ตอนที่ 555
ตอนที่ 555 เวลาและโชคชะตา
October 22, 2026
ตอนที่ 555 เวลาและโชคชะตา
กองทัพของเฟ่ยอันออกเดินทางไปยังเจี้ยนเหมิน ส่วนกองทัพ 150,000 นายของเซวี๋ยติ้งชานก็ได้ออกเดินทางจากด่านชีผานและทะยานไปยังเจี้ยนเหมิน
กองทัพ 130,000 นายของสีฮวามาถึงไป๋หม่าอี้และเดินทางไปยังด่านชีผานต่อโดยมิได้หยุดพัก
กองพลดาบเทวะที่สามโดยการนำของซูม่อ เดินหน้าต่อไปพร้อมกับความสับสน มีระยะห่างจากทัพของสีฮวาเพียง 1 วันเท่านั้น
กลุ่มของฟู่เสี่ยวกวนภายใต้การนำทางของเว่ยอู๋ปิ้ง พวกเขามิได้หยุดพักฝีเท้า อ้อมข้ามภูเขาเพื่อไปยังไป๋หม่าอี้
ส่วนทัพของเผิงยวี๋เยี่ยนก็ได้มาถึงด่านชีผาน ในยามเช้าตรู่
ฝนในภูเขาหยุดตกแล้ว หมอกหนาลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศ ด่านชีผานที่เด่นตระหง่านปรากฏให้เห็นอย่างเลือนลางท่ามกลางสายหมอก
กองทัพทหารภูเขาทำการซ่อมแซมสถานที่ตรงนั้น คิ้วของเผิงยวี๋เยี่ยนยังคงขมวดมุ่น… แล้วศัตรูเล่า ?
นางยืนอยู่บนต้นไม้แล้วมองไปยังด่านชีผานจากระยะไกล ในสมองมีแต่ความสับสนที่สลัดเยี่ยงไรก็สลัดมิหลุด
กองทัพชายแดนตะวันตก 300,000 นาย ระหว่างทางนางได้เห็นมากกว่า 100,000 นาย หรือว่า 100,000 กว่านายนั้นจะคอยปกป้องที่นี่เอาไว้ !
หากทัพ 150,000 นายของเซวี๋ยติ้งชานอยู่ที่ด่านชีผาน ก็หมายความว่าเซวี๋ยติ้งชานมิได้วางแผนออกจากฉินหลิงเพื่อไปฉ่านโจว
หรือวิธีการของเซวี๋ยติ้งชานคือการรักษาด่านชีผานเอาไว้เพื่อยึดสองเส้นทางของเจี้ยนหนาน และมิมีเจตนาที่จะฝึกม้าในที่ราบด้วยเยี่ยงนั้นหรือ ?
หลังผ่านไปได้ครึ่งก้านธูป นางก็ได้เรียกเสี่ยวซีหัวหน้าผู้สอดแนมมาพบ
“เสี่ยวซี จงพาผู้สอดแนม 10 นาย ปีนหน้าผาทางตะวันตกขึ้นไปสังเกตลักษณะภูมิประเทศ เพื่อหาสถานที่ที่กองทัพสามารถปีนขึ้นไปได้ ที่เหลือให้ใช้กล้องส่องทางไกลดูจากที่สูง ตรวจสอบว่าในด่านชีผานมีข้าศึกอยู่จำนวนเท่าใด แล้วรีบกลับมารายงาน ! ”
กวนเสี่ยวซีน้อมรับคำสั่ง จากนั้นก็เรียกลูกน้องมา 10 นาย แล้วกระโดดหายไปในหุบเขาทันที
ด่านชีผานตั้งอยู่ระหว่างภูเขาสองลูก จึงมีลักษณะภูมิประเทศสูงเป็นอย่างมาก ง่ายต่อการปกปักษ์ยากต่อการโจมตี
หากต้องลงมือที่ด่านชีผาน กลยุทธ์การรบทั่วไป คือต้องอาศัยความแข็งแกร่งของกำลังทหารที่มากกว่าของศัตรูสิบเท่า หรือเสริมด้วยอานุภาพของปืนใหญ่หงอี บีบบังคับให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้
ทว่าเผิงยวี๋เยี่ยนมีทหารภูเขาอยู่เพียง 3,000 นายเท่านั้น ดังนั้นนางจึงมิดื้อรั้นบุกเข้ายึดด่านชีผานโดยทันที
กวนเสี่ยวซีได้นำผู้สอดแนมมาถึงเขาซีเฟิงแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมอง… มารดามันสิ ! หน้าผานี้สูงชันมากยิ่งนัก !
เขาขบกรามเม้มริมฝีปากแน่น หยิบเชือกไต่ภูเขาขึ้นมาหนึ่งเส้น “ระหว่างที่รอข้าจะขึ้นไปมัดเชือกไต่ภูเขานี้ให้เสร็จ พวกเจ้าจงเตรียมการป้องกันเอาไว้รอบทิศ”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นแล้วทะยานขึ้นไปบนหน้าผาสูงชัน จังหวะนั้นก็ตอกตะปูขึงเชือกไปตลอดทาง จนถึงยอดเขาซีเฟิง
เขายืนอยู่บนเขา มองไปทั่วสารทิศ เมฆสีขาวโอบล้อมจนมองมิเห็นอันใดทั้งสิ้น
กวนเสี่ยวซีคลำทิศทางไปยังด่านชีผาน หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามก็ได้มาถึงด้านหลังของด่าน หมอกหนายังคงมีอยู่ ต่อให้มองผ่านกล้องส่องทางไกลก็มิอาจมองเห็นได้ชัดว่าสุดท้ายแล้วศัตรูมีจำนวนเท่าใด
ดังนั้นเขาจึงนำของทั้งหมดซ่อนไว้บนเขา สะพายกระบี่ไว้ด้านหลัง พกปืน 1 กระบอก ตรงไปยังด่านชีผานจากทางด้านหลังเขา
องค์ชายสี่หยูเวิ่นชูและนักบุญสาวเฉินจั่วจวินแห่งลัทธิจันทราคอยปกป้องที่นี่ ในยามนี้ทั้งสองกำลังสั่งการกองทัพอยู่บนกำแพง ต่างคนต่างมองหน้ากันโดยมิเอ่ยอันใดออกมา
เฟ่ยอันจัดตั้งกองทัพสี่แสนนายขึ้นที่หลินจื๋อ วันก่อนทหารราบซีหรงก็ได้ผ่ายแพ้อย่างราบคาบ ณ ท่าชุนเฟิง
เซวี๋ยติ้งชานจึงต้องจำใจถอนทัพ หวังยึดเจี้ยนเหมินและปักหลักเอาไว้
กล่าวได้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ มิมีทางที่จะออกไปยังฉินหลิงได้เลย
ดังนั้นแผนการที่ยากลำบาก เมื่อมาถึงตรงนี้ก็คงจะจบลงอย่างแท้จริงแล้ว
จินหลิง… เกรงว่าชั่วชีวิตนี้จะมิได้ไปยังจินหลิงอีกแล้ว
หยูเวิ่นชูยิ้มเยาะ “สูญเสียความได้เปรียบไปแล้ว มิรู้ว่านักบุญสาวมีความรู้สึกเยี่ยงไร ? ”
เฉินจั่วจวินก้มหน้าลงและไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา