ตอนที่ 581
ตอนที่ 581 สุราหนึ่งจอก
October 22, 2026
ตอนที่ 581 สุราหนึ่งจอก
แสงสุริยาเดือนสามอบอุ่นแต่มิอบอ้าว ลมของเดือนสามอ่อนโยนมิหนาวเหน็บ
วันเวลาเช่นนี้ เดิมทีควรอุ่นกายสบายใจ แต่ทว่าจิตใจของฮั่วหวยจิ่นติดอยู่ในหลุมที่ยังมิอาจผ่านพ้นไปได้
ภายในร้านสุราเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองเจี้ยนเหมิน สวี่ซินเหยียนและซูซูได้เข้าครัวทำอาหารมากมาย ฟู่เสี่ยวกวน เฟ่ยอัน เผิงยวี๋เยี่ยน และฮั่วหวยจิ่น นั่งล้อมรอบโต๊ะ และบัดนี้พวกเขากำลังร่ำสุราด้วยกัน
ซูม่อ เยี่ยนถาวฮวา และซูเจวี๋ย ได้พากองกำลังดาบเทวะที่สามออกไปจากที่นี่แล้ว พวกเขาจะเดินทางไปยังภูเขาหมินต่อ
“เจ้าจะมิไปรังเก่าของลัทธิจันทราเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
ฟู่เสี่ยวกวนยิ้มน้อย ๆ แล้วส่ายหน้า “สถานที่แบบนั้นมิเห็นจะมีอันใดน่าดู”
“ต่อจากนี้เจ้าจะกลับจินหลิงเลยหรือไม่ ? ”
“อือ…” ฟู่เสี่ยวกวนพยักหน้า ยกจอกสุราขึ้นพลางจดจ้องไปที่สุราที่ขุ่นเล็กน้อย “ข้าต้องกลับแล้ว ข้ายังมีเรื่องวุ่นวายอีกมากมายให้จัดการต่อ”
นี่คือความจริงในใจ แต่มิใช่ทั้งหมด
เขาอยากกลับจวน อยู่ ๆ ก็นึกอยากกลับจวนขึ้นมา
ปัจจุบันภรรยาทั้งสามของเขาได้ตั้งครรภ์แล้ว แต่เขาต้องออกเดินทางไปยังว่อเฟิงเต้าในเดือนหกหรือเดือนเจ็ด มีเวลาอยู่กับภรรยาน้อยเป็นอย่างมาก เหล่าภรรยาสวยงามถึงเพียงนั้น เขาจึงค่อนข้างที่จะละอายใจ
วัยรุ่นเสเพลในชาติก่อนได้จากไปเนิ่นนานแล้ว เขาในวันนี้มิอยากกลับไปเป็นคนมิเอาถ่านอีกแล้ว
เขาที่อยู่ในโลกนี้ มีรากฐาน มีความผูกพัน มีความพะวง เหมือนกับในจดหมายที่บิดาอ้วนส่งมาให้ ในวันนี้เมื่อมีครอบครัวและได้เป็นพ่อคนแล้ว จะต้องทะนุถนอมคนที่อยู่รอบข้างเอาไว้ให้ดี และหวงแหนช่วงเวลาดี ๆ ที่ใช้ร่วมกัน
สุราขุ่นไหลลงไปในท้อง ฮั่วหวยจิ่นถอนหายใจยาวเหยียด “ข้าวิ่งมาตั้งไกลแสนไกล คิดแต่จะแก้แค้นให้บิดา… ให้ตายเถอะ อย่าได้เอ่ยว่าจะสังหารเซวี๋ยติ้งชานเลย แม้แต่องครักษ์ 3,000 นายของเขา ข้าก็ยังมิได้แตะเลยด้วยซ้ำ…”
เขาหันไปมองเฟ่ยอัน “ท่านแม่ทัพใหญ่ ลูกน้องของท่านผู้นั้นโหดเหี้ยมมากยิ่งนักนัก เชียนฟูจ่างของกองสองผู้นั้น ! ”
เฟ่ยอันหัวเราะน้อย ๆ “หากกล่าวไปแล้วเจ้าย่อมมิเชื่อ คนผู้นั้นคือทหารใหม่ เซวี๋ยติ้งชานก่อกบฏ ตระกูลโจ่งและตระกูลหยูแห่งหลินจื๋อ ล้วนออกหน้าควักเงินจำนวน 6 ล้านตำลึงเพื่อเกณฑ์ทหารไปสู้รบ กองสองจึงได้เกณฑ์มาใหม่ในตอนนั้นนั่นเอง ในกองสองมีคุณชายเศรษฐีที่ดินแห่งเมืองหลินจื๋ออยู่ 1 คน”
เมื่อเอ่ยถึงคุณชายเศรษฐีที่ดิน เฟ่ยอันก็เหลือบตาไปมองฟู่เสี่ยวกวน “ชายผู้นั้นมิได้ศึกษาตำรา ศึกแรกคือที่ท่าชุนเฟิง พวกเจ้ายังมิเคยเจอ ชายผู้นั้นกล้าหาญราวกับเทพนักรบอย่างแท้จริง เหมือนทหารใหม่ตรงที่ใดกัน เหี้ยมโหดมิเกรงกลัวตายเสียยิ่งกว่าทหารเก่านับสิบปี ศึกนั้น เขาเพียงคนเดียวสามารถสังหารทหารราบซีหรงไปได้ราวหนึ่งร้อยกว่านาย”
ฟู่เสี่ยวกวนตกใจขึ้นมาทันพลัน “เก่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ? ”
“ดังนั้น บางอย่างก็คือพรสวรรค์ ก็เหมือนกับบทกวีและบทความของเจ้าที่มิมีผู้ใดเทียบได้ หากขัดเกลาชายผู้นั้นเพิ่มอีกสักหน่อย ในภายภาคหน้าย่อมสามารถเป็นแม่ทัพได้อย่างแน่นอน เฮ้อ… ! ”
แต่ทว่าเฟ่ยอันกลับถอนหายใจออกมา “นั่นคือม้าป่า คิดเพียงจะต่อสู้เพื่อโชคลาภ ภายภาคหน้าหากข้ามีเวลาจะจัดการดูแลเขาให้ดี ! ”
“เฮ้อซานเตาผู้นั้นน่ะหรือ ? ” ฟู่เสี่ยวกวนรู้สึกสนใจเขาผู้นี้ขึ้นมา จึงเอ่ยถามออกไปอย่างรื่นเริง เฟ่ยอันพยักหน้า “นอกจากเขาก็มิมีผู้ใดแล้ว”
กล่าวจบเฟ่ยอันก็หันไปมองทางฟู่เสี่ยวกวนอย่างระแวง “เจ้าอย่าได้สนใจในตัวเขาเชียว มิใช่เรื่องง่ายเลยที่ข้าจะพบนักรบโดยกำเนิดเยี่ยงนี้”
ฟู่เสี่ยวกวนในยามนี้สนใจเฮ้อซานเตาขึ้นมาแล้วอย่างแท้จริง