ตอนที่ 612
ตอนที่ 612 การแบกรับ บทเรียนที่สอง
October 22, 2026
ตอนที่ 612 การแบกรับ บทเรียนที่สอง
ทันทีที่ฟู่เสี่ยวกวนกล่าวสิ่งนี้ออกมาก็ได้มีเสียงหัวเราะดังมาจากด้านล่าง
ณ ที่แห่งนี้ สำหรับหุ้น พวกเขาได้เรียนรู้และเข้าใจถึงแก่นแท้แล้ว ทั้งหมดเป็นพ่อค้าที่มีอายุมากและมีไหวพริบทั้งสิ้น พวกเขาก็คิดถึงช่องโหว่ในเรื่องนี้เช่นกัน
แต่คาดมิถึงว่าติ้งอันป๋อได้ใช้สิทธิ์ในการออกและซื้อขายหุ้นให้ตกอยู่ในมือของตนเรียบร้อยแล้ว
ธนาคารซื่อทงเป็นศูนย์กลางการค้าเพียงแห่งเดียวในราชวงศ์หยู ทุกคนล้วนต้องผ่านการรับรองคุณสมบัติจากธนาคารซื่อทง หากพวกเขาต้องการออกหุ้นไปทั่วทุกสารทิศเพื่อระดมทุน ทางธนาคารก็ได้ป้องกันความคิดที่คดโกงในใจของทุกคนเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
เถ้าแก่ของธนาคารซื่อทงคือหลี่จินโต้ว เบื้องหลังของธนาคารคือฮูหยินที่สามของติ้งอันป๋อ เยี่ยนเสี่ยวโหลว
ได้ยินมาว่าธนาคารซื่อทงจะประเมินผลผู้ที่ต้องการออกหุ้นจำนวน 100 คน และในปีนี้อนุญาตให้จดทะเบียนและออกหุ้นได้เพียง 10 หุ้นเท่านั้น
พ่อค้าที่ทำธุรกิจขนาดเล็กนั้นเลิกคิดถึงเรื่องนี้ไปได้เลย แต่ทว่าห้าตระกูลใหญ่กำลังเตรียมพร้อมในขณะนี้ ด้วยความแข็งแกร่งทางการค้าของพวกเขา พวกเขาย่อมสามารถผ่านการประเมินและเผยแพร่ไปทั่วสารทิศเพื่อระดมทุนในธุรกิจขนาดใหญ่ได้อย่างแน่นอน
นโยบายใหม่ของราชวงศ์หยูได้บรรจุพ่อค้าและเกษตรกรลงไปด้วย ตัวจริงของติ้งอันป๋อคือพ่อค้ารายใหญ่ และตอนนี้เค้าโครงของนโยบายก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และยังมีแนวโน้มที่จะเป็นประโยชน์ต่อห้าตระกูลใหญ่อีกด้วย
แน่นอนว่าตระกูลใหญ่ทั้งห้าย่อมรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ด้วยความสามารถส่วนตัวของติ้งอันป๋อมีโอกาสสูงมากยิ่งนักที่เขาจะแซงหน้าตระกูลการค้าที่ยิ่งใหญ่ทั้งห้าในวันข้างหน้า
พวกเขามิได้ต้องการต่อสู้กับติ้งอันป๋อแต่อย่างใด แต่พวกเขาต้องการเพียงแค่ใช้การออกหุ้นเพื่อผลักดันการขายส่งของธุรกิจครอบครัวให้ครอบคลุมทั่วทั้งราชวงศ์หยู
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
เค้กชิ้นนี้มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก แต่ก็มีผู้คนจำนวนมากที่จะต้องได้รับการแบ่งปันผลกำไรด้วย จะต้องทำเยี่ยงไรถึงจะได้รับชิ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดกัน ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดหาเงินทุนในรูปแบบที่เหมาะสม
เฮ้อซานเตาเกาหัวแกรก ๆ ทำหน้างุนงงเสียเต็มประดา พลางเอ่ยถามจงสือจี้ว่า “เจ้าฟังเข้าใจหรือไม่ ? ”
“พอเข้าใจคร่าว ๆ แล้วเจ้าล่ะ ? ”
“อ้อ… ข้ารู้เพียงแค่ว่าโจวเถียเจี้ยงและจางเสี่ยวฮวาแต่งงานกันแล้ว ถือว่าเรื่องนี้จบลงอย่างมีความสุข ! ”
จงสือจี้ถลึงตาใส่เฮ้อซานเตาแล้วนึกถึงคำเอ่ยนี้ขึ้นมาได้ เก่งแต่การเป็นทหาร !
คนเหล่านั้นคิดว่าฟู่เสี่ยวกวนได้บรรยายจนจบบทเรียนแล้ว แต่คาดมิถึงว่าฟู่เสี่ยวกวนจะหันกลับมาและเขียนตัวอักษรสองตัวบนกระดานขาวว่า เงินกองทุน !
เงินกองทุนคืออันใดกัน ?
ผู้คนในห้องบรรยายกว่าหนึ่งพันคนกลับมาเงียบสงบลงอีกครา
“โจวเถียเจี้ยงอยู่ที่เขตผิงหลิง เขาตระหนักถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของหุ้นนี้ หลี่ซานที่ให้ความคิดกับโจวเถียเจี้ยงก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมัน แต่เขากลับคิดว่าตนเองนั้น มิใช่ช่างตีเหล็กที่มีทักษะและมิมีเงินที่จะลงทุนหุ้น แล้วเขาสามารถทำอันใดได้บ้างกัน ?
หลี่ซานดื่มสุราและกำลังวิเคราะห์ตนเอง ใช่แล้ว ! ข้านั้นมีสายตาที่แหลมคมมากยิ่งนัก ข้าคุ้นเคยกับแวดวงของหุ้น ผู้คนในเขตผิงหลิงรู้ดีว่าข้าเป็นผู้ให้ข้อคิดนี้แก่โจวเถียเจี้ยงในตอนแรก และข้าก็เป็นคนพาเขาไปพบผู้เฒ่าเฉียนจนประสบความสำเร็จ
ข้าเป็นผู้มีชื่อเสียงในตลาดการค้านี้ ดังนั้นข้าจะปล่อยผลิตภัณฑ์บางอย่างออกไป พวกเขาจะต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลี่ซานมิมีสิ่งใดเลย เขาจะปล่อยผลิตภัณฑ์ใดได้บ้างกัน ? ”
เมื่อฟู่เสี่ยวกวนกล่าวมาถึงตรงนี้ ทุกคนก็ได้ครุ่นคิดขึ้นมาอีกคราและมิว่าจะคิดเท่าใดก็มิเข้าใจ
เฮ้อซานเตาตั้งใจฟังและคิดว่าท่านผู้นี้เก่งกาจยิ่ง
ฟู่เสี่ยวกวนเอ่ยต่อว่า