ตอนที่ 465
ตอนที่ 465 ต้องการคน
October 22, 2026
ตอนที่ 465 ต้องการคน
ปืนคาบศิลา 30,000 กระบอก ทั้งยังมิมีเงินให้อีกเยี่ยงนั้นหรือ !
นี่มันมิสมเหตุสมผลเกินไปแล้ว !
สีหน้าของฟู่เสี่ยวกวนที่มองไปยังฮ่องเต้เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย แต่เขาจะสามารถทำอันใดได้อีกกัน ?
ฮ่องเต้เองก็จ้องมองไปที่ฟู่เสี่ยวกวน สีหน้าเต็มไปด้วยความลำพองใจ เห็นได้ชัดว่ากำลังลอบเอ่ยว่าเด็กนี่จะทำอันใดข้าได้ !
ฟู่เสี่ยวกวนครุ่นคิดอยู่นานหลายอึดใจ ก่อนจะกล่าวขึ้นมาอย่างช้า ๆ ว่า “ในเมื่อฝ่าบาทต้องการ บุตรเขยผู้นี้ย่อมยกให้ได้ แต่บุตรเขยผู้นี้ก็พลันนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้…”
บัดนี้เจ้าใช้คำแทนตนเองว่าบุตรเขย เยี่ยงนั้นในตอนนี้คือเรื่องของพ่อตาและบุตรเขย มิใช่เรื่องของขุนนางและเจ้าเหนือหัวแล้ว
เรื่องระหว่างขุนนางและกษัตริย์ต้องมีการคิดบัญชีเอาไว้อย่างชัดเจน แต่เรื่องระหว่างบุตรเขยและพ่อตา ถือเป็นเรื่องภายในครอบครัว
ฮ่องเต้ใจกระตุกขึ้นมาทันพลัน เด็กนี่มิใช่ผู้ที่ชอบขาดทุน กองทัพชายแดนตะวันออกได้รับเสบียงจำนวนมากผ่านขนส่งของตระกูลฟู่ เพียงพลิกฝ่ามือเขาก็สามารถครอบครองทรัพย์สินของตระกูลชือได้แล้ว บัญชีนี้ช่างยุ่งเหยิงยิ่ง หากต้องคิดอย่างถี่ถ้วน เหมือนว่าข้าจะขาดทุนเสียแล้ว
ในขณะนี้ข้าต้องการปืน 30,000 กระบอกนั้นมาโดยมิเสียอันใดไป เป็นไปได้หรือไม่ที่เขาจะหาทางกู้ส่วนเสียนี้จากแหล่งอื่น ?
การรับมือเจ้าเด็กนี่ คงต้องมองการไกลไว้ให้มาก
“เจ้ากล่าวมาเถิด”
“กรมการค้าของข้าถือว่าได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ข้ายังมิมีคนทำงานเลย บัดนี้ในมือก็มีเพียงหลี่ฉายผู้เดียวเท่านั้น ทั้งยังเป็นการแย่งชิงมาจากในมือของพ่อตาต่ง ! ”
ต่งคังผิงไม่ฟังเสียยังจะดีกว่า เพียงแค่ได้ยินหนวดของเขาถึงกับกระตุกและได้จ้องมองไปทางฟู่เสี่ยวกวนด้วยสายตาเย็นชา
ฟู่เสี่ยวกวนลูบจมูกไปมา และกล่าวอย่างขัดเขิน “ต้องการจะบอกว่าหลี่ฉายนี้ อยู่ในกรมการค้าของข้า ยังจะมีประโยชน์เสียมากกว่าที่จะให้อยู่ในกรมคลัง”
“อย่ามากล่าวไร้สาระกับข้า ! ”
“อ่า ขอรับ…” ฟู่เสี่ยวกวนหันไปมองฮ่องเต้ “กระหม่อมต้องการคนสักสองสามคน ฝ่าบาทโปรดอนุญาตให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ต้องการคนเยี่ยงนั้นหรือ เพียงแค่มิใช่ต้องการเงิน ก็ย่อมสนทนากันได้อย่างง่ายดาย
ฮ่องเต้จึงวางใจลง “ลองกล่าวมาสิ”
“สามอันดับแรกของเคอจี่ จอหงวนกงซุนเซ่อ ปั๋งเหยี่ยนซังเหลียง ทั่นฮวาซือหม่าหนาน นอกจากนั้น…”
ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้น ก็ตกตะลึงขึ้นทันพลัน “รอก่อน ๆ สามอันดับแรกของการสอบปีนี้ข้าได้วางตัวเอาไว้แล้ว เป็นคนอื่นย่อมได้ เลือกตามใจเจ้าเถอะ”
“ไม่ ! กระหม่อมต้องการ 3 คนนี้เท่านั้น ! ”
“มิได้ เมื่อพ้นข้ามปีคนทั้งสามนี้จะถูกจัดให้ไปประจำอยู่ที่สามมณฑลนำร่อง เพื่อจะเข้าไปดำเนินการทดสอบในมณฑลนำร่อง พวกเขาเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจเป็นอย่างดี ได้พวกเขามาบูรณะมณฑลทั้งสามนี้จึงจะแสดงผลประโยชน์ของการบริหารแบบใหม่นี้ออกมาได้”
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ แผนที่ฝ่าบาททรงวางไว้ พวกเขาจะบูรณะได้เพียง 1 เขตเท่านั้น แต่หากมอบให้กระหม่อม พวกเขาสามารถบูรณะได้ทั้งใต้หล้า ฝ่าบาททรงพิจารณาข้อดีและข้อเสียด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าพวกเขาในตอนนี้ควรจะมาอยู่กับกระหม่อม เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับนโยบายใหม่นี้ให้มากยิ่งขึ้น”
ฟู่เสี่ยวกวนและฮ่องเต้ยังคงโต้เถียงกันอย่างมิยอมลดลาวาศอกให้แก่กัน แต่ทันทีที่ฟู่เสี่ยวกวนกล่าวประโยคนี้ออกมา ฮ่องเต้ก็ต้องเงียบลงไปทันพลัน แต่กลับมิใช่การพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสีย แต่เป็นการเรียนรู้จากฟู่เสี่ยวกวนให้มากยิ่งขึ้น
ถึงแม้จะมิมีผู้ใดเอ่ยถึง แต่ทุกคนต่างก็ทราบดีว่าคนผู้นี้คือองค์ชายใหญ่แห่งราชวงศ์อู๋
หากวันใดวันหนึ่งไทเฮาซีหรือจักรพรรดินีส่งราชโองการมาให้เขากลับไป และหากเขาจากไป ราชวงศ์หยูก็จะขาดคนที่เป็นโครงสร้างที่สำคัญที่สุดไป สำหรับราชวงศ์หยูแล้วนี่คือปัญหาที่ร้ายแรงถึงชีวิต
ดังนั้นฮ่องเต้จึงต้องประนีประนอมทั้งที่มิอยากจะยินยอมสักเท่าใดนัก
“เอาเถอะ ข้ามอบ 3 คนนี้ให้เจ้า นอกเหนือจากนั้นของเจ้ายังมีอะไรอีกหรือไม่ ? ”
“นอกจากนี้กระหม่อมต้องการเลือกผู้ที่มีความสนใจในด้านเศรษฐกิจจากสำนักศึกษาจี้เซี่ย พวกเขาเหล่านั้นมิสามารถไปร่วมการทดสอบได้ เมื่อถึงเวลานั้นคงต้องขอให้ฝ่าบาทปลดตำแหน่งจิ้นซื่อด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ไสหัวไป ! ”
ฮ่องเต้โบกมือไล่พัลวัน ด้วยท่าทีรำคาญอย่างเหลือหลาย ฟู่เสี่ยวกวนฉีกยิ้มกว้าง โค้งคำนับและเอ่ยลา หลังจากที่ออกมาจากห้องทรงพระอักษรวังหลวง ก็ได้มุ่งหน้าไปยังกรมการค้าของเขา
ซวนหมิงเตี้ยนที่ผ่านการปรับปรุงมาแล้วดูมีราศีมากขึ้น วัชพืชและเศษดินด้านนอกตำหนักถูกทำความสะอาดไปจนหมดแล้ว มองดูแล้วใหม่เอี่ยมยิ่ง
แผ่นป้ายเดิมที่ติดไว้บนประตูถูกดึงออก และถูกเปลี่ยนเป็นป้ายกรมการค้าซึ่งมีตัวอักษรสามตัวสีแดงสด
เสาประตูทั้งสองฟากนี้ทาด้วยน้ำมันเงาใส แต่ราวกับขาดอะไรไปสักอย่าง
ฟู่เสี่ยวกวนยืนอยู่ด้านนอกมองซ้ายมองขวาท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมา อ่า… ขาดกลอนตุ้ยเหลียนไปหนึ่งบท