารถอบรมสั่งสอนเขาได้ เพราะเขาคือคนที่เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดินของราชวงศ์อู๋ สายเลือดของเขานั้นย่อมบริสุทธิ์กว่า
จักพรรดิเหวินตกตะลึง เขานึกในใจว่าไทเฮาไปพักผ่อนพระวรกายที่เรือนประทับหยุนชิง ณ เขาหานซานมิใช่หรือ เหตุใดถึงได้เสด็จกลับพระราชวังเสียแล้ว ?
เดิมทีพระองค์ประสงค์ที่จะใช้โอกาสนี้จัดการธุระนี้ให้แล้วเสร็จ แต่คาดมิถึงว่าเกือบจะประสบความสำเร็จได้อยู่แล้วแท้ ๆ ทว่าไทเฮากลับได้ยินเสียงพรายกระซิบจนทำให้ต้องเสด็จกลับมายังพระราชวังจวี้หัวด้วยตนเอง
หรือว่าจะต้องพ่ายแพ้แม้ว่าจะเห็นชัยชนะอยู่เพียงแค่เอื้อมมือ ?
พระองค์ได้สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ จากนั้นจึงเสด็จลงมาจากแท่นมังกร
ไทเฮาทรงเครื่องมาเต็มยศ แล้วได้เสด็จลงมาจากรถม้า
ด้านซ้ายมือของพระนางนั้นคืออู๋หลิง ส่วนด้วนขวามือนั้นเป็นหนานกงตงเซวี๋ย
สองมือของพระนางนั้นได้ประคองไม้เท้ามังกรไว้และบัดนี้ได้ยืนรออยู่ตรงประตูด้านข้างของพระราชวังจวี้หัว จักรพรรดิเหวินได้คำนับต่อพระนาง “มิทราบว่าเสด็จแม่จะทรงมาเยือน ขุนนางของลูกมิได้ทำหน้าที่ต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ”
“อายเจีย1ฉุกคิดขึ้นมาได้ เลยคิดว่าจะมาเยี่ยมเยือนเสียหน่อย ขุนนางเหล่านั้นคุกเข่าไปเพราะเหตุใดกัน ลุกขึ้นมาเถิด”
เหล่าขุนนางต่างลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวขอบพระทัยแก่องค์ไทเฮา สีหน้าเดิมที่เต็มไปด้วยความวิตกนั้นค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ ความหวาดผวาในสายตาเหล่านั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นมีความหวังขึ้นมาในทันที
ไทเฮาทรงแหงนพระพักตร์แล้วใช้สายตากวาดมองไปยังด้านในพระราชวังจวี้หัวโดยรอบ ภายใต้แรงพยุงของอู๋หลิงและหนานกงตงเซวี๋ย นางค่อย ๆ เดินไปเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า
“ตามธรรมเนียมนั้นอายเจียมิบังควรมายังที่แห่งนี้ ! ”
“ทว่าเมื่อคืนอายเจียฝัน… ฝันถึงองค์จักรพรรดิพระองค์ก่อน พระองค์ได้สั่งเสียอายเจียไว้เรื่องหนึ่ง”
พระนางทรงดำเนินไปบนแท่นมังกร จากนั้นก็ได้ยืนอยู่บนแท่นมังกร
สายพระเนตรของพระนางได้กวาดมองใบหน้าของขุนนางเหล่านั้น แล้วทรงแย้มพระสรวลออกมา “อายเจียดีใจยิ่งที่ได้พบกับพวกท่าน ในนี้มีทั้งขุนนางหน้าเก่าที่เคยรับใช้องค์จักรพรรดิพระองค์ก่อน และขุนนางหน้าใหม่ที่มิคุ้นตาอีกมากมาย พวกท่านเป็นดั่งเสาหลักของราชวงศ์ และเป็นดั่งกระดูกขาและกระดูกแขนของฝ่าบาท”
“ทว่าอายเจียมาเยือนครานี้มิประสงค์ที่จะยุ่งเกี่ยวกับการถกเถียงวาระสำคัญของบ้านเมือง เพียงแต่สิ่งที่องค์จักรพรรดิพระองค์ก่อนได้สั่งเสียกับอายเจียในฝันนั้น อายเจียคิดว่าควรนำมาบอกกล่าวกับพวกท่านเช่นกัน”
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังไทเฮา ต่างคิดว่าความฝันในครานี้จะช่วยเกลี้ยกล่อมให้ฝ่าบาททรงเปลี่ยนพระทัยได้หรือไม่ ?