ตอนที่ 632
ตอนที่ 632 สอบเอินเคอ (3)
October 22, 2026
ตอนที่ 632 สอบเอินเคอ (3)
รัชสมัยเซวียนลี่ปีที่สิบ วันที่สาม เดือนห้า ยามเฉิน
ราชวงศ์หยูได้เปิดการสอบเอินเคอที่สำนักศึกษาจี้เซี่ยอย่างเป็นทางการ
การสอบเอินเคอในครานี้มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 37,626 คน มีห้องสอบราว 1,000 ห้องและใช้เวลาในการสอบ 4 ชั่วยาม
การสอบเอินเคอในครานี้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ราชวงศหยูและหนึ่งในบันทึกที่ทำให้เกิดคำถามตามมาคือหัวข้อในการสอบ !
การสอบที่ผ่านมานั้น หัวข้อในการสอบมีรากฐานมาจากปรัชญาขงจื้อแต่ครานี้กลับเป็นทฤษฎีนโยบายเดียวเท่านั้น
เมื่อผู้คุมสอบประกาศกฎของการสอบก็ได้ทำให้บัณฑิตหลายคนทำหน้าสงสัย…
แน่ใจแล้วหรือว่าการสอบเอินเคอครานี้ถูกรับรองอย่างเป็นทางการแล้ว ?
เหตุใดถึงออกหัวข้อง่ายดายเยี่ยงนี้กัน ?
มิใช่ว่าต้องสอบติดกันถึง 3 วันหรอกหรือ ? เหตุใดถึงสอบเพียงแค่ 4 ชั่วยามก็เสร็จสิ้นแล้วล่ะ ?
แค่อาศัยทฤษฎีนโยบายก็วัดประสิทธิภาพของคำตอบและกำหนดคะแนนสูงต่ำได้แล้วหรือ ?
ทว่าเมื่อผู้คุมสอบประกาศอีกคราว่านี่เป็นกฎที่ติ้งอันป๋อกำหนดขึ้น เหล่าบัณฑิตจึงได้สงบลง
พอมาคิดดูแล้วการสอบครานี้ก็เพื่อหาเจ้าหน้าที่ไปประจำว่อเฟิงเต้า ติ้งอันป๋อเป็นเต้าถายที่นั่นอยู่แล้ว ดังนั้นติ้งอันป๋อจะเป็นผู้กำหนดเองก็มิผิด
เขาต้องการคำตอบแบบใดเยี่ยงนั้นหรือ ?
บัณฑิตบางคนตั้งตารอคอย บางคนก็กำลังมึนงงอยู่ และยังมีบางคนที่รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาทันที
ข้าร่ำเรียนปรัชญาขงจื้อมา 10 ปีเกรงว่าจะมิรอด !
คิดไว้ว่าในฐานะบัณฑิตจากลัทธิขงจื้อจะต้องทำข้อสอบให้ได้คะแนนสูงลิ่วให้ได้ แต่บัดนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เสียแล้ว
ซือหม่าเช่อก็ตื่นตกใจมากเช่นกัน… เขาจะออกข้อสอบเยี่ยงไรกัน ?
ในฐานะตระกูลพ่อค้า นางคุ้นเคยกับประเด็นทางเศรษฐกิจเป็นอย่างดี นอกจากนี้นางยังตระหนักถึงข้อบกพร่องของนโยบายด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันของราชวงศ์หยูอีกด้วย
ดังนั้นนางจึงดึงสติของตนเองกลับมาแล้วตั้งหน้าตั้งตารอข้อสอบ
หยุนซีเหยียนบังเอิญได้อยู่ห้องสอบเดียวกันกับนาง เมื่อได้ยินนางพึมพำบางอย่างเขาก็หัวเราะร่าออกมาทันที ทฤษฎีนโยบาย… โชคดีที่มิสอบเซิ่งเสวีย
สำหรับทฤษฎีนโยบายนั้น บิดาของเขาบอกว่าอ่านหนังสือหมื่นเล่มก็สู้เดินทางหมื่นลี้มิได้ เขาเคยไปยังสถานที่หลายแห่งในราชวงศ์หยู เขาเคยเห็นเจียงหนานตงเต้าที่เจริญรุ่งเรืองทั้งสองสายแล้ว และยังเคยได้สัมผัสกับความทุรกันดารของหรงโย่วเต้าและกวนซีเต้าอีกด้วย
เขาเคยไปพักในโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดและเคยพักในกระท่อมหลังเก่า ๆ มาแล้ว หรือแม้แต่วัดที่ทรุดโทรมก็เคยพักมาแล้วเช่นกัน
เขามิเพียงแต่มีประสบการณ์ชีวิตเท่านั้น แต่เขายังได้เรียนรู้ที่จะคิดอีกด้วย
เหตุใดถึงมีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากถึงเพียงนั้นกัน ?
เหตุใดผู้คนที่ยากจนตั้งแต่กำเนิดถึงยังสามารถดำรงชีวิตได้โดยการใส่เสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยและกินมิเคยอิ่มได้กัน ?
บัณฑิต เกษตรกร กรรมกร และพ่อค้า จะเห็นได้ว่าเกษตรกรนั้นมีฐานะสูงกว่ากรรมกรและพ่อค้า แต่ทว่าเหตุใดถึงเป็นอาชีพที่ยากจนที่สุด
และผู้ที่ลำบากที่สุดก็คือเกษตรกรเช่นกัน !
นโยบายของแคว้นทั้งหมดมักจะสนับสนุนการเกษตร แต่เหตุใดถึงมิสามารถเปลี่ยนฐานะของเกษตรกรให้ดีขึ้นได้กัน ?
เรื่องนี้เขาใคร่ครวญมาเนิ่นนานถึง 3 ปี
จนกระทั่งติ้งอันป๋อมีกลยุทธ์ด้านการค้าและการเกษตรขึ้นมา เขาคิดว่าพ่อค้ามีฐานะดีกว่าเกษตรกรอยู่แล้ว แต่เหตุใดถึงต้องยกระดับพ่อค้าให้ดีขึ้นไปอีก แล้วเกษตรกรจะทำเยี่ยงไรเล่า ?
หลังจากหยุนซีเหยียนไปเที่ยวเขตเหยา ผิงหลิง ชวูอี้ ก็เพิ่งได้เข้าใจในสิ่งที่ติ้งอันป๋อได้กระทำ
ติ้งอันป๋อเป็นพ่อค้าที่ทำเพื่อเกษตรกรอย่างแท้จริง !
ติ้งอันป๋อได้สอนให้ชาวนาไม่จมปลักอยู่กับการทำนาเพียงอย่างเดียว พื้นที่ทางการเกษตรอื่น ๆ มิควรปล่อยให้รกร้าง ดังนั้นนอกฤดูทำนาบรรดาชาวนาก็สามารถผันตัวไปเป็นเกษตรกร พอถึงฤดูทำนาที่แสนวุ่นวายพวกชาวนาก็จะกลับไปทำนา บัดนี้การทำนาจึงมิได้เป็นแหล่งรายได้หลักของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว
นี่คือสิ่งที่ติ้งอันป๋อได้กล่าวไว้ในหนังสือกั๋วฟู่ลุ่น การปลดปล่อยกำลังการผลิต !
……
……
เมื่อถึงเวลาแจกข้อสอบ ซือหม่าเช่อก็อ่านหัวข้อที่เขียนไว้ว่า ‘จะปัดกวาดใต้หล้าเยี่ยงไร’ !