ตอนที่ 392
ตอนที่ 392 ภรรยาเจ้าของที่ดิน
October 22, 2026
เดิมทีในคืนนี้ดวงจันทร์ลอยเด่น แต่ผ่านไปได้เพียงแค่ครึ่งค่อนคืนกลับมีเสียงฟ้าร้องคำราม หลังจากนั้นฝนก็ได้เทลงมา
ต่งชูหลานตื่นตั้งแต่ฟ้าสางดังเช่นทุกวัน ได้ยินเสียงสายฝนพรำด้านนอกจึงล้มตัวนอนลงบนเตียงอีกครา
หลายวันมานี้เหนื่อยเกินไปอย่างแท้จริง ฝนนี้คาดว่าคงจะตกไปอีกสักพัก นึกในใจว่าตนควรจะนอนต่ออีกสักหน่อย
รู้สึกง่วงอย่างอย่างแท้จริง แต่กลับนอนมิหลับทำได้เพียงพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง
ในที่สุดนางก็ยอมแพ้และลุกขึ้นมา หวีผมอยู่หน้ากระจกทองแดง เปิดประตูออก อากาศชุ่มชื้นระลอกหนึ่งพัดเข้ามากระทบกับใบหน้า และได้พัดพากลิ่นไอดินเข้ามาในจมูกของนาง นางรับรู้ได้ถึงความสดชื่นจากต้นไม้ใหญ่ภายในลานบ้าน ช่างสดชื่นมากยิ่งนัก
ต่งชูหลานยืนพิงกำแพงมองดูพายุฝนที่กระหน่ำเทลงมา ดูละอองไอน้ำที่สาดกระเซ็นเป็นฝอยเล็ก ๆ ฉับพลันนึกถึงฟู่เอ้อร์ต้ายที่ฟู่เสี่ยวกวนให้ความสำคัญเป็นอย่างมากขึ้นมาได้
วันนี้เป็นวันที่สองของเดือนแปด ต้นข้าวใกล้จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว
ต่งชูหลานเคยไปนาข้าวแห่งนั้น ข้าวในนาเติบโตได้เป็นอย่างดีจากการดูแลเอาใจใส่ของหวางเอ้อกับหวางเฉียง
หวางเฉียงบอกว่าทั้งหมดนี้คือฟู่เอ้อร์ต้ายที่คุณชายกล่าวถึง
ต่งชูหลานมิเข้าใจเท่าใดนัก หวางเอ้อดึงรวงข้าวในนาที่อยู่ติดกันเข้ามา เมื่อนำสองรวงมาเทียบกัน ต่งชูหลานถึงได้เข้าใจว่า รวงข้าวฟู่เอ้อร์ไต้นี้ทั้งยาวใหญ่ และทั้งอวบอิ่มกว่าอีกรวง
บนใบหน้าของหวางเอ้อเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น เขาบอกว่าปีหน้า ปีหน้านี้เมล็ดพันธุ์ฟู่เอ้อร์ไต้ก็จะเพียงพอที่จะเพาะปลูกครอบคลุมทั้งซีซาน ความหมายของคุณชายคือต่อจากนี้ไป ไร่นาทุกหนแห่งในซีซาน จะทำเพียงอย่างเดียวคือการเพาะพันธุ์ !
ปีหน้าก็คือฟูซานต้าย หลังจากนั้นเมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะถูกปลูกบนผืนปฐพีทั้งหมดของราชวงศ์หยู จากนี้ไปผลผลิตธัญพืชจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างน้อยถึงสองเท่า!
ต่งชูหลานที่พิงกำแพงมองดูฝนพรำยิ้มออกมา
ราวกับว่าบัดนี้ฟู่เสี่ยวกวนกำลังอยู่ข้างกาย
เขาเป็นผู้ชายที่น่าทึ่งอย่างแท้จริง !
เขาเป็นผู้ชายของข้า !
รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ หุบลง ผู้ชายของข้า บัดนี้เจ้าอยู่ที่ใดกัน ?
ฟู่เอ้อร์ต้ายกำลังจะเก็บเกี่ยวในอีกมิช้า หากถูกพายุฝนนี้ทำให้เสียหายแล้ว ในเมื่อเจ้ามิอยู่ เยี่ยงนั้นข้าจะไปดูแลแทนเจ้าเอง
ต่งชูหลานหมุนตัวลงบันได ไปที่ห้องชั้นล่างนางสวมเสื้อกันฝนและผ้าคลุมแล้วเดินออกไปท่ามกลางสายฝน ชุนซิ่วที่กำลังตะลึงอยู่รีบร้อนตามออกไปทันที
……
ต่งชูหลานและชุนซิ่วข้ามคลองน้ำใสมาแล้ว คนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าอีกคนอยู่ด้านหลังมา พวกนางได้มาถึงข้างแปลงนาแล้ว กลับเห็นว่าหวางเอ้อและหวางเฉียงกำลังยุ่งอยู่กับอะไรสักอย่าง
พวกนางเดินเข้าไป หวางเอ้อหันมามองอย่างตกใจ และเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อน “คุณหนูต่งรีบกลับไปเถิด ฝนตกหนักเป็นอย่างมาก คุณหนูอย่าได้ออกมาตากลมหนาวเลยขอรับประเดี๋ยวจะกลายเป็นหวัด โปรดวางใจ ที่นี่มีพวกเราสองพ่อลูกคอยปกป้อง ย่อมมิเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน”
ต่งชูหลานยิ้ม “ข้ามิใช่คนสูงส่งเยี่ยงที่พวกเจ้าคิดหรอก เรื่องใดที่คุณชายสามารถทำได้ ข้าก็ต้องสามารถทำได้เช่นกัน”
ต่งชูหลานกวาดตามองนาแปลงนี้ “ยามนี้คุณชายยังมิกลับมา ที่นี่เป็นความทุ่มเทของเขา ข้ามิอาจวางใจแล้วอยู่นิ่งเฉยได้ พวกเจ้าขุดคันนานี้เพราะเหตุใดกัน ? ”
หวางเอ้อยกผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำฝนบนใบหน้า พร้อมกับกล่าวว่า “คุณหนูต่ง ฝนครานี้คาดว่าคงจะตกไปอีกสักพัก ต้องปล่อยน้ำที่อยู่ในนานี้ไปเสีย มิเช่นนั้นหากต้นข้าวล้มลงจมน้ำจะมิใช่การดีขอรับ”
“อ่า…” ต่งซูหลายพยักหน้าราวกับเข้าใจความหมายเป็นอย่างดี หลังจากนั้นนางจึงถอดรองเท้าออกแล้วพับขากางเกง ชุนซิ่วรีบร้อนเข้าไปดึงนางเอาไว้ “คุณหนูต่ง มิได้เจ้าค่ะ ! ”
“เหตุใดถึงมิได้กัน ข้าบอกเจ้าแล้ว เรื่องที่เขาทำได้ข้าก็ทำได้เช่นกัน แม้อาจทำได้มิดีเท่าเขา”
ชุนซิ่ว หวางเอ้อ และหวางเฉียงมองนางอย่างตกตะลึง ยิ่งกว่านั้นเห็นว่าขาที่เปลือยเปล่าของคุณหนูต่งได้ย่ำลงไปในนาเสียแล้ว