ตอนที่ 784
ตอนที่ 784 ปลุกระดม
October 22, 2026
ตอนที่ 784 ปลุกระดม
คำเอ่ยของฟู่เสี่ยวกวนช่างนิ่งเรียบ ทว่าเปรียบดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเผิงเฉิงอู่
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงเรื่อ จากนั้นก็เงยหน้าตะโกนออกมาเสียงดังว่า “เขาเป็นฮ่องเต้ส่วนข้าเป็นขุนนาง ! แล้วจะให้ข้าทำเยี่ยงไร ? ท่านคิดว่าจิตใจของข้าทำด้วยเหล็กกล้าหรือเยี่ยงไรกัน ? ”
ฟู่เสี่ยวกวนเผยอปากขึ้นเล็กน้อย ทว่าน้ำเสียงยังคงอ่อนโยน “ดังนั้น เจ้ามิสมควรเป็นแม่ทัพ ! ”
“เจ้าคือแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพชายแดนเหนือ มิรู้ถึงความสำคัญของด่านภูเขาเยี่ยนเลยหรือ ? มิรู้หรือว่าเมืองซินโจวสำคัญเพียงใด ? เจ้ามิเห็นความสำคัญของชาวบ้านเลยหรือ ? เขาเป็นฮ่องเต้อาจจะมิรู้มิเห็นได้ แต่เจ้าคือแม่ทัพใหญ่ที่คุ้มกันประตูเมืองของราชวงศ์นี้ไว้ ! ”
“เจ้าสามารถทำตามบัญชาของฮ่องเต้อย่างมีเหตุผลได้ เรื่องแค่นี้เจ้ามิรู้หรือเยี่ยงไร ? แท้ที่จริงข้าทราบเหตุผลว่าเจ้าละทิ้งประตูสำคัญเพราะเหตุใด ก็เพราะเขากล่าวกับเจ้าว่าการมีชีวิตอยู่ของข้ามันน่ากลัวกว่าชาวฮวงนัก…เจ้าเองก็คิดเยี่ยงนี้หรือ ? ”
เผิงเฉิงอู่ก้มหน้าก้มตา ผ่านไปเนิ่นนานทีเดียวกว่าจะเอ่ยขึ้นมาอย่างช้า ๆ ว่า “ถึงเยี่ยงไรท่านก็เป็นจักรพรรดิของราชวงศ์อู๋ ในสองปีมานี้ราชวงศ์หยูถูกท่านพัฒนาด้านการทหารและการปกครองจนเปลี่ยนแปลงไป”
“เมื่อท่านเดินทางกลับไปยังราชวงศ์อู๋แล้วขึ้นครองบัลลังก์ แน่นอนว่าราชวงศ์อู๋จะต้อง…แข็งแกร่งอย่างมหาศาล หากท่านปกครองไปอีกสามหรือห้าปี ใต้หล้านี้จะมีผู้ใดกล้าเป็นศัตรูกับท่านอีกกัน ! ”
ฟู่เสี่ยวกวนฉีกขากระต่ายออกมาแล้วกัดกินเข้าไปหนึ่งคำ รอจนเผิงเฉิงอู่เอ่ยประโยคนั้นจนจบ จากนั้นจึงหันไปเอ่ยถามว่า “ดังนั้นชีวิตของข้าจึงสำคัญกว่าทหารของเจ้าหลายแสนนายที่ต้องสละชีวิตในสนามรบ และสำคัญกว่าชาวบ้านในเมืองซินโจวกว่าห้าแสนรายเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“หากท่านกลับไปอย่างปลอดภัยก็เกรงว่าอนาคตของราชวงศ์หยูจะน่ากลัวกว่านี้สิบเท่า ! ”
“เหตุใดถึงคิดว่าข้าจะทำร้ายราชวงศ์หยูกัน ? หากข้าต้องการทำลายราชวงศ์หยูจริง แล้วเหตุใดข้าถึงต้องอยู่ที่นี่นานถึง 2 ปี ? เหตุใดข้าต้องไปพัฒนาว่อเฟิงเต้า ? ”
เผิงเฉิงอู่ตกตะลึงงันจนอ้าปากค้าง และไม่รู้ว่าจะเอ่ยอันใดออกมาดี
ฟู่เสี่ยวกวนยิ้มออกมาบางเบา “ความที่จะใส่ ไฉนกลัวไร้ข้ออ้าง นั่นเป็นเพราะเขากลัว ดังนั้นจึงต้องการกำจัดข้า เรื่องนี้ข้าเข้าใจดีเพราะก่อนหน้านี้ข้ายังเขียนจดหมายส่งให้เจ้าหนึ่งฉบับด้วย ข้าหวังว่าถ้าฮ่องเต้รู้สึกกลัวขึ้นมาจริงก็ขอเจ้าอย่ากลัวตาม เพียงแค่เจ้าคุ้มกันด่านภูเขาเยี่ยนหรือเมืองซินโจวเอาไว้ พื้นที่กว้างขวางของแคว้นฮวง ข้าก็จะยกให้เขา ! ”
น้ำเสียงของฟู่เสี่ยวกวนยิ่งเอ่ยก็ยิ่งเข้มแข็งหนักแน่น “เจ้าเป็นทหาร ข้าคิดว่าเจ้าจะเป็นเยี่ยงเผิงยวี๋เยี่ยนที่แสนหนักแน่นเสียอีก ! แต่ข้ามองคนผิดไป เพราะในท้ายที่สุดเจ้าก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครอง”
“เรื่องการเมืองการปกครองนี้เจ้าเล่นมันมิเป็นหรอก ดูสิ ! บัดนี้เป็นเยี่ยงไร ? กองทัพดาบสวรรค์จำนวนสองแสนกว่านายถอยทัพกลับไปแล้ว ท่าป๋าเฟิงส่งทหารจำนวน 500,000 นายมาทางเซียวเหอหยวนเช่นกัน ทหารของเจ้าจำนวน 200,000 นายกำลังติดตามทหารดาบเทวะของข้าอยู่ด้านหลัง…”
ฟู่เสี่ยวกวนหันไปจ้องมองเผิงเฉิงอู่เขม็ง “ทหารดาบเทวะของข้าจะไปต่อสู้กับชาวฮวง ! ข้าขอถามเจ้าว่ามีดและปืนในมือของเจ้ายังจะเล็งเป้าไปที่ทหารดาบเทวะหรือไม่ ? ”
มีดและปืนในมือของข้ายังจะเล็งเป้าไปที่ทหารดาบเทวะหรือไม่ ?
เผิงเฉิงอู่มิอาจหันหลังกลับไปตอบคำถามน่าอายนี้ได้ !
ทันใดนั้นเอง ทั้งสี่ด้านก็ได้ปรากฏเสียงเกือกม้าดังขึ้นมาอย่างก้องกังวาน เสียงดังโครมครามบนถนนหิมะราวกับเสียงพายุฝน
เป่ยหวังฉวนเงยหน้าขึ้นมอง ทว่าฟู่เสี่ยวกวนกลับยังจับจ้องไปที่ร่างของเผิงเฉิงอู่
เขากำลังพนันว่าแม่ทัพใหญ่ผู้นี้จะมีเลือดของทหาร และมีศักดิ์ศรีของทหารราชวงศ์หยูหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่
กองทัพที่เดินทางมาคือกองทัพชายแดนเหนือดังคาด พวกเขาปิดล้อมที่นี่เอาไว้แล้ว
แม่ทัพผู้หนึ่งชักดาบออกมาแล้วกำลังจะออกคำสั่ง ทว่าเผิงเฉิงอู่กลับเงยหน้าขึ้นแล้วสั่งการว่า “ถอยออกไป ! ”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ ! ”
“ข้าสั่งให้พวกเจ้าถอยออกไป ! ”
ทหารม้าถอยหลังออกไป 10 จั้ง ฟู่เสี่ยวกวนละสายตาจากร่างของเขาพลางหันไปมองกองไฟที่ลุกโชน เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจว่า “นี่คือทหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดในราชวงศ์หยู หากพวกเขาคุ้มกันด่านภูเขาเยี่ยนเอาไว้ ชาวฮวงจะตีแตกได้เยี่ยงไร ? ”